การเปลี่ยนแปลงที่ SCG Chemicals

manager magazine may 2005

เมื่อวานนี้มีข่าวใหญ่เรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงของ SCG สองกลุ่มธุรกิจด้วยกัน คือ SCG Chemicals และ SCG Packaging ซึ่งจะมีผลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ตามที่ไล่เลียงดูเข้าใจว่าสาเหตุเริ่มต้นน่าจะมาจากการที่คุณชลณัฐ ญาณารณพ หัวเรือใหญ่ของ Chemicals จะเกษียณอายุปลายปีนี้ก็เลยขยับคุณธนวงษ์ อารีรัชชกุล ซึ่งเป็นคน Chemicals เดิมกลับไปรับตำแหน่งแทน และดันคุณวิชาญ จิตร์ภักดี ซึ่งเป็นลูกหม้อกลุ่มแพกเกจจิ้งขึ้นมารับช่วงต่ออีกที

คุณชลณัฐที่กำลังจะเกษียณอายุไปนี้ขึ้นรับตำแหน่งผู้นำของกลุ่ม Chemicals เป็นคนที่สองต่อจากคุณอภิพร ภาษวัธน์ ผู้เป็นตำนานของกลุ่ม Chemicals ที่เกษียณอายุก่อนกำหนดไปพร้อมกับคุณชุมพล ณ ลำเลียง และผู้บริหารคนอื่นของปูนซิเมนต์ไทยในยุคนั้น ชนิดที่เรียกว่า เกษียณยกแผง

ในช่วงชีวิตการทำงานที่ผ่านมาได้มีโอกาสสัมภาษณ์เดี่ยว (หรือที่เรียกว่า exclusive) คุณชลณัฐหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ได้คุยเรื่องชีวิตส่วนตัวของคุณชลณัฐได้เท่ากับครั้งที่ติดสอยห้อยตามพี่ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสารผู้จัดการ ไปสัมภาษณ์เพื่อทำเรื่องปกฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ (ตามภาพ)

รายละเอียดของการพูดคุยในวันนั้นเมื่อมาถึงวันนี้หลายเรื่องจำได้บ้างไม่ได้บ้างตามวันเวลาที่ผ่านไปและวัยที่ผ่านเลย แต่เรื่องหนึ่งที่ไม่ได้เขียนลงไปแต่จำได้แม่นก็คือ เมื่อถูกถามว่า ได้เรียนรู้อะไรจากคุณแม่บ้าง? (คุณชลณัฐเป็นลูกชายคนโตของคุณกฤษณา อโศกสิน นักเขียนชื่อดังและศิลปินแห่งชาติ)

คุณชลณัฐตอบทันทีว่า ”ความมีวินัย” แล้วขยายความต่อ ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก ถ้าไม่ป่วยหนักจนลุกไม่ไหวจริง ๆ คุณแม่จะเขียนหนังสือทุกวัน

นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่ประทับใจมากที่สุดในชีวิตการสัมภาษณ์ที่ผ่านมาของตัวเอง…

ความสำเร็จชั่วข้ามคืน

ก่อนจะพูดถึงความสำเร็จของใครว่าเป็น “ความสำเร็จชั่วข้ามคืน” เราอาจต้องดูเส้นทางที่เขาผ่านมาก่อน

เขาอาจผ่านการศึกษา ฝึกฝน อดทน และเก็บประสบการณ์มานานหลายปี (หรือสิบปี) ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ “ชั่วข้ามคืน” อย่างที่เราเห็น… 🤔

เล่าเรื่องแบงก์ออมสิน

เมื่อวาน (วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่สองของเดือน) ไปทำธุรกรรมที่ธนาคารในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ไล่เรียงไปตั้งแต่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทหารไทย และออมสิน ความที่ไม่ได้เข้าแบงก์มานานประมาณนึงสังเกตเห็นความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ คือ ที่ธ.อ.ส.กับทหารไทย ไม่มีลูกค้ารอคิวอยู่เลย พอเข้าไปกดบัตรคิวระบบก็เรียกเข้าไปทำธุรกรรมได้เลย

ส่วนที่ออมสินต่างออกไป เดินเข้าไปก็เห็นว่ามีคนนั่งรอคิวอยู่เกินสิบคน พอกดบัตรคิวตัวเลขบอกว่า มีคิวก่อนหน้าอยู่ ๑๕ คิว โดยที่เป็นคิวของการเปิดบัญชีใหม่อย่างเดียว ไม่นับการฝาก-ถอนที่ใช้คิวอีกชุดนึง

ระหว่างที่รอก็เดินไปเดินมาอยู่หน้าแบงก์ทำให้เห็นว่าแบงก์ออมสินมีนวัตกรรมที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน (ใครเคยเห็นแล้วไม่ว่ากันนะ) คือ เครื่องเปิดบัญชีใหม่ เห็นมีปุ่มเปิดบัญชีใหม่ให้กดก็เลยลองกดดู เซอร์ไพรส์มาก แม่งคอนเน็กไปหาเจ้าหน้าที่โผล่เป็นตัวเป็น ๆ ขึ้นมาบนหน้าจอ แล้วคุยโต้ตอบกับเราได้เว้ย เหมือนวิดีโอคอลคุยกัน

นี่นึกในใจว่า เสร็จกู จะมานั่งรอทำไมให้เมื่อย ใช้เครื่องนี้เลยสิวะ ปรากฎว่า แห้ว ใช้ไม่ได้ เพราะบริการนี้ต้องใช้เปิดบัญชีแล้วฝากเงินสด แต่เมื่อวานไปฝากแคชเชียร์เช็คก็เลยใช้ไม่ได้ เข้าไปนั่งรอเคาน์เตอร์เรียกตามเดิม รวมเบ็ดเสร็จกว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่า ไม่รู้ว่าที่นานนี่เพราะคนนิยมมาใช้บริการแบงก์ออมสินมากกว่าแบงก์อื่น หรือระบบมันหลายขั้นตอนทำให้ใช้เวลานาน

จะว่าไปตั้งแต่ที่ได้ผู้อำนวยการคนใหม่ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงมาจากแบงก์เขียว แบงก์ออมสินทันสมัยขึ้นมาก มีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก บริการกดเงินโดยไม่ใช้บัตรก็มี แอปทางมือถือก็มี เวนเจอร์แคปก็มี บริการใหม่ ๆ พวกนี้ต้องชมเลย และไหน ๆ ก็พัฒนาเครื่องเปิดบัญชีใหม่ขึ้นมาแล้วอยากให้มีพนักงานมายืนโปรโมตกระตุ้นลูกค้าให้ไปลองใช้บริการดู เผื่อจะช่วยลดปริมาณลูกค้าที่เคาน์เตอร์ไปได้อีกทางนึงนะครับ

ครั้งแรกที่ได้รู้จักนามปากกา ผมอยู่ข้างหลังคุณ

ยังจำครั้งแรกที่เจอนามปากกา ผมอยู่ข้างหลังคุณ ได้

เริ่มจากไปเจอหนังสือชื่อ ความสุขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ที่ Kinokuniya สยามพารากอน

หยิบเล่มนี้ดูด้วยความสงสัย หนังสือห่านอะไรวะ ชื่อแปลกดี ก่อนพลิกดูคิดล่วงหน้าไปก่อนว่าน่าจะเป็นแนววัยรุ่น เฮฮา กวนตีน อ่านเร็ว ๆ แล้วก็จบกันไปตามยุคสมัย แต่ผิดคาด

พอลองอ่านแล้ว เฮ้ย น่าสนใจ ต้องอ่านต่อ พลิกอ่านไปเรื่อย ๆ อ่านจบบทไปแล้วยังพลิกย้อนกลับมาอ่านซ้ำ แล้วถึงมาดูชื่อคนเขียน

ชื่ออะไรของแม่ง ผมอยู่ข้างหลังคุณ

เจตนาคนเขียนคงอยากจะสื่อว่า กูยืนอยู่หลังมึง กูเห็นนะว่ามึงดูอะไร ทำอะไร แต่วันนั้นจริง ๆ อยากบอกว่า มึงไม่ได้อยู่ข้างหลังกู มึงอยู่ในหัวกูเลย!! เหมือนมึงแหวกกะโหลกกูเข้าไปอยู่ข้างในเลย ติดใจมาก (ติดใจนี้ไม่ได้ใช้ในความหมายว่า ชอบใจนะฮะ) แม่งรู้ได้ไงวะ

และนั่นแหละ จากที่หยิบขึ้นมาพลิกดูผ่าน ๆ กลายเป็นซื้อติดมือกลับบ้านมาด้วย (จริง ๆ ยืนอ่านจนจบเล่มตั้งแต่ที่ร้านแล้วด้วยความกระหายใคร่รู้) เพราะอยากอุดหนุน อยากให้หนังสือขายได้ เพื่อเป็นกำลังใจให้เขียนเล่มใหม่ออกมาอีก ถ้าขายได้ไม่เข้าเนื้อทางสำนักพิมพ์ก็จะได้พิมพ์ออกมาอีก

วันที่เจอใน fb นี่ดีใจมาก กดติดตามไว้เลย แล้วก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองที่สงสัย ความรู้สึกบอกว่า มันไม่ใช่ แต่อธิบายไม่ได้ ก็ได้ ผมอยู่ข้างหลังคุณ อธิบายออกมาด้วยหลักการและวิชาการให้เข้าใจได้

กระทั่งการอธิบายหลักการและวิธีคิดในหนังหลายเรื่อง ก็ช่วยเปิดแง่มุมอีกหลายด้านที่ไม่เคยมองมาก่อน ช่วยให้การดูหนังสนุกมากขึ้น

ใครอ่านแล้วจะบอกว่า อวย ก็ยอมรับว่า อวย (ออกเสียงดี ๆ นะ อย่าเปลี่ยนพยัญชนะต้นเป็นตัวอื่น 😆)

แนะนำให้กด like กด follow กันไว้เลยครับที่เพจ ผมอยู่ข้างหลังคุณ

ส่วนนี่เป็นบทสัมภาษณ์ ผมอยู่ข้างหลังคุณ โดยนิตยสาร aday bulletin ครับ

https://adaybulletin.com/talk-guest-peerapol-pataranuthaporn/31200

Free ที่ไม่ใช่ ของฟรี

คำว่า free นี่ทำคนเข้าใจผิดและจะตีกันมาหลายทีล่ะ ตั้งแต่ information wants to be free มาจนถึง free press ซึ่ง free ทั้งสองคำใช้ในความหมายว่า อิสระ ไม่ใช่ ของฟรี ไม่มีราคา อะไรงี้

ไม่งั้นคนทำสื่อจะอยู่กันยังไง บ้านก็ต้องเช่า ข้าวก็ต้องซื้อ ลูกก็ต้องเข้าโรงเรียนนะ…

พฤติกรรมการซื้อหนังสือที่เปลี่ยนไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเคยคิดว่าการซื้อหนังสือนี่มันต้องผ่านกระบวนการหยิบ ๆ จับ ๆ พลิกไปพลิกมา อ่านตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย ดูปกไม่ยับ ดูกาวที่สันไม่เลอะ เลือกจนพอใจถึงจะซื้อ จะมียกเว้นบ้างก็บางเล่มที่หาในไทยไม่ได้ต้องสั่งจาก amazon แต่ก็ทดลองอ่านจากฟีเจอร์ look inside มาแล้ว

ตอนนี้เหรอ เปิดเว็บดูร้านออนไลน์ อ่านสรุปเนื้อหา ถ้าพอใจก็กดเลย บางทีเปิดเจอจากใน fb สำนักพิมพ์บ้าง นักเขียนบ้าง ถ้าน่าสนใจก็กดเลย แถมบางทีหนังสือยังไม่ออก เป็นแค่พรีออเดอร์ ถ้าสนใจก็โอนเงินแล้ว inbox ไปเลย สภาพหนังสือไม่ต้องเลือก

สรุปว่า การซื้อหนังสือออนไลน์ล้างความเชื่อและพฤติกรรมเดิม (ของตัวเอง) ไปหมด แถมยังช็อปวายป่วงกว่าการเดินร้านหนังสือแบบเดิมเยอะมากกกกกกก… 😂

หนังสือ Creative Selection สรุปสั้น ๆ ก่อนรีวิว

Creative Selection by Ken Kocienda

อ่านใกล้จบล่ะ แต่เอามาเล่าก่อนเพื่อใครสนใจจะได้ไปหามาอ่านมั่ง สรุปสั้น ๆ Creative Selection เล่มนี้ดีมาก คนเขียนทำงานที่ apple ในยุค Jobs มาเล่าถึงกระบวนการคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ apple ที่ผู้เขียนเข้าไปมีส่วนร่วม (ขออุบไว้ยังไม่บอกว่าตัวนึงเป็น iPhone 5555 😆)

ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาสินค้า และ/หรือบริการอื่น ๆ ได้สบาย

ใครเป็นติ่งอ่านได้ ไม่ใช่ติ่งก็อ่านได้ อับดุล!!

สำหรับเพื่อนฝูงที่ทำสำนักพิมพ์ แนะนำเลยว่าให้รีบไปซื้อลิขสิทธิ์มาแปลไทย ถ้าขายไม่ได้ก็ตัวใครตัวมัน แต่ถ้าขายได้ขายดีก็อย่าลืมกันนะ

สวัสดี

หมายเหตุ รีวิวยาว ๆ เดี๋ยวตามมาอีกทีนะครับ โปรดอดใจรอ แต่อย่ากลั้นใจรอ เดี๋ยวจะตายไปซะก่อน… 5555

ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ในรถ

xiaomi mijia car air purifier

จากปัญหาฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ที่มาแรงมากเมื่อช่วงต้นปีก็เลยทำหน้าที่พ่อบ้านใจกล้ากดสั่งเครื่องฟอกอากาศในรถของ Xiaomi ไปหนึ่งตัวด้วยความหวังว่าจะช่วยลดความเสี่ยงให้แม่พดด้วง (ซึ่งเป็นคนใช้รถเป็นหลัก) ในระหว่างขับรถไปไหนมาไหนได้บ้าง

เครื่องฟอกอากาศตัวนี้สั่งซื้อมาจากแอป JD Central ประสบการณ์สั่งซื้อไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ ขอยังไม่เล่าละกัน แต่ตอนนี้ดูทรงแล้วไม่น่าจะใช้ซ้ำ สั้น ๆ แค่นี้ละกันนะ

จากกล่องที่ได้รับมา แกะออกมาประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ตามรูปข้างบนเลย

อ่ะ มาดูทีละชิ้นกัน ไอ้อันดำ ๆ ยาว ๆ นั่น ก็คือ ตัวเครื่องฟอกอากาศ (ได้ยิน ดำ ๆ ยาว ๆ แล้วโปรดอย่าคิดลึก)

xiaomi mijia car air purifier

แถวล่างขวาสุด เป็นที่สุดคู่มือ (ซึ่งเปิดคู่มือออกมาแล้วเป็นภาษาจีนล้วน เยสเข้!!)

xiaomi mijia car air purifier

ถัดเข้ามาเป็นกล่องใส่สายไฟเพื่อเสียบจากที่จุดบุหรี่ในรถไปที่ตัวเครื่อง

xiaomi mijia car air purifier

ถัดมาเป็นแผ่นคล้ายหนัง (ไม่รู้ว่าวัสดุเป็นอะไร) ด้านนึงมีโลโก้ MJ ซึ่งไม่ได้ย่อมาจาก Michael Jordan แต่เป็น MiJia ที่เป็นแบรนด์ย่อยสำหรับสินค้าในกลุ่ม smart home ของ xiaomi พลิกอีแผ่นนี่ไปด้านหลังจะเป็นช่องให้ร้อยสายได้มาพร้อมกระดุมแป๊ะ (จะเก็ตกะกุมั้ยเนี่ย 5555) แกะมาเจอก็งง ใช้ทำอะไรวะอีแผ่นนี้?

xiaomi mijia car air purifier

สุดท้ายคือ พลาสติกโค้ง ๆ แข็ง ๆ มีสายร้อยติดอยู่พร้อมตัวล็อก

xiaomi mijia car air purifier

หลังจากที่แกะทุกอย่างเรียบร้อย เปิดดูคู่มือ (ภาษาจีน) และใช้บริการ google lens เพื่อแปลจากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ก็จัดการประกอบตัวเครื่องกับพลาสติกตัวสุดท้ายนี่เข้าด้วยกัน ก่อนจะไปติดตั้งในรถ ซึ่งพอลองวางตำแหน่งโน้นตำแหน่งนี้ดูแล้ว จุดที่ลงตัวที่สุด (สำหรับเรา) ก็คือ ด้านหลังที่พิงศีรษะที่นั่งด้านหลังฝั่งคนขับ (งงมั้ยวะ พูดง่าย ๆ หลังที่พิงหัวของที่นั่งหลังคนขับอ่ะ)

xiaomi mijia car air purifier xiaomi mijia car air purifier

พอรัดสายล็อกตัวเครื่องติดกับที่พิงศีรษะเรียบร้อยก็เอาอีแผ่นคล้ายหนังที่ได้มา (ซึ่งทีแรกไม่รู้ว่าใช้ทำอะไรนั่นแหละ) มาปิดทับอีกทีเพื่อซ่อนสายให้เรียบร้อย ช่วยให้รถดูดีมีระดับขึ้นมาเลยทีเดียว แหม่…

xiaomi mijia car air purifier

จากนั้นก็เดินสายไฟที่ให้มาต่อจากตัวเครื่องฟอกอากาศไปที่ที่จุดบุหรี่ ตรงนี้ถ้าใครยังไม่ได้เสียบอะไรไว้กับที่จุดบุหรี่ก็ง่ายหน่อย แต่ของเรานี่ใช้ต่อกล้องเอาไว้แล้วก็เลยต้องไปซื้อตัวเพิ่มช่องที่จุดบุหรี่มาอีกอัน

ไอ้ตัวเพิ่มช่องจุดบุหรี่นี่ก่อนจะซื้อก็งงชิหาย ทีแรกกะจะกดซื้อออนไลน์ให้ส่งมา พอเปิดดูในเว็บกับตามแอปขายของ แม่มมีตั้งแต่หลักสิบยันหลักพัน แล้วไม่มีอะไรบอกเลยว่า ที่ราคาต่างกันขนาดนั้นเพราะอะไร เลยตัดสินใจไปแวะร้านขายอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ไว้ใจได้ที่เคยใช้บริการกันมา ถามน้องมันจนพอรู้เรื่อง แล้วซื้อมาอันนึง ตามรูป

cigarette lighter socket splitter

ติดตั้งเรียบร้อย ลองเปิดสวิตช์รถ เออ เครื่องทำงานแล้ว โอเค ก็จัดการซ่อนสายไฟไม่ให้รกหูรกตาแม่พดด้วง ทีนี้มาจัดการเรื่องแอปต่อ เปิด app store โหลดแอปชื่อว่า Mi Home (ตามภาพ) หรือใครขี้เกียจเสิร์ชจะยิง QR code จากคู่มือก็ได้นะ มันวิ่งไปได้เลย

xiaomi mijia car air purifier

กด install เรียบร้อย ตอนเลือก location ไม่มีประเทศไทย ก็ใส่ Singapore ตามที่แอปมันแนะนำไป ยังไม่มี account ของ Mi ก็สมัครซะ เสร็จแล้วทีนี้ก็ทำการลิ้งก์เครื่องฟอกอากาศเข้ากับแอปในมือถือเรา ตรงนี้มีทริกนิดหน่อย คือ เปิดแอปขึ้นมาเปลี่ยน region เป็น Mainland China ก่อนที่จะกด add device เพราะถ้าไม่เปลี่ยนเป็นจีน แอปมันจะหาไม่เจอ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน วิธีนี้ก็เจอจากในเน็ตที่มีคนมาตอบเอาไว้

ลิ้งก์แอปได้แล้วก็ลองกดใช้งานดู ลองกดให้ทำงานแบบ auto เปลี่ยนเป็น manual กดเร่งกดเบาพัดลมได้ ปิดเป็น standby ก็โอเคใช้ได้เรียบร้อย จากในรูปเปิดขึ้นมาตอนแรกค่าอากาศจะเป็น Common ซึ่งมีขยายความบอกว่า ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ ๕๐ – ๑๐๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พอเปิดไปได้แป๊บนึงก็เปลี่ยนเป็น Good ซึ่งในข้อความบอกว่า ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ระหว่าง ๐ – ๕๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แสดงว่า เครื่องสามารถใช้งานได้ผลอยู่ (ถ้ามันไม่โกหกนะ 5555) รู้สึกคุณภาพชีวิตดีขึ้นมาเลยทีเดียว

xiaomi mijia car air purifierนอกจากบอกค่าอากาศได้แล้ว แอปนี้ยังบอกค่าอื่น ๆ ได้อีก เช่น เราใช้เครื่องฟอกอากาศนี้มาเป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว ระดับของไส้กรองอากาศอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ (ตอนนี้อยู่ที่ ๑๐๐ และจะลดลงตามการใช้งานจนเหลือ ๐ ซึ่งก็ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนไส้กรองได้ – ถ้ามันไม่โกหกอีกแล้ว 5555) อะไรพวกนี้นะฮะ

สรุปสั้น ๆ จากที่ได้รับตัวเครื่องจนมาถึงขั้นตอนนี้ ติดตั้งไม่ยาก ลงแอปแล้วลิ้งก์กับตัวเครื่องมีขั้นตอนนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ยากอะไร การเปิด-ปิดใช้งานไม่มีอะไรซับซ้อน ส่วนผลการใช้งานคงต้องใช้ดูสักพักก่อนครับ

หนังสือที่ CEO แจกให้อ่าน (๒๕๖๒)

จงเป็นคนฉลาดที่บริษัทขาดไม่ได้

วันนี้มาฟังนโยบายประจำปี ๒๕๖๒ ลงชื่อแล้วทีมงานแจกหนังสือก่อนเข้าห้องคือเล่มตามภาพด้านบน

นั่นแหละ จงเป็นคนฉลาดที่บริษัทขาดไม่ได้ นะจ๊ะ… ❤

ประสบการณ์งานวิ่งจอมบึงมาราธอน ครั้งที่ ๓๔

เหรียญและเสื้อ Finisher งานจอมบึง ครั้งที่ ๓๔

เพิ่งไปวิ่งฟูลมาราธอนแรกที่จอมบึงมาราธอนมาเมื่อวันอาทิตย์ นั่งไล่เรียงสิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็นและสิ่งได้ยินได้ฟังจากผู้ประสบเหตุเอามาสรุปให้กัน เผื่อเป็นข้อมูลสำหรับใครที่จะไปปีหน้า (รวมทั้งคณะผู้จัดงานถ้าเกิดผ่านมาเห็น) ไม่รู้ว่าแบบนี้จะเรียกรีวิวมั้ย

๑. เริ่มที่การสมัครก่อนเลย งานจอมบึงถือเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ มีนักวิ่งสนใจไปวิ่งจำนวนมากและมากขึ้นทุกปี (ได้ยินว่าปีนี้ปาเข้าไปถึงหมื่นห้าพันคน) แต่คนสมัครเยอะกว่านั้นอีกมาก แต่ไม่ต้องรีบ เพราะไม่ได้ใช้วิธีมาก่อนได้ก่อนแต่ใช้การสุ่มเลือก หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ล็อตโต้ (Lotto) ซึ่งถ้าไม่มีเส้น หรือไม่ได้เป็นแวดวงสปอนเซอร์ก็หมั่นสะสมแต้มบุญเก็บไว้เยอะ ๆ ทำบุญบริจาคอะไรบ้างเพื่อว่าเวลาสุ่มขึ้นมาจะได้มีชื่อเราติดกลุ่มไปด้วย

แต่เพื่อความไม่ประมาท ใครที่รู้ตัวว่าไม่ค่อยมีดวงด้านนี้ก็ยังมีอีกวิธี (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าปีหน้าจะยังมีอยู่มั้ยนะ ต้องคอยติดตามข่าวเอา) คือ หลังจากที่สมัครงานจอมบึงไปแล้วและยังไม่ประกาศผลล็อตโต้ จะมีงานวิ่งอีกงานของจอมบึง ชื่อว่า งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จอมบึง ซึ่งในปีที่ผ่านมาจัดเป็นครั้งแรกและก็คงมีคนสมัครน้อย ก็เลยมาจัดโปรโมชั่น ใครที่สมัครฟูลฯ งานจอมบึงเอาไว้ถ้ามาวิ่งฮาล์ฟงานนี้จบภายใน ๒:๔๕ ชั่วโมง ได้โควต้าไปฟูลฯ จอมบึงแน่นอน

นั่นแหละ แต่ด้วยความที่งานนี้ปีที่แล้วจัดได้ดีมาก (อ่านรีวิวได้ที่นี่นะ ประสบการณ์งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จอมบึง ราชบุรี ๒๕๖๑ ) กระแสตอบรับดีสุด ๆ ก็เลยไม่รู้ว่าปีนี้จะมีโปรฯ อย่างปีที่แล้วอีกรึเปล่า ต้องคอยติดตาม facebook ของงานดูนะ

๒. ที่พัก บอกเลยหายากสัส ๆ เพราะคนไปเป็นหมื่นอย่างที่บอก เพราะงั้นใครที่ฟันธงว่าจะไปแน่ ๆ พอรู้วันจัดงานแล้วรีบจองรีบจ่ายมัดจำเลย ไม่ต้องกลัว ถ้าไม่ได้ล็อตโต้มีคนรับต่อแน่นอน แต่ปีนี้เห็นคนมาให้ข้อมูลว่ามีคนในพื้นที่ชิงเหมาห้องเก็บไว้ก่อนแล้วมาปล่อยทำกำไรกันด้วย ถ้าเป็นงานบุรีรัมย์ กูจะฟ้องลุงเน แต่งานนี้ไม่รู้จะฟ้องใคร เพราะฉะนั้นก็เล็งกันดี ๆ ส่วนใครที่กะไปนอนเต๊นต์ก็เผื่อใจไว้นิดนึง คนมันเยอะ ร้อยพ่อพันแม่ มีเสียงดัง มีกินเหล้า อาจทำให้นอนไม่หลับได้ ต้องประเมินตัวเองดู

๓. การรับบิบ เลือกได้ว่าจะให้ส่งไปรษณีย์หรือมารับเอง จากประสบการณ์แนะนำว่า ถ้ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่เคยมีประวัติของที่ส่งมาหาย ก็ให้เขาส่งไปรษณีย์มาเถอะ ยอมเสียค่าส่งไป เพราะบรรยากาศวันรับบิบวุ่นวายชิบหาย ต้องไปเข้าคิวเอาเลขก่อนแล้วมารอเรียกอีกที เสียงก็ดังฟังไม่รู้เรื่อง ยอมเสียเงินค่าส่งไปรษณีย์ไปเหอะ อย่ามาปวดหัว ใช้เงินแก้ปัญหา สวย ๆ

๔. ที่จอดรถ ปีนี้มีที่จอดรถ ๑๕ จุด แต่ที่จอดในราชภัฏจอมบึงขนาดไม่ใหญ่ จุได้ไม่มากและส่วนมากก็เต็มเร็ว เพราะคนที่นอนเต๊นต์ก็จะรีบมาจองที่จอดกัน การจอดรถในราชภัฏต้องระวัง “ลิง” แม่งอย่างเยอะ แล้วมันไม่อยู่นิ่ง มีขึ้นไปนั่งบนหลังคาบนฝากระโปรงรถ มีบางตัวแม่งซนไปดึงเสาอากาศ ที่ปัดน้ำฝนเล่นด้วย ใครจะจอดตรงไหนก็ระวังด้วย

ส่วนใครที่เล็งจุดจอดนอกราชภัฏ ต้องระวังเรื่องรถรับส่งที่จะพาไปจุดสตาร์ต เพราะปีนี้มีนักวิ่งหลายคนที่มาจุดสตาร์ตไม่ทันเวลาปล่อยตัวอันเนื่องมาจากรถรับส่งมาช้า บางคนรออยู่เกินครึ่งชั่วโมงก็มี เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ดี หาที่พักใกล้ ๆ งานแล้วเดินมาก็จะลดความเสี่ยงไปได้ แค่วิ่งก็เหนื่อยแล้ว อย่ามาเหนื่อยลุ้นไปให้ทันวิ่งอีกเลย

๕. การปล่อยตัว ระยะฟูลฯ ตรงเวลา ไม่เลต มีแยกบล็อกนักวิ่ง A B C D E แต่ก็นั่นแหละ เขากั้นไว้แล้วก็ยังมีแทรก มีมุด ขยับมาอยู่หน้า ๆ กัน

๖. อุโมงค์น้ำ ปล่อยตัวมาได้ไม่เกิน ๒๐๐ เมตร มีอุโมงค์น้ำ ไม่รู้จะรีบไปไหน เพิ่งปล่อยตัว เวลาตีสี่ ยังไม่ร้อน แต่ตอนจะเข้าเส้นชัยแม่งวิ่งปิ้งย่างมาตั้งนาน น่าจะเอาอุโมงค์น้ำมาไว้ตรงนี้

๗. เส้นทางวิ่ง วิ่งถนนลาดยาง มีบางจุดอาจจะขรุขระบ้างตามสภาพถนนเมืองไทยอ่ะนะ อันนี้เข้าใจไม่ว่ากัน บางจุดอาจจะมีไฟสลัว ๆ เห็นมีบางคนติเรื่องนี้ แต่โดยส่วนตัวไม่ติดใจ วิ่งไปมีเนินซึม ๆ ยาว ๆ พอให้ได้ออกกำลังขาเปลี่ยนบรรยากาศ แต่พอช่วงสายแดดออกนี่ปิ้งย่างกันยาวเลย ใครกลัวแดดเตรียมทากันแดดหรือปลอกแขน ผ้าบัฟไปด้วย

๘. จุดให้น้ำ เกลือแร่ ผลไม้ ถี่ยิบ นี่ต้องชม ปกติงานอื่นเขามีทุกสองกิโลฯ นี่บางช่วงแทบจะทุกกิโลฯ เพราะนอกจากของงานแล้วยังมีของพี่ป้าน้าอา ของผู้ใหญ่บ้านมาตั้งจุดแจกด้วย มีพี่ผู้หญิงมาตั้งโต๊ะแจกกล้วยแขกมันทอดด้วย ขอบคุณมากครับพี่ ๆ

๙. กองเชียร์ เรื่องนี้เป็นจุดเด่น จุดขายของงานจอมบึงมาตลอด ที่อยากไปจอมบึงส่วนนึงก็เพราะเสียงร่ำลือเรื่องนี้แหละ แต่ไปเจอจริง ๆ แล้วไม่รู้เหมือนกันแฮะ แล้วแต่ความคิดแต่ละคนก็แล้วกันนะ แต่ขอบคุณน้อง ๆ กองเชียร์มาก ๆ ครับ

๑๐. ทีมเจ้าหน้าที่การแพทย์ จัดเต็มมาก มีสเปรย์ มีครีมพร้อม มีทีมช่วยนวดเยอะมาก ที่จบมาได้นี่ต้องขอบคุณทีมนวดเป็นพิเศษ ขอบคุณทีมนวดทุกจุดมากครับ

๑๑. คัตออฟ งานปีนี้ขยับเวลาคัตออฟเป็น ๗ ชั่วโมง เป็นดราม่าในโลกออนไลน์ทั้งก่อนแข่งและหลังแข่ง ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับกรณีที่ทีมงานผู้จัดขนนักวิ่งขึ้นรถมาปล่อยให้วิ่งต่อให้ทันคัตออฟ และได้รับเหรียญรับเสื้อ Finisher อยากให้เป็นงานที่ได้มาตรฐานจริง ๆ คัตออฟก็คัตออฟสิวะ วิ่งไม่จบ โดน DNF มันก็เป็นเสน่ห์ เป็นความท้าทายให้กลับมาใหม่นะ

๑๒. การรับเหรียญรับเสื้อ Finisher หลังเข้าเส้นชัย โอเค แต่คูปองอาหารไม่โอเค ไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์บอก แทบไม่เห็น

๑๓. อาหารหลังงาน มีเยอะ อันนี้ดี ไม่มีปัญหา แต่สลัดหมด เอาคูปองไปแลกอย่างอื่นก็ไม่ได้ เลยไม่ได้ใช้ไปหนึ่งใบ แต่สถานที่ตรงซุ้มอาหารเล็กไปนิดเมื่อเทียบกับจำนวนนักวิ่งและร้อน

๑๔. ไม่มีป้ายบอกจุดปริ้นต์ผลการแข่งขัน นึกว่าต้องไปปริ้นต์จากเน็ต จนเห็นคนเดินถือมาต้องถามถึงรู้ว่ามี

๑๕. เรื่องความสวยงามของเสื้อและเหรียญ อันนี้นานาจิตตัง ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนี้ แต่เจอปัญหาเสื้อวิ่งบาดหัวนมเลือดซิบ พลาดเองที่ลืมป้ายวาสลีนมา

๑๖. ขอจบด้วยเรื่องไฮไลต์ส่วนตัวที่เป็นสาเหตุให้อยากไปฟูลที่จอมบึง คือ มีหลวงพ่อมาพรมน้ำมนต์ให้นักวิ่งที่ระยะ ๒๑ โล ตอนแรกฟังคุณภรรยาเล่าถึงงานจอมบึงก็เฉย ๆ พอเล่ามาถึงว่ามีหลวงพ่อมาพรมน้ำมนต์ด้วยนะ กูซื้อเลย!! ปักธงเลยว่า ฟูลแรกกูต้องที่นี่ ตอนวิ่งมาเจอหลวงพ่อนี่ขอสองรอบเลย รับรอบแรกก่อนแล้วย้อนกลับมาให้น้องนวดเข่า แล้วกลับไปรับน้ำมนต์อีกรอบ สบายใจ

พอล่ะนะ ยาวเกินไปแล้ว ถ้านึกอะไรออกค่อยมาเติมเพิ่มอีกทีละกัน เลิฟ เลิฟ ❤