รีวิวหนังสือ ความลับสุสานฉินซี

The Emperor's Tomb
ความลับสุสานฉินซี โดย Steve Berry

มาครับ คนกำลังฟิต จบจาก The Fifth Risk ก็หาเล่มใหม่มาอ่านต่อกันเลย คราวนี้อยากได้นิยายมาสลับฉากกันบ้าง เลือกไปเลือกมาได้เล่มนี้ครับ

ความลับสุสานฉินซี โดย Steve Berry

หนังสือเล่มนี้สรุปคร่าว ๆ ให้เห็นภาพ ให้นึกถึงอินเดียนา โจนส์ ในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ใช้แส้แต่ใช้นามสกุล

ไม่ใช่! มึงอย่ามาตลก!! ใช้ปืนเว้ย พระเอกไม่ใช่คนจีน ไม่ต้องใช้แซ่

แล้วพ่อเทพบุตรก็ไปตามหาวัตถุโบราณ โบราณสถานที่โน่นที่นี่ ซึ่งบางทีก็ไม่ได้อยากไป แต่สถานการณ์มันพาไป

ผสมเข้ากับเจมส์ บอนด์ ที่เป็นสายลับ มีอเมริกา มีรัสเซีย มีจีน ปฏิบัติการข้ามประเทศ ข้ามทวีป บินไปบินมา เดี๋ยวอยู่เดนมาร์ก อีกแป๊บมาอยู่เบลเยียม มาโผล่ฮาลองเบย์ เวียดนาม แล้วไปลุยร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำในจีน ขนาดนั้น 5555

ยัง ยังไม่พอ เหยาะความเป็นโรเบิร์ต แลงดอน ของพี่แดน บราวน์ เข้าไปอีกหน่อย ให้เรื่องมันคลุมเครือ ๆ เอาไว้ ให้คนอ่านสงสัยว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง ไต่ขอบระหว่างความจริงกับจินตนาการหรือการตีความของคนเขียนเอง

แล้วเติมองค์กรลับอายุหลายร้อยปีที่ไม่มีใครเคยรู้ว่าแม่งมีอยู่ในโลกใบนี้ แม่งลับจริง ๆ นะ 😆

เอาทุกอย่างปั่นรวมกัน แล้วโรยหน้าด้วยความอลังการของสุสานฉินซีเข้าไปอีกที

ประมาณนี้นะครับ ถ้าใครชอบเรื่องแนวนี้น่าจะชอบเลย และถ้าอ่านแล้วชอบก็จะบอกว่าพี่ Steve Berry เขียนเอาไว้หลายเล่ม โดยที่ใช้ตัวละครหลักชุดเดียวกัน แต่ไปผจญภัยในสถานที่ต่างกัน ทุกเรื่องอิงประวัติศาสตร์หรือบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ทั้งนั้นเลย นโปเลียนงี้ อเล็กซานเดอร์มหาราชงี้

อ่านสนุก ลุกนั่งสบาย คนตายเพียบครับพี่น้องครับ ❤️📚

รีวิวหนังสือ The Fifth Risk

the fifth risk
The Fifth Risk โดย Michael Lewis

มาครับ อ่านจบแล้วมาเล่าสู่กันฟัง

ครั้งนี้เป็นหนังสือ The Fifth Risk ของเฮีย Michael Lewis คนเขียน The Liar’s Poker The Blind Side The Big Short และอื่น ๆ อีกหลายเล่มนะครับ

หนังสือเล่มนี้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือเอาจริง ๆ ก็คือ ไม่ได้เกิดขึ้น หลังจากที่ Donald Trump ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี ๒๐๑๖ ดูเนื้อหาเผิน ๆ เป็นเรื่องการเมืองสหรัฐฯ และการบริหารราชการของสหรัฐฯ

ซึ่งเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่พี่ไม่สนใจ ไม่เคยสนใจและไม่เคยคิดจะอ่านเลย (ลำพังการเมืองบ้านกูก็เหนื่อยใจอยู่แล้วมั้ย ขอถอนหายใจแป๊บ) แต่ที่ซื้อเล่มนี้และยังลัดกองดองที่มีอยู่หลายร้อยเล่มหยิบมาอ่านก่อนก็เพราะคนเขียนอย่างเดียวเลย

จากประสบการณ์ที่อ่านงานของ Lewis มา ต้องบอกว่าเฮียแกสายตาคม มองสาวนี่มีสะท้าน

ไม่ใช่! มึงอย่ามาตลก!!

เอาใหม่นะ เฮียแกสายตาคม แกเลือกประเด็นที่ดูเหมือนธรรมดา ไม่มีอะไร ไม่น่าสนใจ ไม่น่าหยิบมาเขียน หรือหนักไปกว่านั้นก็คือ แม่งแค่ฟังก็น่าเบื่อแล้ว เขียนออกมาใครจะอ่าน แต่นั่นแหละคือทีเด็ดของเฮีย เรื่องที่ดูเหมือนไม่มีอะไรอย่างที่ว่า พอผ่านปลายปากกาเฮีย (จริง ๆ น่าจะเป็นคีย์บอร์ดนะ) ออกมาแม่งกลับน่าสนใจ น่าอ่าน แถมยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของประเด็นที่หยิบมาเล่าได้อีกด้วย

เฮีย Lewis เคยเล่าในการเสวนาครั้งนึงว่า นักเขียนเนี่ยเวลาไปไหนมาไหน ไปเจอใคร มักจะถูกซักว่ากำลังเขียนเรื่องอะไรอยู่ ถ้าปฏิเสธไม่ได้ก็จะบอกไปสั้น ๆ ซึ่งถ้าฟังแล้วดูน่าสนใจก็จะโดนซักให้เล่าต่ออีกและหลายคนจะไม่อยากเล่า เพราะพอเล่าไปแล้วมันเหมือนพลังในการเล่ามันถูกระบายออก เวลาไปนั่งเขียนงานก็จะไม่สามารถระเบิดฟอร์มขึ้นสุดยอดขึ้นมาได้ เพราะมันถูกระบายออกไปแล้ว เหมือนเอากระสุนจริงไปยิงสนามซ้อมหมดแล้ว ประมาณนั้น

แต่เฮีย Lewis บอกว่าแกไม่มีปัญหานี้เลย จะไปปาร์ตี้หรือดินเนอร์ที่ไหน เจอคนถามว่ากำลังเขียนเรื่องอะไร แกก็ตอบตามตรง เป็นเรื่องนักคณิตศาสตร์ที่เอาหลักสถิติมาบริหารทีมเบสบอล (Moneyball)

หรือเป็นเรื่องเด็กผิวดำยากจนที่ได้ทุนเรียนจากการเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล (The Blind Side) ซึ่งพอฟังแล้วคนในวงสนทนาก็จะอึ้ง แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น 555555

The Fifth Risk นี่ก็เหมือนกัน เฮีย Lewis เปิดขึ้นมาด้วยเหตุการณ์ที่ควรจะเกิดแต่ไม่เกิดขึ้นในสามกระทรวงหลักของสหรัฐฯ หลังจากที่ Trump ชนะการเลือกตั้ง นั่นก็คือการ (ไม่) ส่งทีมงานเข้ามาศึกษาและรับช่วงงานต่อจากรัฐบาล Obama ที่กำลังจะพ้นวาระไป

สามกระทรวงที่ว่าก็มี กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตร และกระทรวงพาณิชย์

จากจุดตั้งต้นตรงนี้ก็จะเป็นฝีมือและสไตล์ของเฮียเขาล่ะที่จะค่อย ๆ ขยายประเด็นให้เห็นภาพในระดับ macro (ที่ไม่ใช่ห้างค้าส่ง) ยิ่งขึ้น

เฮีย Lewis พาคนอ่านไปให้เห็นถึงบทบาท หน้าที่และความสำคัญของทั้งสามกระทรวง โดยเฉพาะในส่วนของความเสี่ยง (risk) ที่จะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวอเมริกัน ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะรู้ตัวหรือไม่ก็แล้วแต่ (แล้วแต่อะไรเหรอ แล้วแต่มึงเลยยยยยยยยย)

และนั่นคือที่มาของชื่อหนังสือ ส่วนว่าจะมี risk อะไรบ้างนั้น อันนี้ต้องตามไปอ่านกันเองนะฮะ 😊

ในขณะที่เล่าประเด็นนี้ เราก็จะได้พบกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ไม่มีชื่อเสียงและไม่เคยได้รับเครดิตใด ๆ จากงานที่ทำ ทั้ง ๆ ที่งานเหล่านั้นอาจส่งผลถึงความเป็นความตายของชีวิตคนจำนวนมาก

ในขณะเดียวกันก็จะได้เห็นด้านมืดของระบอบการเมืองที่ถูกทุนเข้าครอบงำ หรือเป็นไปในลักษณะผลประโยชน์ต่างตอบแทน (แบบถูกกฎหมาย)

เอ๊ะ เรื่องพวกนี้คุ้น ๆ มั้ย?

ตอนแรกที่หยิบเล่มนี้มาอ่านก็นึกว่าจะเป็นเรื่องการเมืองสหรัฐฯ และรัฐบาลสหรัฐฯ แต่พออ่านไป ๆ ภาพในหัวมันดันมีคลื่นแทรกกลายเป็นการเมืองและรัฐบาลประเทศนึงแทรกมาตลอดเวลา

ทำไมนะ

นี่ยังดีนะที่เนื้อหาในหนังสือเขียนถึงช่วงปี ๒๐๑๖ – ๒๐๑๗ ถ้าขยับมาอีกนิดเป็นช่วงโควิดนะมึงเอ๊ยยยยยยยยยย

พี่นี่ไม่นึกถึงหน้า Trump เลยล่ะ… เลิฟ เลิฟนะฮะ ❤️

ยืดเหยียดฝ่าเท้า & น่อง

ระหว่างที่บดกาแฟเพื่อจะชงแก้วแรกของวัน เราก็ยืดเหยียดไปครับ อย่าปล่อยให้เวลาเสียเปล่า

ท่านี้จะได้ที่กล้ามเนื้อ เอ่อ… กล้ามเนื้อตรงฝ่าเท้ากับตรงน่องนะครับ มันจะชื่ออะไรก็ช่างมันเต๊อะ… 😆🤣

ข้าราชการที่ดีนี่น่าเห็นใจนะ

ประโยคนี้แม่งใช่เลย แสดงว่าเป็นความรู้สึกร่วมในระดับสากล

ถึงพี่จะไม่เคยรับราชการและไม่เคยคิดจะรับราชการ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีคนในระบบราชการจำนวนไม่น้อยที่คอยผลักดันและสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดต่าง ๆ ของระบบที่เป็นอยู่

และคนกลุ่มนี้ได้รับการรับรู้น้อยเกินไปจริง ๆ… 👍

The Fifth Risk page 111
The Fifth Risk หน้า ๑๑๑

Choco the Labrador

เมื่อวันก่อนฝนตกแล้วหยุด ตกแล้วหยุด เป็นยังงี้ทั้งวัน ไม่มีจังหวะให้ออกมาเดินยืดเส้นยืดสายมั่งเลย

พอช่วงเย็นซักหกโมงเห็นอากาศเริ่มดี ก็เลยออกมาเดินเล่นรับลมในหมู่บ้าน งวดนี้ไม่ผิดหวังเจอลูกหมาลาบราดอร์ที่เจ้าของพาออกมาพอดี

โปรดสังเกตความเปรตของมัน ซึ่งอาการนี้แหละคือตัวยืนยันว่าแม่งเป็นพันธุ์แท้… 🐕❤️

สไตล์การปู การตบของ Michael Lewis

พี่ michael lewis แม่งเหนือชั้นว่ะ อ่านหน้านี้แล้วต้องขอโน้ตเก็บไว้หน่อย

นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน พี่ไม่มีทางอ่านหนังสือแล้วมาไฮไลต์มาโน้ตยังงี้แน่นอน… 😤.

The Fifth Risk page 97
The Fifth Risk หน้า ๙๗

หนังสือเล่มล่าสุด

หนังสือเล่มล่าสุดครับ สั่งไปเมื่อวันศุกร์ เพิ่งมาส่งสาย ๆ เมื่อวาน

เล่มนี้อยากได้มานานแล้ว แต่เมื่อก่อนราคาใน amazon เอาเรื่องอยู่ก็เลยเก็บไว้ใน wish list แล้ววันศุกร์มาเจอโพสต์ใน fb ตอนแรกก็จะไถผ่านไปแล้วแต่มาเห็นเล่มนี้ เอ๊ะ คุ้น ๆ ก็เลยลองถามราคาดู

ราคารับได้ ร้านถ่ายคลิปสภาพหนังสือมาให้ดู สภาพก็โอเค ร้านนี้ไม่เคยซื้อมาก่อน ส่งข้อความไปขอให้ช่วยห่อพลาสติกให้ด้วย ช่วงนี้ฝนตกบ่อย กลัวหนังสือจะเยิน

เมื่อวานหนังสือมาส่ง โอ้โห มีทั้งห่อถุงพลาสติก ห่อกันกระแทก แพ็กในกล่องกระดาษ พันด้วยพลาสติกใส แล้วห่อถุงพลาสติกทับมาอีกชั้น

ห่อมาเหมือนประชดอ่ะ โคตรดีย์ 👍

แล้วที่เซอร์ไพรส์คือมีแถมพวงกุญแจไม้แกะเป็นตัวพะยูนมาให้ด้วย ดูจากซองที่ใส่มาแล้วน่าจะเป็นงานฝีมือของชุมชนที่จังหวัดตรัง.ประทับใจมากครับ ❤️😊

The Fifth Risk

the fifth risk
The Fifth Risk by Michael Lewis

หลังจากจบ atomic habits ลองหยิบเล่มนั้นมาอ่านได้สิบหน้า เปลี่ยนเป็นเล่มโน้นได้สามสิบหน้า ย้ายไปเล่มนู้นได้ห้าหน้า ฟีลก็ยังไม่ใช่

ตอนนี้สรุปว่าน่าจะเป็นเล่มนี้ล่ะ… 📚

อิแตะ run

เมื่อวานหลังจบประชุมทั้งหลายทั้งปวงเป็นที่เรียบร้อย อารมณ์เหมือนกูใกล้จะเป็นกล้ามเนื้อกดทับแล้วรึเปล่า ทำไมแม่งชา ๆ

ก็เลยลุกไปชงกาแฟ ไม่ใช่!! มึงอย่ามาตลก

ลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอออกไปเดินไปจ๊อกสูดอากาศนอกบ้านนิดนึง ใกล้ค่ำแล้วด้วยคนในหมู่บ้านคงไม่พลุกพล่านแล้วล่ะ

ติดกล้องไปด้วยเพราะหวังว่าจะไปเจอลูกหมาลาบราดอร์ในหมู่บ้าน แม่งอายุหกเดือนกำลังซนกำลังน่าฟัดเลย อาศัยเล่นกับหมาชาวบ้านไปก่อนนี่แหละวะ

เจ้าของเผลอเมื่อไหร่ เจอกูเล่นไข่หมามึงแน่… 😆🤣

หมายเหตุ ดูในคลิปแล้ว ถ้าไม่รู้ว่าเป็นขาตัวเอง พี่จะสงสัยว่า คนเป็นโปลิโอแม่งวิ่งได้ด้วยเหรอวะ?

อิแตะ run

ล้างแอร์เองได้ ง่ายมั้ยวะ?

มาครับ โควิดมันพาพี่มาถึงวันนี้แล้ว

วันที่ล้างแอร์เอง

ต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ได้อยากทำ แต่มันจำเป็น เรื่องของเรื่องก็คือปกติที่บ้านจะล้างแอร์ทุกหกเดือน ซึ่งตามกำหนดจะต้องล้างตั้งแต่ต้นปี

ทีนี้มันดันมีโควิดเวฟสามมาตอนปลายปี แล้วก็ยิงยาวต่อเนื่องมาไม่มีช่วงชะลอให้หายใจหายคอได้เลย เราก็ระวังตัวไม่อยากเสี่ยงให้ช่างเข้าบ้านก็เลยยังไม่ได้ล้างแอร์ คิดว่าเอาน่า รอนิดนึงคงไม่เป็นไร เดี๋ยวโควิดซาแล้วค่อยล้างก็น่าจะโออยู่

ก็ใช้มาจนเมื่อหลายวันก่อน เปิดแอร์ตามปกติ เปิดได้สักพักมีเสียงดังออกมาในระดับเกินปกติ แล้วอยู่ ๆ ดับไปเองเฉย เราก็เอาไงดีวะ ลองหยิบรีโมตมากดเปิดปิด เปิดปิด ก็ไม่ติด เอาแล้วมึง

ระหว่างที่ยังไม่รู้จะเอาไงก็เดินลงมายกพัดลมจากชั้นล่าง ยังไม่ทันขึ้นไปถึงแอร์มันกลับติดขึ้นมาเอง ก็อ่ะ แม่งคงรวนมั้ง คงไม่มีอะไร

แป๊บเดียวเท่านั้นแหละแม่งดับอีก นี่ดีนะที่บ้านพี่ที่อยู่มานี่ไม่มีประวัติอะไรแปลก ๆ (ยกเว้นช่วงแรกหลังจากไอ้ด้วงตาย) ไม่งั้นจะเผลอคิดไปว่า เอาแล้ววววว แม่งเล่นกุแล้ว

เพื่อความปลอดภัยก็เลยตัดเบรกเกอร์ก่อนแล้วไปเปิดดู

เปิดขึ้นมาตกใจ นี่แม่งแอร์หรือตู้เย็น!! มีน้ำแข็งเกาะหน้าแอร์ขาวเต็มทั้งแผงเลย หันมาบอกแม่พดด้วงให้ไปหยิบโค้กมา น้ำแข็งไม่ต้อง ตรงนี้มีแล้ว ไม่ใช่ มึงอย่ามาตลก!!

งานงอกเลยมึงทีนี้

มานั่งเสิร์ชหา แอร์เป็นน้ำแข็ง ในกูเกิล โอ้โห ไม่เหงาล่ะมึง อาการเดียวกันเพียบเลย หลังจากไล่ดูทั้งที่เป็นบทความทั้งที่เป็นคลิป สรุปได้ว่าน่าจะเป็นเพราะหน้าแอร์สกปรก อันเนื่องมาจากไม่ได้ล้างนี่แหละ

ทีนี้ก็ยากเลย เอาไงดีวะ ไอ้เราก็กลัวที่จะให้ช่างเข้าบ้าน กุอุตส่าห์ประคองตัวมาได้จนขนาดนี้ เกิดมาติดโควิดเพราะให้ช่างเข้ามาล้างแอร์นี่แม่งไม่ฮาเลยนะ แถมช่วงนี้ระบบสาธารณสุขกำลังปริ่ม ๆ มาถึงจมูกแล้วเนี่ย กุไม่เสี่ยงดีกว่า

ก็เลยลองเสิร์ช youtube แหล่งความรู้ที่ช่วยพี่มาแล้วหลายครั้ง เจอคลิปสอนล้างแอร์เองเพียบเลย แต่ปัญหาคือเขาใช้อุปกรณ์ที่พี่ไม่มี นั่นคือ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงกับที่เป่าลม และถ้าจะซื้อ สองตัวนี่ราคารวมกันหลายพันอยู่นะ

อย่ากระนั้นเลย ลองหาอะไรง่าย ๆ ไม่แพง มาลอง proof of concept ดูก่อนว่า มึงทำได้แน่ ๆ ไม่งั้นซื้อมาแล้วทำไม่ได้ เอามาวางกองอยู่เฉย ๆ มันจะเสียเปล่า

นึกขึ้นได้ว่ามันมีกระบอกฉีดน้ำแรงดันนี่หว่า แต่ไม่รู้ว่าจะแรงพอที่จะใช้ล้างแอร์ได้มั้ย หาไปหามาไปเจอร้านนึงโพสต์ขาย บรรยายสรรพคุณเลยว่าใช้ล้างแอร์ได้ มีรูป มีคลิปสั้น ๆ ให้ดู ราคาไม่แพง ก็เอาวะลองดูก่อน

ส่วนที่เป่าลม ยังไม่ซื้อละกัน ใช้วิธีปล่อยให้แม่งแห้งเองนี่แหละ กุไม่รีบ 5555

สรุปว่าอุปกรณ์ที่ใช้จะมีผ้าใบล้างแอร์ กระบอกฉีดน้ำแรงดัน (สองอันนี้หาได้จาก Shopee / Lazada นะฮะ มีเพียบ) แปรงสีฟันเก่าที่ไม่ใช้แล้ว (อันที่ไม่ใช้แล้วนะ อย่าไปเอาของเมีย อันนี้พี่จะไม่ยุ่ง) เครื่องดูดฝุ่นกับหัวดูดพื้นที่เล็ก ไขควงหัวแฉก แล้วก็คู่มือแอร์ของเรา (ใครมั่นใจจะไม่ใช้ก็ได้นะ แต่พี่กลัวญี่ปุ่นทำเกิน)

ก่อนจะเริ่ม สิ่งสำคัญมากคือ ตัดเบรกเกอร์ก่อนครับ จะทำอะไรกับเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องระวังให้มาก อย่าลืมเด็ดขาด

สำหรับขั้นตอนการล้างแอร์ด้วยตัวเองก็ตามในภาพเลยครับ

ล้างแอร์เอง
อุปกรณ์ที่ใช้ครับ ในนี้ไม่มีแปรงสีฟันกับเครื่องดูดฝุ่น ผ้าใบล้างแอร์นี่มีหลายราคา ที่ซื้อมานี่ร้อยกว่าบาท ส่วนกระบอกฉีดน้ำก็สองร้อยกว่าบาท
ล้างแอร์เอง
เริ่มล่ะนะ แกะฝาหน้าอันนี้ออกก่อน ต้องบอกว่าแต่ละยี่ห้อจุดล็อกอาจจะต่างกันบ้างแต่โดยรวมจะคล้าย ๆ กัน แล้วแอร์นี่ดีตรงที่ออกแบบมาให้ถอดได้ด้วยมือเปล่า จะมีน็อตที่ต้องใช้ไขควงอยู่แค่สามตัวเท่านั้นเอง เวลาแกะก็ค่อย ๆ บิดไปบิดมา ดูว่าสลักมันอยู่ตรงไหนนะฮะ
ล้างแอร์เอง
ถอดฟิลเตอร์
ล้างแอร์เอง
แล้วก็ถอดแผ่นกรองฝุ่น
ล้างแอร์เอง
ตามด้วยโครงตัวเครื่อง ซึ่งจะมีน๊อตยึดอยู่สามตัว อันนี้เป็นขั้นตอนเดียวที่ต้องใช้ไขควง จะไปใช้อีกทีก็ตอนประกอบกลับ

แล้วก็ถอดใบสวิง (อ่านว่า สะ-วิง นะ ไม่ใช่ สะ-หวิง แม่งเปลี่ยนจากชิ้นส่วนแอร์เป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำเลย 5555) ตรงนี้จะมีล็อกอยู่ เลื่อนปลดล็อกออกได้เลย
ล้างแอร์เอง
ถอดเสร็จจะได้มาประมาณนี้ ถ้าดูในคลิปส่วนใหญ่จะถอดรางน้ำทิ้งออกมาด้วย แต่เนื่องจากกระบอกฉีดน้ำที่พี่ใช้มันไม่ได้แรงเหมือนเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงก็เลยไม่ได้ถอดออกมานะฮะ
ล้างแอร์เอง
จากนั้นเอาผ้าใบล้างแอร์มาครอบเหมือนเวลาที่ช่างแอร์ทำนะฮะ แล้วใช้แปรงสีฟันแปรงลงตามแนวครีบที่เป็นแผ่นโลหะบาง ๆ ที่เห็นให้ทั่ว ตรงนี้ต้องเบามือนิดนึง เพราะถ้าแรงไปมันอาจจะเบี้ยวเสียรูปได้ แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นมาดูดออกไปก่อนหนึ่งรอบ

สาเหตุที่ต้องแปรงฝุ่นและดูดออกรอบนึงก่อนยังงี้ก็ด้วยความที่แรงน้ำของกระบอกที่ใช้ไม่แรงเท่าเครื่องฉีดน้ำของช่างเลยต้องมีตัวช่วยนิดนึง
ล้างแอร์เอง
ตอนนี้ก็ได้เวลาฉีดน้ำล้างฝุ่นออกล่ะ เราก็ใช้กระบอกฉีดน้ำให้ทั่ว ข้อสำคัญคือระวังอย่าให้โดนส่วนที่เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ไม่งั้นงานงอกกว่าเดิมแน่
ล้างแอร์เอง
จะมีชิ้นส่วนอีกอันนึงไม่รู้เขาเรียกอะไร มองเข้าไปจากช่องนี้ อย่าลืมฉีดทำความสะอาดด้วยนะ
ล้างแอร์เอง
จะฉีดซ้ำเพื่อความมั่นใจกี่รอบก็ตามสะดวก เสร็จแล้วก็ปล่อยไว้ให้แห้ง หลายชั่วโมงอยู่นะ จะเอาพัดลมมาช่วยเป่าก็ได้ เสร็จแล้วก็ประกอบกลับคืน เปิดเบรกเกอร์แล้วก็เปิดสวิตซ์ทดลองดู ซึ่งถ้าไม่ผิดพลาดอะไรก็ควรจะทำงานได้นะ

ว่าแต่นี่มึงหาอะไรอยู่?

หมายเหตุ ถ้าใครอ่านจบมาถึงตรงนี้ คุณมีความอดทนสูงมากครับ ขอให้ถูกหวยงวดนี้เลย สาธุ 🙏