ประสบการณ์งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จอมบึง ราชบุรี ๒๕๖๑

chombueng crown prince hospital half marathon 2018

เมื่อวานนี้ไปลงงานวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนมาครับ ชื่องาน ฮาล์ฟมาราธอนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จอมบึง เป็นงานเล็ก ๆ จัดครั้งแรก โดยทีมงานชาวบ้านในท้องถิ่นจัดกันเอง คิดว่าไม่ได้ใช้ออแกไนเซอร์ที่ไหน แต่คงมีทีมงานที่มีประสบการณ์และโนว์ฮาวจากการจัดงานจอมบึงมาราธอนมาช่วย หรือดีไม่ดีอาจจะเป็นทีมนั้นมาจัดเองเลยหรือเปล่าไม่รู้

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ผมสรุปให้ก่อนเลยว่างานนี้เป็นยังไง เผื่อใครที่พลาดปีนี้และเป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจในปีหน้า

งานนี้จัดปีนี้ครั้งแรก สรุปรวมความดีงามและความประทับใจเอาไปเลย สี่ดาวครึ่ง

อะไรที่ดีงามบ้าง

๑. บรรยากาศ -> ติ๊ดชึ่งมาก ได้ฟีลความสนุกแบบคนไทยต่างจังหวัด กองเชียร์พร้อม ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ มีประดับไฟแบบงานวัดต่างจังหวัด บวกคะแนนพิเศษตรงที่มีหลวงพ่อมาให้น้ำมนต์ด้วย แถมอากาศดี ช่วงแดดออกก็ไม่ร้อนมาก
๒. เส้นทางวิ่ง -> มีทั้งถนนราดยางและถนนลูกรัง ได้บรรยากาศเทรลเล็ก ๆ บางช่วงวิ่งผ่ากลางไร่อ้อย มองไปทางซ้ายมีภูเขาตั้งตระหง่าน วิวดีมาก บางช่วงวิ่งเข้าหมู่บ้าน มีพี่ป้าน้าอาหอบลูกเด็กเล็กแดงออกมายืนเชียร์
๓. การปิดถนน -> ไม่ ๑๐๐% แต่เนื่องจากเส้นทางวิ่งส่วนใหญ่เป็นถนนสายเล็ก สายรอง ประกอบกับพี่ป้าน้าอาน่าจะให้ความร่วมมือกันอย่างดี ตลอดทั้งเส้นทางเจอรถไม่เกินห้าคัน
๔. จุดให้น้ำ-เกลือแร่ -> พร้อมจนไม่รู้จะพร้อมยังไง กลางไร่อ้อยก็ยังมี บางจุดมีทองหยอดจิ้มไม้รอให้หยิบกินได้เลย แตงโมพร้อม เห็นว่าบางจุดมีกล้วยตากด้วย ถุงขยะ มีวางรอพร้อม ถ้านักวิ่งทิ้งไม่ลงถังมีทีมงานเก็บใส่ให้เรียบร้อย
๕. เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ -> มีกระจายตามระยะ สเปรย์พร้อม บางจุดมีมอเตอร์ไซค์พร้อม
๖. เพซเซอร์ -> ชุดอื่นไม่รู้ แต่ชุดสองชั่วโมงเวลาเป๊ะ และคิดว่าชุด ๒.๔๕ ที่สำคัญที่สุดก็น่าจะเป๊ะด้วยเหมือนกัน
๗. ระบบชิปจับเวลา + พิมพ์ผลการแข่งขัน -> ใช้ชิปจับเวลา มีจุด check point ระหว่างทาง ไม่ต้องรับหนังยาง เข้าเส้นชัยแล้วพิมพ์ผลการแข่งขันไม่ต้องรอนาน ระบบไม่ล่ม
๘. การรับเหรียญ -> รับเหรียญจากพานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ (ถ้วยรางวัลเป็นถ้วยพระราชทานด้วยนะ)
๙. อาหารหลังเข้าเส้นชัย -> แบ่งตามระยะวิ่ง มีพอ ไม่ต้องกลัวหมด ใครกินเจมีอาหารเจให้ด้วย
๑๐. ช่างภาพ -> มีเพียบ สาว ๆ ไม่ต้องกลัวว่ามาวิ่งงานนี้แล้วจะไม่มีรูป
๑๑. ที่จอดรถ -> กว้างขวาง ใหญ่โต มีเจ้าหน้าที่คอยจัดการเรื่องการจอดรถ ไม่วุ่นวาย

พอเถอะนะ แค่นี้ก็งานอื่นก็ลำบากแล้ว

ข้อดีเยอะขนาดนี้ ทำไมได้สี่ดาวครึ่ง อีกครึ่งดาวหายไปไหน?

อีกครึ่งดาวขอหักจากเรื่องรถสุขาครับ จริงอยู่งานนี้ผู้จัดบอกว่า ถ้าอยากเข้าห้องน้ำ เจอธงเขียวที่บ้านไหน เลี้ยวเข้าได้เลย แต่นักวิ่งบางคนก็อาจไม่สะดวกใจที่จะต้องไปรบกวนใช้ห้องน้ำบ้านพี่ป้าน้าอา กลัวจะไปทำเลอะเทอะ คงจะดีกว่าถ้ามีรถสุขาเป็นอีกทางเลือกครับ

ด้วยความดีงามระดับนี้ ความประทับใจขนาดนี้ ดูจาก feedback ในโลกโซเชี่ยลแล้วก็รับประกันได้ว่า ปีหน้าใครจะไปงานนี้ต้องเร็วเลยนะครับ เชื่อว่าเปิดรับสมัครเมื่อไหร่ เต็มเร็วแน่นอน ดีไม่ดีอาจต้องมีล็อตโต้กันเลยนะ

หมายเหตุไว้นิดนึง ปีนี้มีนักวิ่งมาสามพันกว่าคน วิ่งระยะฮาล์ฟพันกว่าคน ถ้าปีหน้าและปีต่อ ๆ ไปมีคนมามากกว่านี้ก็หวังว่าทีมงานจะยังสามารถรับมือกับจำนวนนักวิ่งที่มากขึ้น โดยที่คงความดีงามทั้งหลายของปีนี้เอาไว้ได้นะครับ

สรุปจบไปแล้ว ทีนี้เป็นรายละเอียดเขียนเก็บไว้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวครับ

งานนี้ทีแรกไม่รู้จักมาก่อน แล้วในโปรแกรมงานวิ่งก็ไม่ได้คิดจะลงงานนี้ แต่อยู่ ๆ เพจ fb ของงานจอมบึงก็มาบอกว่า ใครที่ลงงานนี้แล้ววิ่งฮาล์ฟได้ภายในเวลา ๒.๔๕ ชั่วโมงจะได้โควต้าไปงานจอมบึง

อ้าวววววว อย่างนี้ก็ต้องจัดสิครับ

เพราะผมเองไม่เคยมีโชคในเรื่องเสี่ยงดวงเรื่องล็อตโต้อะไรพวกนี้เลย งานวิ่งทุกงานที่ลงมาล้วนแล้วแต่สมัครก่อนได้ก่อนทั้งนั้น จอมบึงนี่จะเป็นงานแรก แล้วก็เป็นงานที่อยากไปด้วย ถ้าพลาดขึ้นมาคงเสียดายแย่

เข้าใจว่าที่งานจอมบึงต้องมาให้สิทธิ์โควต้าขนาดนี้น่าจะป็นเพราะยอดสมัครงานนี้คงไม่เดิน เลยต้องออกโปรกระตุ้นกันหน่อย

สมัครเสร็จ ต่อด้วยจองที่พัก แล้วก็มารอบิบและเสื้อวิ่งที่จะส่งมา ซึ่งก็มีให้ลุ้นนิดหน่อย เพราะส่งมาถึงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันวิ่งเลย เล่นเอาใจคอไม่ดี เพราะระหว่างนั้นผลล็อตโต้งานจอมบึงก็ออกมาแล้ว สรุปว่า ล็อตโต้สองรอบ แห้วทั้งสองรอบ เพราะฉะนั้นถ้าอยากไปจอมบึงมาราธอนก็ต้องห้ามพลาดงานนี้เด็ดขาด

วันเสาร์เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจอมบึง ด้วยเส้นทางผ่านนครปฐม ทีแรกกะว่าไปถึงจะเข้าที่พักแล้วบ่าย ๆ เย็น ๆ ค่อยออกมาดูบริเวณจัดงาน แต่กลายเป็นว่าผ่านโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งเป็นบริเวณจัดงานก่อนถึงที่พัก ก็เลยแวะไปดูก่อน ดูที่จอดรถว่าอยู่ตรงไหน เข้าไปที่ลานคูน เอาชิปไปเช็กว่าข้อมูลถูกต้องเรียบร้อยดี ถามเจ้าหน้าที่ถึงจุดแจ้งผลหลังวิ่งเสร็จเพื่อเอาโควต้างานจอมบึง มาราธอนได้ที่ไหน

เสร็จแล้วแวะเดินดูสินค้าเกษตรปลอดสารที่ชาวบ้านเอามาขาย ช่วยอุดหนุนมาเจ้าละอย่างสองอย่าง เดินดูเห็นมีจุดกางเต๊นต์สำหรับนักวิ่งเตรียมไว้พร้อม มีซุ้มอาหารแยกตามระยะวิ่ง (อันนี้ดีมาก เพราะเห็นหลายงานแล้วที่มีดราม่าอาหารหมดจนไม่มีเหลือมาถึงนักวิ่งระยะฮาล์ฟหรือฟูล) เสร็จสรรพขับรถต่อไปเข้าที่พัก

งานวิ่งระยะฮาล์ฟปล่อยตัวตอนตีห้าครึ่ง เราออกจากที่พักตอนตีสี่ (นี่มึงเร็วไปมั้ย?) ด้วยความไม่แน่ใจเรื่องที่จอดรถ เพราะเคยเจอความวุ่นวายที่งานนาวิกฯ มาแล้ว ระหว่างที่ขับรถออกมาก็เงียบสงัดมาก รถแทบไม่มี จนแอบคิดว่า นี่กูมาเร็วไปจริง ๆ ใช่มั้ย จนมาถึงบริเวณงานก็เห็นมีการประดับไฟนีออนหลากสี อารมณ์งานวัดต่างจังหวัด (นี่มึงอยู่ต่างจังหวัด!!) เริ่มเห็นรถรามากขึ้น ขับเข้าที่จอดรถก็เห็นรถมาจอดกันเพียบแล้ว เออ ค่อยยังชั่ว

พูดถึงที่จอดรถ ต้องบอกว่า นี่เป็นความประทับใจอย่างแรกตั้งแต่ก่อนวิ่งเลย เพราะจุดที่เข้าไปจอดเห็นว่าเป็นลานมันอะไรซักอย่าง พื้นที่กว้างขวางมาก จอดรถได้หลายร้อยคัน ขับรถเข้าไปมีเจ้าหน้าที่โบกรถจัดระเบียบ ดูแลจุดจอดเรียบร้อย ตอนเสียบเข้าไปจอดเราก็ด้วยความเคยชินกับการจอดรถในกรุงเทพฯ ก็จอดชิดกับคันข้าง ๆ เว้นระยะไว้นิดนึงตามมาตรฐานกรุงเทพฯ จนพี่เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่า จอดใกล้ไปนะครับ เดี๋ยวจะลงรถลำบาก ขยับห่างออกอีกหน่อยดีกว่า

เยสเข้!! พี่นี่ประทับใจมาก

เดินเข้าไปบริเวณงานเห็นว่ามีนักวิ่งมากันเยอะแล้วเหมือนกัน รวมทั้งคนที่ลงระยะมินิกับฟันรันก็มากันบ้างแล้ว เดินดูบรรยากาศนิดนึงแล้วไปเข้าคิวเข้าห้องน้ำ ก่อนปล่อยตัวมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมานำการวอร์มและยืดเหยียดให้นักวิ่งทำตาม

ใกล้ถึงเวลาปล่อยตัวระยะฮาล์ฟมีวงโยธวาทิตของน้อง ๆ นักเรียนเดินนำมาที่จุดปล่อยตัวบนถนนราชบุรี-จอมบึง ตอนรอปล่อยตัวตัดสินใจว่าจะวิ่งตามเพซปกติ ไม่เร่ง แต่เอาให้ทัน ๒.๔๕ ชั่วโมงก็พอ เพราะยังมีอีกงานรออยู่สามอาทิตย์ข้างหน้า เกิดมาเจ็บอะไรไปซะก่อนมันจะไม่คุ้ม

แต่พอปล่อยตัวออกมา จับพลัดจับผลูยังไงไม่รู้ดันไปอยู่ตามหลังทีมเพซเซอร์สองชั่วโมง (มีพี่นะ ร้อยโล ผู้เพิ่งจบเบอร์ลิน มาราธอน และได้เหรียญ six stars finisher มาเป็นที่เรียบร้อยวิ่งอยู่กับเพซเซอร์ทีมนี้ด้วย)

คำนวณคร่าว ๆ สองชั่วโมงก็เพซหกใช่มั้ย เอาวะ น่าจะพอไหว ตามไปได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นละกัน พอครบโลแรกเหลือบมองนาฬิกา เดี๋ยววววววว ทำไมเพซ ๕.๓๓ พวกพี่เร่งเร็วไปหรือเปล่า วิ่งตามต่อไปอีกโล ดูนาฬิกา เพซ ๕.๓๗ เฮ้ย พวกพี่ไม่ผ่อนจริงดิ

แล้วก็มาเก็ตเอาตอนถึงจุดรับน้ำ พอรวมเวลาเบรคจิบน้ำเข้าไปแล้วเพซเฉลี่ยก็ขยับมาใกล้หกอีกหน่อย อ่อ กูเข้าใจล่ะ แปลว่านี่กูต้องวิ่งเพซห้ากว่า ๆ ไปตลอดใช่มั้ย ลองดู ลองดู ได้แค่ไหนก็แค่นั้นละกันวะ

วิ่งมาถึงช่วงประมาณโลที่หกหรือเจ็ด มีหลวงพ่อมานั่งพรมน้ำมนต์ให้นักวิ่ง นี่แหละที่กูอยากเจอ ที่อยากไปจอมบึงมาราธอนส่วนนึงก็เพราะโมเมนต์อย่างนี้ด้วย วิ่งชลอ ๆ กะจังหวะจะเข้ารับน้ำมนต์แต่เจอพี่นักวิ่งแกหยุดให้หลวงพ่อเคาะกบาล จังหวะเลยสะดุดแล้วต้องวิ่งต่อ ก็เลยพลาดไป เสียดายนิดหน่อย คิดว่า มาเอาตอนงานจอมบึงก็ได้วะ

วิ่งบนถนนไปถึงประมาณโลแปดเลี้ยวขวาลงไร่อ้อย สองข้างทางเป็นไร่อ้อย สูงท่วมหัว แดดยังไม่ออก แถมอากาศดี บรรยากาศแม่งอย่างฟิน วิ่ง ๆ ไปมีนักวิ่งเลี้ยวออกซ้ายออกขวา ก็นึกว่าไปไหน มองตามไป อ๋อ ไปเติมปุ๋ยให้ไร่อ้อย 5555

วิ่งอยู่กลางไร่อ้อย อยู่ ๆ มีกองเชียร์โผล่มาเฉย เป็นเด็กนักเรียนจากโรงเรียนอะไรซักที่ที่ตำบลปากช่อง (พี่ขอโทษนะน้อง ๆ ที่จำชื่อโรงเรียนน้องไม่ได้) อยู่ที่จุดให้น้ำโลที่สิบ รับน้ำเสร็จเดินสูดลมหายใจให้เต็มปอดสองสามเฮือก เริ่มวิ่งต่อมองไปลูกโป่งสองชั่วโมงห่างไปจะห้าสิบเมตรแล้ว รีบกวดตามไปแต่ไม่ทัน ระยะถ่างออกเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดให้น้ำโลที่สิบสอง มาถึง เอ๊ะ ทำไมแถวยาว พอเข้าไปถึงเห็นว่ามีทั้งทองหยอด แตงโม น้ำเกลือแร่ น้ำเปล่า จิ้มทองหยอดเข้าปากเม็ดนึง อีกมือหยิบแตงโม เดินต่อมาหยิบน้ำเกลือแร่กับน้ำเปล่าอย่างละแก้ว กินเสร็จเริ่มวิ่งต่อ ลูกโป่งสองชั่วโมงหายลับไปแล้วทีนี้

จากจุดนี้เส้นทางจะเป็นถนนสายเล็ก ๆ ตัดเข้าหมู่บ้าน ระหว่างทางมีพี่ป้าน้าอาอุ้มลูกเด็กเล็กแดงมายืนเชียร์มาให้กำลังใจเป็นระยะ เด็กบางคนโบกมือเชียร์ บางคนยื่นมือมาให้แตะ ช่วย power up เพิ่มพลังชีวิตให้มีแรงสับขาต่อ ช่วงนี้วิ่งไปก็เช็กเวลาไป คิดว่ายังพอมีลุ้นจะทำ sub2 เอาวะ พี่คิปโชเก้ตั้งเป้าทำ Breaking2 กรูก็ Breaking2 มั่ง แค่คนละระยะเท่านั้นเอง 5555

มาถึงประมาณโลที่ ๑๗ เจอหลวงพ่ออีกรูปนั่งรอให้น้ำมนต์อยู่ ครั้งนี้พี่ไม่พลาดแน่ ไม่มีคนแย่งด้วย ถลาเข้าไปให้หลวงพ่อพรมน้ำมนต์ให้ คิดในใจว่า เดี๋ยวตอนงานฟูลฯ จอมบึงผมจะมารับอีกรอบนะหลวงพ่อ ได้น้ำมนต์เสร็จกำลังใจมา แวะให้เจ้าหน้าที่ฉีดสเปรย์ที่เข่าขวาสองปื้ด พร้อมลุยต่อ วิ่งมาได้อีกหน่อยมองไปข้างหน้า ถึงกับร้องว่า ชิ_หายแล้วววววว เนินมายาว ๆ เลย โอยยยยย ไม่ขนาดเนินนาวิกฯ แต่ก็ทำเอาแย่ไปเหมือนกัน ค่อย ๆ ประคองตัวมา ตั้งใจว่า งานนี้กูจะไม่เดินเด็ดขาด กูต้องไม่หมด!! แล้วช่างภาพเยอะเหลือเกินนะตรงเนินนี้ กำลังหอบกำลังแฮ่กมาเจอช่างภาพ กูต้องทำท่าสตรองขึ้นมาก่อน สร้างภาพก่อน หน้าต้องนิ่ง

มาถึงจุดให้น้ำโลที่ ๒๐ ครบสองชั่วโมงพอดี หมดกัน ความหวัง Breaking2 เอาไว้ลุ้นงานหน้าอีกที วิ่งต่อมาได้ยินเสียงพิธีกรงานที่เส้นชัยประกาศว่า พี่นะ เข้าเส้นชัยเรียบร้อยแล้ว สับขารักษาจังหวะรักษาเพซมาเรื่อย ๆ เสียงพิธีกรดังขึ้น ๆ ได้ยินชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในใจคิดแค่ว่า ใกล้แล้วมึง ใกล้แล้วมึงงงงงงงงงงงง

เข้าเส้นชัยมาด้วยเวลา (chip time) ๒:๐๖:๒๙ ชั่วโมง ถึงจะ Breaking2 ไม่สำเร็จแต่ก็ดีใจ เพราะนอกจากจะผ่านได้สิทธิ์ไปงานจอมบึงตามที่ตั้งใจไว้แล้ว ยังเป็น new pb ของตัวเอง จากเวลาเดิมที่เคยทำได้ ๒:๒๐ ที่งานนาวิกฯ ที่ผ่านมา

แล้วเจอกันงานหน้าครับ… ❤

หมายเหตุ ดูภาพบรรยากาศได้จากคลิปด้านล่างนี้นะครับ

One thought on “ประสบการณ์งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จอมบึง ราชบุรี ๒๕๖๑

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s