การเปลี่ยนแปลงที่ SCG Chemicals

manager magazine may 2005

เมื่อวานนี้มีข่าวใหญ่เรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงของ SCG สองกลุ่มธุรกิจด้วยกัน คือ SCG Chemicals และ SCG Packaging ซึ่งจะมีผลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ตามที่ไล่เลียงดูเข้าใจว่าสาเหตุเริ่มต้นน่าจะมาจากการที่คุณชลณัฐ ญาณารณพ หัวเรือใหญ่ของ Chemicals จะเกษียณอายุปลายปีนี้ก็เลยขยับคุณธนวงษ์ อารีรัชชกุล ซึ่งเป็นคน Chemicals เดิมกลับไปรับตำแหน่งแทน และดันคุณวิชาญ จิตร์ภักดี ซึ่งเป็นลูกหม้อกลุ่มแพกเกจจิ้งขึ้นมารับช่วงต่ออีกที

คุณชลณัฐที่กำลังจะเกษียณอายุไปนี้ขึ้นรับตำแหน่งผู้นำของกลุ่ม Chemicals เป็นคนที่สองต่อจากคุณอภิพร ภาษวัธน์ ผู้เป็นตำนานของกลุ่ม Chemicals ที่เกษียณอายุก่อนกำหนดไปพร้อมกับคุณชุมพล ณ ลำเลียง และผู้บริหารคนอื่นของปูนซิเมนต์ไทยในยุคนั้น ชนิดที่เรียกว่า เกษียณยกแผง

ในช่วงชีวิตการทำงานที่ผ่านมาได้มีโอกาสสัมภาษณ์เดี่ยว (หรือที่เรียกว่า exclusive) คุณชลณัฐหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ได้คุยเรื่องชีวิตส่วนตัวของคุณชลณัฐได้เท่ากับครั้งที่ติดสอยห้อยตามพี่ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสารผู้จัดการ ไปสัมภาษณ์เพื่อทำเรื่องปกฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ (ตามภาพ)

รายละเอียดของการพูดคุยในวันนั้นเมื่อมาถึงวันนี้หลายเรื่องจำได้บ้างไม่ได้บ้างตามวันเวลาที่ผ่านไปและวัยที่ผ่านเลย แต่เรื่องหนึ่งที่ไม่ได้เขียนลงไปแต่จำได้แม่นก็คือ เมื่อถูกถามว่า ได้เรียนรู้อะไรจากคุณแม่บ้าง? (คุณชลณัฐเป็นลูกชายคนโตของคุณกฤษณา อโศกสิน นักเขียนชื่อดังและศิลปินแห่งชาติ)

คุณชลณัฐตอบทันทีว่า ”ความมีวินัย” แล้วขยายความต่อ ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก ถ้าไม่ป่วยหนักจนลุกไม่ไหวจริง ๆ คุณแม่จะเขียนหนังสือทุกวัน

นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่ประทับใจมากที่สุดในชีวิตการสัมภาษณ์ที่ผ่านมาของตัวเอง…

จุดกำเนิดยุคนวัตกรรมที่ SCG

เมื่อหลายวันก่อนประชุมงานกับซัพพลายเออร์ หลังจากคุยกันมาร่วมสี่ชั่วโมง การสนทนาเลยเถิดมาถึง SCG แล้วจังหวะนึงพี่ซัพพลายเออร์พูดขึ้นมาว่า

SCG นี่เขานวัตกรรมอยู่แล้ว

ได้ยินปั๊บชะงักนิดนึง รู้สึกแปลกดีที่ได้ยินประโยคนี้ แสดงว่า SCG มาได้ไกลมาก เพราะภาพของ SCG เมื่อก่อนไม่มาทางนี้เลย

นิตยสารผู้จัดการ ฉบับเมษายน ๒๕๔๙นิตยสารผู้จัดการ เป็นฉบับแรกที่ได้สัมภาษณ์พิเศษพี่กานต์หลังรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG

เมื่อหลายวันก่อนประชุมงานกับซัพพลายเออร์ หลังจากคุยกันมาร่วมสี่ชั่วโมง การสนทนาเลยเถิดมาถึง SCG แล้วจังหวะนึงพี่ซัพพลายเออร์พูดขึ้นมาว่า

SCG นี่เขานวัตกรรมอยู่แล้ว

ได้ยินปั๊บชะงักนิดนึง รู้สึกแปลกดีที่ได้ยินประโยคนี้ แสดงว่า SCG มาได้ไกลมาก เพราะภาพของ SCG เมื่อก่อนไม่มาทางนี้เลย

เรื่องนวัตกรรมของ SCG นี่นอกจากจะยกความดีให้กับคน SCG ทุกคนแล้ว โดยส่วนตัวผมขอยกเครดิตส่วนใหญ่ให้คนนี้ครับ คุณกานต์ ตระกูลฮุน อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่คนที่แล้ว และอีกส่วนหนึ่งก็ขอยกให้อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่คนก่อนหน้าคุณกานต์อีกที คือ คุณชุมพล ณ ลำเลียง

ความเป็นมาของเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปไกลนิดนึง SCG เริ่มประกาศนโยบายมุ่งสู่นวัตกรรมอย่างชัดเจนในช่วงปลายการดำรงตำแหน่งของคุณชุมพล (สิงหาคม ๒๕๔๗) ในตอนนั้นทุกคนยังเรียก SCG ว่า ปูนซิเมนต์ไทย และตอนจัดงานครั้งนั้นมีการทำแสงสีเป็นรูปช้าง (ในโลโก้) ก้าวออกมาจากกรอบหกเหลี่ยมที่เป็นโลโก้ด้วย สร้างความฮือฮามาก เพราะถ้าเทียบกับมาตรฐานของปูนซิเมนต์ไทยในวันนั้นแล้ว นี่เป็นเรื่องใหญ่มากที่กล้าเล่นกับโลโก้ขนาดนี้

พอพี่กานต์ (ตามที่คุณกานต์พยายามให้ทุกคนเรียก) เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่แล้ว (มกราคม ๒๕๔๙) และเริ่มเปิดตัวให้สัมภาษณ์ ทำให้ได้รู้ว่าเรื่องนวัตกรรมนี้เป็นความคิดของพี่กานต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากคุณชุมพลอีกที และเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้พี่กานต์ได้รับการพิจารณาให้รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

พี่กานต์เล่าถึงเรื่องนี้ว่า ช่วงปี ๒๕๔๕ ทางผู้ใหญ่มีมาถามเรื่องวิสัยทัศน์ว่า SCG ในวันข้างหน้าน่าจะไปทางไหนยังไง พี่กานต์ตอบไปประมาณนึง แต่หนึ่งในนั้นคือ ต้องเน้นนวัตกรรม กับอีกเรื่องคือ อาเซียนจะเพิ่มความสำคัญขึ้นอย่างมาก

หลังจากผู้ใหญ่มาถามสองสามคน พี่กานต์ก็เริ่มเอ๊ะแล้วว่า สงสัยตัวเองจะเป็นแคนดิเดต แต่ก็ไม่ได้มั่นใจอะไรจนกระทั่งต้นเดือนสิงหาคม ๒๕๔๕ คุณชุมพลมาบอกว่า คณะกรรมการมีมติเลือกให้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนต่อไป

และช่วงเวลาหลังจากนั้นถือได้ว่าเป็นช่วงที่ SCG ได้ kick off และเอาจริงเอาจังกับการสร้างนวัตกรรม “อย่างเป็นระบบ” มากที่สุดองค์กรหนึ่งของไทย ซึ่งได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งขององค์กรอายุร้อยปีแห่งนี้ด้วย…

นิตยสารผู้จัดการ เมษายน ๒๕๔๙ : กานต์ ตระกูลฮุน

นิตยสารผู้จัดการ ฉบับเมษายน ๒๕๔๙

สิ้นปีนี้คุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี จะเกษียณอายุและส่งต่อตำแหน่งให้กับคนต่อไป หากนับจากวันที่เข้ารับตำแหน่งต่อจากคุณชุมพล ณ ลำเลียง เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๙ เท่ากับว่าคุณกานต์อยู่ในตำแหน่งนี้มาสิบปีเต็ม

นิตยสารผู้จัดการ ฉบับเดือนเมษายน ๒๕๔๙ ขึ้นปกด้วยเรื่อง กานต์ ตระกูลฮุน SCG Culture Change นับเป็นสื่อแรกที่ได้สัมภาษณ์พิเศษคุณกานต์ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยทีมงานได้ติดต่อขอสัมภาษณ์คุณกานต์ตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายปี ๒๕๔๘ และวางแผนจะให้เรื่องนี้ลงในฉบับมกราคมเพื่อรับกับการเข้ารับตำแหน่งพอดี แต่คุณกานต์ปฏิเสธด้วยเหตุว่า การให้สัมภาษณ์ตั้งแต่ยังไม่ได้รับตำแหน่งดูจะเป็นการไม่เหมาะสม กำหนดการดังกล่าวจึงต้องเลื่อนมาเป็นฉบับเมษายนแทน

การเข้ารับตำแหน่งของคุณกานต์ได้รับการจับจ้องมากพอดู สาเหตุสำคัญเป็นเพราะคุณกานต์เข้ามารับช่วงต่อจากคุณชุมพล ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างมากในแวดวงธุรกิจบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นผู้นำการพลิกฟื้นฐานะของเอสซีจีจากที่เรียกได้ว่า เจ๊งไปแล้ว เมื่อครั้งเจอวิกฤติต้มยำกุ้งจนกลับมามีฐานะมั่นคงได้อีกครั้ง

ประการที่สอง การเปลี่ยนผู้บริหารของเอสซีจีครั้งนี้ไม่ได้เพียงคนเดียว แต่เป็นการเปลี่ยน ยกชุด เพราะคณะจัดการชุดคุณชุมพลพร้อมใจกันเกษียณอายุก่อนกำหนดพร้อมกันทั้งคณะ เท่ากับว่าคุณกานต์ต้องเลือกขุนพลคู่กายขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ถือว่าโดดเดี่ยวจนเกินไปนัก เพราะพี่ๆ ที่เกษียณไปก็ยังทำหน้าที่ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำอยู่

ในเล่มนี้ นอกจากคุณกานต์จะให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและนโยบายการทำธุรกิจแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่ให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องครอบครัวอีกด้วย

สำหรับภาพปก ถ่ายกันที่อาคารสำนักงานใหญ่เอสซีจี ที่บางซื่อ เป็นผลงานของคุณจันทร์กลาง กันทอง ซึ่งวันนี้ก็ยังทำงานอยู่ที่เอเอสทีวี ผู้จัดการ แต่ก็มีผลงานไปปรากฎตามที่ต่างๆ รวมทั้งมีผลงานที่ชนะการประกวดด้วย

นิตยสารผู้จัดการ เมษายน ๒๕๔๙ : กานต์ ตระกูลฮุน

นิตยสารผู้จัดการ ฉบับเมษายน ๒๕๔๙

สิ้นปีนี้คุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี จะเกษียณอายุและส่งต่อตำแหน่งให้กับคนต่อไป หากนับจากวันที่เข้ารับตำแหน่งต่อจากคุณชุมพล ณ ลำเลียง เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๙ เท่ากับว่าคุณกานต์อยู่ในตำแหน่งนี้มาสิบปีเต็ม

นิตยสารผู้จัดการ ฉบับเดือนเมษายน ๒๕๔๙ ขึ้นปกด้วยเรื่อง กานต์ ตระกูลฮุน SCG Culture Change นับเป็นสื่อแรกที่ได้สัมภาษณ์พิเศษคุณกานต์ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยทีมงานได้ติดต่อขอสัมภาษณ์คุณกานต์ตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายปี ๒๕๔๘ และวางแผนจะให้เรื่องนี้ลงในฉบับมกราคมเพื่อรับกับการเข้ารับตำแหน่งพอดี แต่คุณกานต์ปฏิเสธด้วยเหตุว่า การให้สัมภาษณ์ตั้งแต่ยังไม่ได้รับตำแหน่งดูจะเป็นการไม่เหมาะสม กำหนดการดังกล่าวจึงต้องเลื่อนมาเป็นฉบับเมษายนแทน

การเข้ารับตำแหน่งของคุณกานต์ได้รับการจับจ้องมากพอดู สาเหตุสำคัญเป็นเพราะคุณกานต์เข้ามารับช่วงต่อจากคุณชุมพล ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างมากในแวดวงธุรกิจบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นผู้นำการพลิกฟื้นฐานะของเอสซีจีจากที่เรียกได้ว่า เจ๊งไปแล้ว เมื่อครั้งเจอวิกฤติต้มยำกุ้งจนกลับมามีฐานะมั่นคงได้อีกครั้ง

ประการที่สอง การเปลี่ยนผู้บริหารของเอสซีจีครั้งนี้ไม่ได้เพียงคนเดียว แต่เป็นการเปลี่ยน ยกชุด เพราะคณะจัดการชุดคุณชุมพลพร้อมใจกันเกษียณอายุก่อนกำหนดพร้อมกันทั้งคณะ เท่ากับว่าคุณกานต์ต้องเลือกขุนพลคู่กายขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ถือว่าโดดเดี่ยวจนเกินไปนัก เพราะพี่ๆ ที่เกษียณไปก็ยังทำหน้าที่ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำอยู่

ในเล่มนี้ นอกจากคุณกานต์จะให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและนโยบายการทำธุรกิจแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่ให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องครอบครัวอีกด้วย

สำหรับภาพปก ถ่ายกันที่อาคารสำนักงานใหญ่เอสซีจี ที่บางซื่อ เป็นผลงานของคุณจันทร์กลาง กันทอง ซึ่งวันนี้ก็ยังทำงานอยู่ที่เอเอสทีวี ผู้จัดการ แต่ก็มีผลงานไปปรากฎตามที่ต่างๆ รวมทั้งมีผลงานที่ชนะการประกวดด้วย

นิตยสาร delight กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๕๘

delight Jul - Sept 2015

นิตยสาร delight เป็นนิตยสารราย ๓ เดือนที่แจกฟรีให้กับผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG สำหรับเล่มล่าสุด (กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๕๘) มาในธีม FOOD culture

เล่มนี้คนชอบเรื่องอาหารน่าจะถูกใจ เพราะเรื่องจากปกนำเสนอเรื่องราววัฒนธรรมด้านอาหารของภูมิภาคต่างๆ ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา ฯลฯ นอกจากนี้ ยังเสริมด้วย เรื่องเล่าขาน “พระกระยาหารโปรด” ของพระพุทธเจ้าหลวง ที่ได้รวบรวมความเป็นมาของเมนูโปรดของรัชกาลที่ ๕ บางเมนู อาทิ น้ำพริกลงเรือ หมี่กรอบจีนหลี เป็ดอัด และขนมจีนน้ำยา

รวมทั้งคอลัมน์แนะนำร้านอาหารที่คัดมาหลากหลาย และที่ไม่พลาดก็คือ คอลัมน์การทำอาหาร โดยในเล่มนี้เป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวคั่วกรอบ และเชียบัตตา ใครสนใจแนวไหนก็ทดลองทำกันดูได้

สำหรับคอลัมน์อื่นๆ ก็จัดมาครบ มีทั้งธุรกิจ สุขภาพ ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ หนังสือน่าอ่าน ฯลฯ เรียกได้ว่า ถึงจะเป็นนิตยสารแจกฟรีแต่เนื้อหาไม่ได้ด้อยไปกว่าที่มีวางขายอยู่บนแผงเลย

สำหรับผู้สนใจ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าเล่มนี้เป็นนิตยสารแจกฟรีให้กับผู้ถือหุ้นกู้ของ SCG เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีหุ้นกู้ที่ว่าอาจต้องลองถามไปที่ SCG ดูนะครับ