พฤติกรรมการซื้อหนังสือที่เปลี่ยนไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเคยคิดว่าการซื้อหนังสือนี่มันต้องผ่านกระบวนการหยิบ ๆ จับ ๆ พลิกไปพลิกมา อ่านตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย ดูปกไม่ยับ ดูกาวที่สันไม่เลอะ เลือกจนพอใจถึงจะซื้อ จะมียกเว้นบ้างก็บางเล่มที่หาในไทยไม่ได้ต้องสั่งจาก amazon แต่ก็ทดลองอ่านจากฟีเจอร์ look inside มาแล้ว ตอนนี้เหรอ เปิดเว็บดูร้านออนไลน์ อ่านสรุปเนื้อหา ถ้าพอใจก็กดเลย บางทีเปิดเจอจากใน fb สำนักพิมพ์บ้าง นักเขียนบ้าง ถ้าน่าสนใจก็กดเลย แถมบางทีหนังสือยังไม่ออก เป็นแค่พรีออเดอร์ ถ้าสนใจก็โอนเงินแล้ว inbox ไปเลย สภาพหนังสือไม่ต้องเลือก สรุปว่า การซื้อหนังสือออนไลน์ล้างความเชื่อและพฤติกรรมเดิม (ของตัวเอง) ไปหมด แถมยังช็อปวายป่วงกว่าการเดินร้านหนังสือแบบเดิมเยอะมากกกกกกก... 😂

หนังสือ Creative Selection สรุปสั้น ๆ ก่อนรีวิว

อ่านใกล้จบล่ะ แต่เอามาเล่าก่อนเพื่อใครสนใจจะได้ไปหามาอ่านมั่ง สรุปสั้น ๆ Creative Selection เล่มนี้ดีมาก คนเขียนทำงานที่ apple ในยุค Jobs มาเล่าถึงกระบวนการคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ apple ที่ผู้เขียนเข้าไปมีส่วนร่วม (ขออุบไว้ยังไม่บอกว่าตัวนึงเป็น iPhone 5555 😆) ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาสินค้า และ/หรือบริการอื่น ๆ ได้สบาย ใครเป็นติ่งอ่านได้ ไม่ใช่ติ่งก็อ่านได้ อับดุล!! สำหรับเพื่อนฝูงที่ทำสำนักพิมพ์ แนะนำเลยว่าให้รีบไปซื้อลิขสิทธิ์มาแปลไทย ถ้าขายไม่ได้ก็ตัวใครตัวมัน แต่ถ้าขายได้ขายดีก็อย่าลืมกันนะ สวัสดี หมายเหตุ รีวิวยาว ๆ เดี๋ยวตามมาอีกทีนะครับ โปรดอดใจรอ แต่อย่ากลั้นใจรอ เดี๋ยวจะตายไปซะก่อน... 5555

สั่งพรีออร์เดอร์หนังสือ “แสงแห่งแผ่นดิน”

ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าให้ทดลองสั่งพรีออร์เดอร์หนังสือในหลวงร.๙ “แสงแห่งแผ่นดิน” ของอมรินทร์พริ้นติ้งฯ จากเว็บ แสงแห่งแผ่นดิน.com เพื่อทดสอบความเรียบร้อยของระบบ ก็ลองสั่งพร้อมถ่ายคลิปส่งเป็นที่เรียบร้อยวันนั้นเลย แล้วก็ลืมไปเลย ไม่ได้สนใจว่าหนังสือจะส่งมาวันไหน จนเมื่อเช้าวันเสาร์มีโทรศัพท์มา เบอร์ไม่รู้จัก ทีแรกจะไม่รับเพราะคิดว่าเป็นพวกขายประกัน แต่ก็ลองรับดูก็ได้วะ ปรากฎว่าโทรมาจาก SCG Express จะมาส่งของ เราก็นึก เอาแล้วไง ไอ้พวกต้มตุ๋น จะมาส่งของแล้วเก็บเงินปลายทางกูล่ะสิ กูไม่ได้สั่งอะไรไปเลย พอพนักงานบอกว่า จะมาส่งของจากอมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์นั่นแหละถึงนึกได้ ก็บอกทางไป รับของเรียบร้อยแล้วนี่เซอร์ไพรส์สองอย่าง อย่างแรก ใช้ SCG Express ส่งของนะ อันนี้ประทับใจ เพราะชื่อของ SCG น่าจะมืออาชีพอยู่ อย่างที่สอง แพ็กกล่องมาดูแน่นหนาเรียบร้อยดี ยังไม่ได้แกะกล่องดูว่าสภาพข้างในเป็นยังไง หวังว่าคงจะไม่เซอร์ไพรส์ด้วยการหนังสือยับย่น หรือกล่องหลวมนะ ฮ่า... ทีนี้พอได้หนังสือมาก็ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแล้วก็เอาวางไว้บนโต๊ะทำงาน แล้วลืมไปเลย ไม่ได้แกะกล่องออกดูสภาพอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อเช้านึกขึ้นได้ เลยแกะกล่องออกมาดูหน่อยซิ สภาพเป็นยังไงบ้าง นี่ประทับใจมากนะ เพราะห่อมาหลายชั้นแล้วก็แน่นหนาดี ตามภาพ (พร้อมคำบรรยาย) นะฮะ แกะกล่องกระดาษ... Continue Reading →

เตรียมพบกับ Creativity Inc. ฉบับภาษาไทย (เดานะ)

คิดว่าอีกไม่นานจะมีหนังสือ Creativity Inc. ที่เขียนโดย Ed Catmull (หน้าตาตามภาพประกอบนะฮะ) ฉบับแปลภาษาไทยออกมาให้ได้อ่านกัน ที่เดาอย่างนี้เพราะเมื่อกี๊นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟที่นึง เห็นหญิงสาวพร้อมปากกาในมือกำลังนั่งเปิดหนังสือเล่มนี้ฉบับ hardcover พลิกไปพลิกมาเทียบกับกระดาษ A4 หนาเป็นปึกที่วางอยู่ตรงหน้า หน้าตานี่เอาจริงเอาจังมาก อาการนี้บอกได้เลยว่า ถ้าไม่ใช่กำลังแปล ก็คงกำลัง edit อยู่ ไม่รู้ว่าสำนักพิมพ์ไหนซื้อลิขสิทธิ์มา ใครที่รออ่านเล่มนี้อยู่อดใจรอสักพักนะฮะ... หมายเหตุ รูปประกอบนี่เป็นหนังสือของผมเองนะ ไม่ใช่ของหญิงสาวคนที่กล่าวถึง ขออภัยที่ไม่มีภาพประกอบ ไม่กล้าถ่าย กลัวโดนหาว่าโรคจิต หน้ายิ่งให้อยู่ 5555

รีวิวหนังสือ : อย่าหลอกกัน (Fool Me Once) – ใครหลอกใคร?

หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานล่าสุดของ Harlan Coben ที่มีการแปลออกมาเป็นภาษาไทย โดยคุณมณฑารัตน์ ทรงเผ่า เจ้าเก่าที่แปลงานของคุณพี่ Coben มาแล้วหลายเล่ม ถ้าใครเป็นแฟนประจำก็น่าจะคุ้นเคยกันดีทั้งสไตล์คนเขียนและสำนวนคนแปล ที่ว่าน่าจะคุ้นเคยสไตล์ของคนเขียนก็คือ อยู่ดี ๆ ตัวเอกของเรื่องมักจะมีเหตุการณ์อะไรซักอย่างหรือสองอย่างมาทำให้เสียศูนย์ โดยที่มักจะเป็นการเสียชีวิตของคนใกล้ตัว หรือบางทีเป็นเรื่องของคนใกล้ตัวที่เสียชีวิตไปสักพักแล้วแต่กลับมีอะไรมาทำให้เกิดสงสัยทำนองว่า เอ๊ะ หรือยังไม่ตาย (วะ) จากนั้นก็เป็นช่วงตามสืบ ตามไขปริศนา ซึ่งสุดท้ายจะพาไปหาต้นเรื่องที่เป็นฆาตกรหรือจอมบงการ ที่มักจะมีปมอยู่กับเหตุการณ์อะไรซักอย่างในอดีต และที่เป็นทีเด็ดของเรื่องแนวนี้คือ ฆาตกรที่ว่าต้องเซอร์ไพรส์ คาดไม่ถึง เฉลยออกมาแล้วคนอ่านต้องร้อง ว้าว!! ทีนี้ความยากของคนเขียนก็คือเมื่อคนอ่านรู้อยู่เต็มอกว่า มึงต้องเซอร์ไพรส์กูแน่ ๆ ก็พยายามดักทางเดาตัวฆาตกร ส่วนคนเขียนก็ต้องพยายามวางพล็อตวางปมยังไงก็ได้ให้คนอ่านเดาไม่ได้ เล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันอยู่อย่างนี้จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึง เล่มนี้ก็เหมือนกันนะฮะ ตัวเอกของเรื่องเป็นหญิงสาว อดีตนักบินเฮลิคอปเตอร์โจมตีของกองทัพสหรัฐฯ ประสบเหตุโดนปล้นในสวนสาธารณะขณะที่อยู่กับสามีและสามีโดนยิงตาย โดยที่ก่อนหน้านี้พี่สาวก็เพิ่งโดนฆ่าในช่วงที่เธอประจำการอยู่ที่ตะวันออกกลาง ฟังแค่นี้ก็เศร้าแทนแล้ว แต่ยัง ยังไม่พอ พี่ Coben ยังซ้ำเข้าไปอีกเมื่อจู่ ๆ สามีที่เธอเพิ่งไปงานศพมาไม่นานกลับมาโผล่ให้เห็นในกล้องวงจรปิดว่ามาเล่นกับลูกสาวตัวน้อยอยู่ในบ้าน แถมตำรวจยังมาบอกอีกว่า ผลการตรวจสอบกระสุนพบว่า ปืนที่ใช้ฆ่าสามีเธอเป็นกระบอกเดียวกับที่ฆ่าพี่สาวเธอ ตัวเอกของเรื่องก็เลยต้องตามสืบให้รู้ว่าใครกันที่เป็นฆาตกร ซึ่งแน่นอนว่า ระหว่างนี้คนอ่านก็จะโดนถล่มด้วยข้อมูลที่ท่วมท้น ถูกดึงไปทางโน้นที ทางนี้ที... Continue Reading →

หนังสือแนะนำสำหรับคน (เริ่ม) เล่นหุ้น ตอนที่ ๒

ตอนที่แล้วแนะนำหนังสือจากผู้เขียนที่เป็นอดีตผู้จัดการกองทุนต่างชาติไปแล้ว (อ่านได้ที่นี่ครับ หนังสือแนะนำสำหรับคน (เริ่ม) เล่นหุ้น) คราวนี้จะแนะนำหนังสือของผู้เขียนชาวไทยกันบ้าง เล่มนี้ชื่อว่า กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ เขียนโดย เทพ รุ่งธนาภิรมย์ หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกออกมาในเดือนมีนาคม ๒๕๔๖ ด้วยยอดพิมพ์ ๑๐,๐๐๐ เล่ม ประสบความสำเร็จขายดีจนต้องพิมพ์ครั้งที่สองตามมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันอีก ๑๐,๐๐๐ เล่ม ที่ขายดีขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ และถ้าใครได้ลองหยิบมาพลิกอ่านก็จะเข้าใจได้ว่า ทำไมถึงขายดี คุณเทพเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร Corporate Thailand ฉบับเดือนสิงหาคม ๒๕๔๗ (ภาพปกตามรูปด้านล่าง)  ว่า แนวทางการลงทุนของเขาจะเน้นไปที่ผลตอบแทนจากเงินปันผลในแต่ละปี โดยอย่างน้อยควรจะได้ในอัตราสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (เพราะถ้าได้น้อยกว่าจะไปเสี่ยงทำไม ฝากเงินเอาก็ได้ ใช่มั้ย?) ที่เป็นอย่างนี้เพราะเดิมคุณเทพก็เป็นนักลงทุนขาลุยสไตล์รายย่อย (แปลว่า แมงเม่า) ทั่วไปนั่นแหละ แต่หลังจากที่รับประทาน "ต้มยำกุ้ง" หม้อใหญ่เข้าไปในช่วงปี ๒๕๔๐ ทำให้ต้องตัดใจขายขาดทุนไปก้อนโต แกเล่าว่ายังโชคดีที่มีเงินเหลืออยู่บ้าง ก็เลยปรับตัวปรับใจ เอาใหม่ ต้องหาความรู้มากขึ้น ประกอบกับคุณเทพตั้งใจว่า หากเกษียณจากการทำงานก็หวังรายได้จากเงินปันผลที่จะเอามาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยที่ไม่ต้องไปควักเนื้อเงินก้อนเงินเก็บที่มีอยู่ นี่ก็เลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมแกถึงลงทุนโดยตั้งเป้าไปที่ผลตอบแทนจากเงินปันผลในแต่ละปี ในการหาความรู้ของคุณเทพ แกอ่านหนังสือหลายเล่มด้วยกัน และสองเล่มในนั้นคือหนังสือที่เขียนโดยคุณพี่... Continue Reading →

อ่านเล่มไหนดี?

ปกติแล้วหลังจากอ่านหนังสือจบ พอจะหยิบเล่มใหม่มาอ่านถ้าไม่ใช่เล่มต่อจากเล่มก่อนหน้าผมจะเกิดอาการ "เลือกไม่ถูก" ไม่รู้จะหยิบเล่มไหนมาอ่านดี อาการที่เป็นก็คือ จะหยิบเล่มที่คิดว่าน่าสนใจมาพลิก ๆ ดู แล้ววาง แล้วหยิบเล่มอื่นมาพลิกดู แล้ววาง เป็นอย่างนี้วนลูปไปซักพัก จนตัดสินใจได้ว่า เอาเล่มนี้ล่ะวะ ก็จะหยิบมานั่งอ่านเป็นเรื่องเป็นราว แต่ในช่วงที่เริ่มอ่านถ้าหากสะดุด หรือเกิดอาการ เอ๊ะ ขึ้นมา ก็อาจกลับไปวนลูปที่ว่ามาได้อีก จนกว่าจะได้เล่มที่จะอ่านจริง ๆ ก็จะอ่านไปจนจบ อาการที่เป็นแบบนี้ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อยเหมือนกัน เอาที่เห็นชัด ๆ ก็อย่างตอนนี้ที่อ่าน The Blind Side จบไปได้สักพักแล้ว (อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ) ยังเลือกไม่ได้เลยว่าจะอ่านอะไรต่อ กองหนังสือที่เห็นในภาพเป็นเล่มที่เลือกมาเป็นเบื้องต้นแล้วแต่ยังรอตัดสินใจขั้นสุดท้ายอีกทีว่าจะเป็นเล่มไหน เกณฑ์อย่างนึงตอนนี้ก็คือตั้งใจว่าจะอ่านเล่มเก่า ๆ ก่อนนะฮะ อาการนี้มีใครเป็นบ้างมั้ยครับ แล้วแก้ยังไงกัน เล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ...

รีวิวหนังสือ : The Blind Side – เรื่องราวของชนชั้นที่เล่าผ่านโลกกีฬา

หลังจากจบหนังสือเล่มล่าสุดของพี่ชาติ กอบจิตติ ไป (อ่านได้ที่นี่ครับ) ผมหยิบเล่มนี้มาอ่าน The Blind Side ของคุณพี่ Michael Lewis คนเดียวกับที่เขียน Flash Boys แต่เล่มนี้ออกมาก่อนหลายปีแล้ว เปิดดูที่จดไว้ถึงเห็นว่าซื้อมาตั้งแต่ปี ๕๒ นี่ปาเข้าไปปี ๕๙ แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจที่เห็นข้อความบนปกว่า กำลังจะเอาไปสร้างเป็นหนัง เล่มนี้ซื้อมาตั้งแต่ก่อนสร้างหนังอีกนะฮะ ต้องบอกก่อนว่าผมยังไม่ได้ดูหนังที่สร้างจากเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่รู้ว่าทีมงานมีการดัดแปลงบทไปจากเนื้อเรื่องแค่ไหน มีเก็บรายละเอียดประเด็นย่อยไปด้วยมั้ย ในที่นี้ก็เลยจะพูดถึงตัวหนังสืออย่างเดียวนะฮะ พี่ Lewis เป็นนักเขียนที่เล่าเรื่องได้น่าสนใจมากในทุกเล่มที่แกเขียน วันก่อนฟัง podcast สัมภาษณ์ Malcolm Gladwell (ซึ่งเป็นนักเขียนที่เล่าเรื่องเก่งมากอีกคนนึง พี่แกสามารถเอาเรื่องยากมาย่อยให้เข้าใจได้ง่าย ๆ โคตรเทพอ่ะ) คนสัมภาษณ์ถามว่า ในความเห็นของ Gladwell ใครเป็นนักเขียนที่เล่าเรื่องได้ดี แกตอบทันทีแบบไม่ต้องคิดเลยว่า Michael Lewis แกบอกว่าอยากเล่าให้ได้แบบพี่ Lewis เลยนะฮะ นี่ขนาดมือระดับ Gladwell นะ เล่มนี้ Lewis เล่าเรื่องเด็กวัยรุ่นผิวดำยากจนคนนึงที่บังเอิญสรีระเอื้อต่อการเล่นอเมริกันฟุตบอลในตำแหน่ง... Continue Reading →

Blog at WordPress.com.

Up ↑