ทดสอบ gps Garmin FR235 และ Apple Watch ที่สวนรถไฟ

ด้วยความอยากรู้ว่า apple watch กับ garmin fr 235 จับระยะ gps ใกล้เคียงหรือต่างกันแค่ไหน วันก่อนลองระยะสั้น ๆ ในหมู่บ้านไปแล้ว เมื่อวานก็เลยลองระยะฮาล์ฟแล้วเปลี่ยนสถานที่ด้วย

การทดสอบคือ ใส่ garmin ข้างซ้าย (ข้างที่ถนัด) ใส่ apple watch ที่ข้างขวา ผลที่ได้ก็ตามรูป garmin รูปแรกได้ระยะ ๒๑.๐๓ โล apple watch รูปล่าง ได้ ๒๑.๖๐ โล

สวนรถไฟ 11 สิงหาคม 2561 Garmin FR235

สวนรถไฟ 11 สิงหาคม 2561 Apple Watch

ไม่รู้เหมือนกันว่าเรือนไหนตรงกว่า เพราะไม่รู้ระยะแน่ ๆ เหมือนกัน ถ้าจะให้ดี รบกวนผู้มีเมตตาซื้อ Suunto ให้อีกซักเรือนเพื่อเอามาเปรียบเทียบนะฮะ… 😆

หมายเหตุ ดูรูปเส้นทางวิ่งแล้วโปรดอย่าคิดลึก เส้นทางวิ่งที่สวนรถไฟเป็นแบบนี้เองนะครับ

เรื่องเล่าเจ้าของร้านกาแฟ

มีน้องที่รู้จักกันลาออกจากงานประจำไปเปิดร้านกาแฟเมื่อหลายปีก่อน ได้ทำเลที่คอมมิวนิตี้มอลที่กำลังจะเปิด (ในตอนนั้น) ย่านถนนเลียบด่วนรามอินทรา เมื่อเซลส์ยืนยันว่าไม่มีร้านกาแฟเชนมาลง ทั้งสตาร์บักส์ ทรู และอีกสารพัดเจ้า

หลังจากที่เร่งตกแต่งร้านเพื่อเปิดให้ทันเวลาที่มอลกำหนดไว้ (นัยว่าเพื่อสร้างความคึกคักไม่ให้ลูกค้าเหงา) พอเปิดร้านกลายเป็นว่า ร้านค้าต่างพากันเหงา เพราะมอลเล่นไม่โปรโมตเท่าไหร่ คนเลยมาเดินน้อย วันธรรมดาลูกค้าจะมีก็โน่น หลังสี่ห้าโมงเย็นไปแล้ว วันเสาร์อาทิตย์ยังดีหน่อย เป็นแบบนี้บรรดาเจ้าของร้านกับพนักงานเลยต้องแวะเวียนอุดหนุนกันเอง (พร้อมกับปรับทุกข์และแอบเช็กยอดขาย) สุดท้ายใครสายป่านไม่ยาวพอหรือดูแล้วว่าไม่คุ้มก็ทยอยโบกมือลา

น้องคนนี้ยังโชคดีที่ทำเลร้านอยู่ตรงถนนเมน ใกล้ ๆ กันก็มีร้านแม่เหล็กที่พอจะดึงคนได้ ก็พลอยได้อาศัยไปด้วย บวกกับที่อัธยาศัยดีก็พอมีลูกค้าประจำ

แล้วจู่ ๆ ก็เหมือนฟ้าผ่า มีสตาร์บักส์มาลงด้านหน้า ดักลูกค้าไปส่วนนึง แถมยังมีร้านขนม ร้านน้ำปั่น สมูตตี้ที่ปรับตัวหนีตายเพิ่มเมนูกาแฟมาแย่งลูกค้าไปอีก

ดูทรงแล้วท่าทางไม่ค่อยดี น้องคนนี้ก็เลยขยายกิจการ ตัดสินใจเพิ่มสาขาด้วยความหวังว่า เมื่อสาขาใหม่อยู่รอดและไปได้ดีก็จะปิดสาขาแรก ตัดจบกันไป โดยเลือกไปลงที่คอมมิวนิตี้มอลอีกแห่งที่กำลังจะเปิดในย่านเดียวกัน หลังจากตระเวนดูมาหลายที่ ทั้งที่ใกล้ ๆ และข้ามเมืองมาย่านราชพฤกษ์ ด้วยเหตุผลว่า สะดวกต่อการดูแล ขับรถถึงกันได้แค่ไม่กี่นาที

ด้วยความหวังจะให้เป็นสาขาหลักในวันข้างหน้า น้องเจ้าของลงทุนแต่งสาขานี้ไปล้านกว่า แต่พอเปิดขายก็เหมือนวนลูป มอลโปรโมตไม่เปรี้ยง คนไม่เดิน ซ้ำร้ายคือ ร้านเชนยักษ์ใหญ่เปิดในทำเลที่ดีกว่า แถมยังได้รับอนุญาตให้ตั้งป้ายโปรโมตได้ทั่วมอล ทั่วขนาดที่ว่าหน้าร้านน้องคนนี้ยังเอามาตั้งได้

ทนขายอยู่ได้ไม่กี่เดือน น้องเจ้าของตัดสินใจคัตลอสต์ ปิดร้านสาขากลับมาเหลือที่เดียวเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเงินที่หายไป แต่ก็ยังมองหาทำเลใหม่อยู่ตลอด

จนวันนึงมีห้างใหญ่เบอร์หนึ่งของประเทศจะมาเปิดสาขาย่านนั้น น้องเจ้าของก็เพียรพยายามติดต่อเซลส์เพื่อสอบถามราคาค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งก็แทบไม่ได้รับการตอบรับอะไร เพราะเซลส์วุ่นอยู่กับการติดต่อรายใหญ่อยู่

หลังจากตามติดอยู่นานก็ได้ทำเลที่เหลือจากรายใหญ่มาให้ ก็ตกลงเช่าด้วยเงื่อนไขชวนขนหัวลุก คือ คิดเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย (ตัวเลขแน่ ๆ จำไม่ได้แต่รู้สึกจะอยู่ที่ ๔๐% กว่า ๆ) แต่ขั้นต่ำที่ต้องจ่ายคือ เดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าขายได้ไม่ถึงอันนั้นห้างไม่สนใจ ไม่ใช่ปัญหาห้าง

น้องแม่งก็ใจถึง คิดว่าน่าจะคุ้ม แลกกับการมีร้านในห้างระดับท็อปของประเทศ เผื่อไว้เป็นโปรไฟล์วันข้างหน้าได้ แม่งก็เอาเว้ย ทำเรื่องคืนพื้นที่สาขาแรกนี่เลย

พอตกลงเอา ห้างก็เร่งให้แต่งร้านเพื่อให้เปิดทันวันเปิดห้าง เร่ง ๆ ๆ ๆ เร่งชิ_หาย จนเสร็จ วันเปิดคนมาเดินเต็มห้างด้วยแรงโปรโมต น้องแม่งปิดยอดวันแรกไปหลายหมื่น ยิ้มเลย กะว่ากูพ้นทุกข์แล้วคราวนี้

พอพ้นสัปดาห์แรก สถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติตามที่ควรจะเป็น คนเงียบ ยอดขายก็เงียบ จนเริ่มกังวลว่ากูจะหาสามแสนมาจ่ายห้างได้มั้ย กูคิดผิดหรือเปล่าวะ สาขาแรกก็ปิดไปแล้วด้วย

แต่ยังดีที่ลูกค้าประจำตามมา ยอดขายก็พอจะประคองตัวไปได้ มีกำไรพอจ่ายค่าพื้นที่ หักค่าแรงเด็กแล้วยังเหลือเป็นรายได้ของตัวเอง

อยู่อย่างนี้มาสองสามปี วันก่อนน้องเจ้าของบอกว่า จะหาทำเลใหม่ งวดนี้อยากได้เป็นอาคารพาณิชย์สแตนอโลน ไม่เอาแล้วอยู่ในห้าง เหมือนนั่งทำงานหาเงินให้เจ้าของห้างทุกเดือน พอแล้วกับความอยากเข้าห้าง

ที่เล่ามาทั้งหมดนี่ ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องเด็กลูกจ้างเลยนะ นี่ได้มหากาพย์อีกเรื่องเลยนะฮะ… 😂

การแสดงหมาไทยพันทางที่งานนาวิกโยธิน มาราธอน ๒๐๑๘

วันก่อนไปวิ่งที่งานนาวิกโยธิน มาราธอน ๒๐๑๘ ช่วงเย็นก่อนที่จะวิ่งวันนึงมีการแสดงสุนัขทหาร มีตัวนึงเป็นหมาไทยพันทาง ชื่อว่า เต้าหู้ ฉลาดมาก ความสามารถไม่แพ้หมาฝรั่งเลย ล้างความเชื่อที่ว่าหมาไทยฝึกไม่ได้ไปเสียที ลองดูตามคลิปนะครับ

คลิปแรกนั่นเบาะ ๆ คลิปที่สองนี่ต้องร้องว้าวเลยนะฮะ…

ย้ายกองทุน LTF ข้ามบลจ.

เมื่อวานไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่เคยทำมาก่อนคือ การเปลี่ยนกองทุน LTF ข้ามบลจ. (ด้วยเหตุว่ากองนี้มัน performance ไม่ดีเอาเลย ไปรวมอยู่กับกองแรกที่เคยซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อนดีกว่า)

ธุรกรรมนี้ตัวเองไม่เคยทำนี่ไม่แปลก เพราะใครมันจะไปย้ายกองทุนเล่นกันบ่อย ๆ แต่ปรากฏว่าน้องพนักงานที่แบงก์ก็ไม่เคยทำด้วยนี่สิ เป็นทั้งขาย้ายออกและขารับเข้าเลย

ขนาดหาข้อมูลไปล่วงหน้า เตรียมตัวไปก่อนแล้วว่า ไปที่ขาย้ายออกก่อนนะ แจ้งความต้องการไป ได้แบบฟอร์มมา กรอกให้เรียบร้อย เอาไปยื่นที่ฝั่งรับเข้า ให้เขาทำรายการ แล้วเอาเอกสารกลับมาส่งคืนที่ฝั่งย้ายออก

ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรเลย ง่าย ๆ เลยใช่มะ

ตัดภาพมาของจริง พนักงานที่ฝั่งย้ายออกทำไม่เป็น ต้องโทรถามศูนย์ตลอดทุกสเต็ป กระทั่งว่าพนักงานจะต้องเซ็นชื่อตรงช่องไหนยังต้องถาม

ได้เอกสารมา ไปฝั่งรับเข้าบ้าง ไม่น้อยหน้ากัน ต้องโทรถามศูนย์ทุกขั้นตอนเหมือนกัน สุดท้ายเสร็จแล้วเดินเอาเอกสารไปส่งที่ฝั่งย้ายออกแล้ว พนักงานฝั่งรับเข้ายังมีโทรมาตามให้ไปประเมินความเสี่ยงใหม่ เพราะของเดิมหมดอายุแล้ว

บอกตรง ๆ นี่ไม่มั่นใจเลยว่ากองทุนมูลค่าไม่กี่สิบบาทของพี่จะย้ายได้สำเร็จมั้ย จะถูกตามไปกรอกเอกสารหรือแก้ไขอะไรอีกหรือเปล่า

อ้อ ที่เล่ามานี่แม่พดด้วงเป็นคนจัดการนะ พี่แค่ไปเซ็นชื่อ บอกแล้วว่าเรื่องเงินนี่เราดูแค่นโยบาย ดูภาพรวม เรื่องรายละเอียด เรื่องหยุมหยิมให้เขาจัดการไป ทุกวันนี้ในกองทุนมีอยู่กี่บาทยังไม่รู้เลย เรื่องเล็กน้อยแบบนี้เราอย่าไปเสียเวลา โอเคนะ…

สภาพรองเท้าวิ่ง Pan Predator Marathon ระยะ ๗๔๒ โล

PanPredatorMarathonLeft

ก่อนหน้านี้เคยโพสต์รีวิวรองเท้า Pan Predator Marathon พร้อมรูปตอนแกะกล่องสภาพปิ๊ง ๆ เหลืองสดใส (ตามภาพด้านบน) กับหลังใช้งาน ๓๐๐ โลไปแล้ว (อ่านรีวิวและดูรูปได้ที่นี่นะฮะ https://buak.net/2017/11/19/review-pan-predator-marathon-running-shoes/ ) เมื่อวันก่อนใช้ไปครบระยะ ๗๔๒ โล เลยเอามาให้ดูกันอีกทีว่าสภาพพื้นรองเท้ายังเหลืออยู่แค่ไหน เผื่อเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจของคนที่กำลังลังเลว่าจะซื้อยี่ห้ออะไรดี หวังว่าจะช่วยได้บ้างนะ มาดูกัน

เริ่มด้วยข้างซ้าย ดูเต็ม ๆ ก่อน

Pan Predator Marathon Yellow

ต่อมาก็ช่วงหน้าเท้า

Pan Predator Marathon Yellow

ตามด้วยช่วงส้นเท้า

Pan Predator Marathon Yellow

ทีนี้มาดูข้างขวาบ้าง

Pan Predator Marathon Yellow

อันนี้เป็นหน้าเท้าข้างขวา

Pan Predator Marathon Yellow

ต่อด้วยส้นเท้าจ้ะ

Pan Predator Marathon Yellow

ต้องบอกไว้ก่อนว่า สภาพที่เห็นนี่เกิดจากการใช้วิ่งบนถนนคอนกรีตในหมู่บ้านอย่างเดียวนะฮะ ไม่ได้ใช้วิ่งลงคอร์ต ลูกรัง ลาดยาง หรืออย่างอื่นเลย คอ-นก-รีต เฮ้ย คอนกรีตล้วน ๆ ส่วนลักษณะการสึกจะเป็นด้านนอก ด้านใน หน้าเท้า ปลายเท้าอะไรก็คงแล้วแต่การลงเท้าของแต่ละคน ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกันครับ ❤

วิ่งฝ่าฝนที่สวนรถไฟ-สวนจตุจักร

วิ่งสวนรถไฟ-สวนจตุจักร

วิ่งเมื่อวานโพสต์วันนี้ เช้าเมื่อวานพอมีเวลา ตื่นตีสี่มาซ้อมวิ่ง แถมสบโอกาสดีเลยออกมานอกสถานที่ดี๊ด๊า วิ่งอยู่สวนรถไฟ ทะลุมาสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ออกไปสวนจตุจักร วิ่งวนไปมา (หลงทางป่าววะกรู)

ตั้งใจไว้ ๑๗ โล วิ่ง ๆ อยู่ฝนตก แรก ๆ ก็โปรยปรายชุ่มฉ่ำดี ก็ยังวิ่งต่อได้ อยู่ไปชักแรงขึ้น นี่กรูมาวิ่งนะไม่ได้มาอาบน้ำฝน สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัวก็ไม่ได้เอามา ดูทรงสักพักเห็นว่าฝนไม่น่าจะหยุด งั้นกรูหยุดเองก็ได้ สรุปเลยได้แค่เกือบ ๆ ๑๔ โล

ชีวิตมันก็อย่างนี้ อะไรที่เราคิดเราหวังไว้มันก็อาจไม่ได้อย่างที่หวังเสมอไปนะ สาธุ

#รักใครให้ชวนมาวิ่ง

การรู้เท่าทันสื่อ

จริง ๆ แล้วดราม่าบลอกเกอร์รีวิวไม่ใช่เรื่องใหม่ มันก็เรื่องเดิมในวงการสื่อ (ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องปกติหรือเรื่องดีนะ อย่าเข้าใจผิด) พอสื่อขยับจากสื่อเก่ามาเป็นสื่อใหม่เรื่องพวกนี้มันก็ตามมาด้วยแค่นั้นเอง

เพียงแต่ที่ต่างไปก็คือ ในยุคนี้แบรนด์ / เจ้าของสินค้าและบริการ มีช่องทางสื่อสารถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และสื่อสารได้เองโดยตรง ทำให้เรื่องราวประเภทนี้ออกมาสู่การรับรู้วงกว้างมากขึ้น

ทักษะที่ผู้บริโภคควรตระหนักว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบริโภคสื่อไม่ว่ายุคสื่อเก่าหรือสื่อใหม่ รวมถึงสื่อในอนาคตก็คือ “การรู้เท่าทันสื่อ”

ตัวอย่างเช่น ทุกวันนี้เปิดนิตยสารขึ้นมารู้ไหมว่า หน้าไหนบทความปกติ หน้าไหนรับเงิน หรือเปิดทีวีขึ้นมารู้ไหมว่ารายการเบรคนี้รับเงิน รายการนี้ปกติ ฯลฯ

สมัยก่อนต้มยำกุ้งนี่เล่นกันถึงรับหุ้น ipo เลยนะ ใครอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมลองหาหนังสือ ซองขาวหนังสือพิมพ์ ของบุญเลิศ ช้างใหญ่ มาอ่านเพลิน ๆ นะครับ นี่บอกฟรี ๆ ไม่มีค่าโฆษณา ไม่ได้รับเงินมารีวิว ฮ่า…