Six degrees of separation ในชีวิตจริง

เมื่อวานไปประชุมที่บ้านลูกค้า เสร็จแล้วทั้งทีมก็พากันเดินไปหาของอร่อยกินแถวแพร่งภูธรที่อยู่ใกล้ ๆ ระยะเดินได้

เดินตามถนนเลียบคลองไปเจอร้านแรกที่อยู่หัวมุมถนนเป็นสุกี้โบราณ คุยกันว่าลองเดินไปดูข้างหน้าก่อนถ้าไม่เจออะไรเด็ดค่อยย้อนกลับมา

เดินเข้าซอยไปนิดนึงร้านทางขวามือเห็นป้ายเชลล์ชวนชิมแขวนอยู่เลยหยุดดู เขียนไว้ว่า เกาเหลาสมองหมู อั้ยย่ะ น่ากลัวเว้ย

กำลังจะก้าวเดินต่อก็พอดีอาม่าที่นั่งอยู่หน้าร้านคงจะเดาความคิดออก อาม่าพูดขึ้นมาว่า มีหลายอย่าง แยกหม้อนะ ไม่ใส่สมองหมูก็ได้ 

ร้านเกาเหลาสมองหมู แพร่งภูธร

ชาวคณะที่ไปด้วยบอกเอา อยากลองกิน ก็ตกลงเข้าร้านนี้

เมนูในร้านเป็นเกาเหลามีหลายอย่าง แต่เราไปกันสี่คนไม่มีใครกินสมองหมูเลย 5555 มีสั่งเกาเหลาเครื่องในบ้าง เกาเหลาลูกชิ้นรวมบ้าง ซึ่งพี่ก็ไม่เคยกินเกาเหลาลักษณะนี้มาก่อน น้ำซุปเป็นน้ำใส มีรสเผ็ดพริกไทยน้อย ๆ  และที่เพิ่งเคยกินครั้งแรกก็คือ ลูกชิ้นไชเท้า แปลกดี ชามละร้อย กับข้าวเปล่าอีกถ้วย ลูกชิ้นเผือกทอดกับลูกชิ้นไชเท้าอีกอย่างละจาน อิ่มจุก ๆ

เกาเหลาลูกชิ้นรวม

กินเสร็จออกมาหน้าร้านขออนุญาตถ่ายรูปหน้าร้านเผื่อจะมาใหม่จะได้จำได้

กลับมาถึงบ้านเล่าให้แม่พดด้วงฟังว่า ไปกินร้านเกาเหลาสมองหมูที่แพร่งภูธรมา แม่พดด้วงบอกว่า นี่ร้านเพื่อนเรียนมาด้วยกันสมัยมอปลาย พี่ยังไม่แน่ใจเปิดรูปให้ดู แม่พดด้วงบอก ใช่ ร้านนี้แหละ

ตกเย็น เดินไปบ้านเพื่อนแม่พดด้วงอีกคนที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน คุยกันไปกันมาแล้วเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เขาหยิบโทรศัพท์มา vdo call หาเจ้าของร้านเลย บอกว่าวันนี้คนนี้ไปกินที่ร้าน

เราก็ เฮ้ย ยังดีนะที่ไม่ได้ไปทำทะเร่อทะร่าอะไรไว้ที่ร้านให้เป็นที่ขายหน้า

นี่สินะ Six degrees of separation ในชีวิตจริง

ถ้าใครสนใจจะไปลองเกาเหลาสมองหมู (ที่เลือกไม่ใส่สมองหมูได้) ระดับเชลล์ชวนชิมก็เชิญได้ที่แพร่งภูธรนะครับ แล้วตอนเก็บเงินอย่าลืมบอกว่าเป็นเพื่อนแม่พดด้วง

เจ้าของร้านฟังแล้วจะยิ้มเลย ก่อนจะถามว่า ใครวะ? 😆🤣

บันทึก 5 มีนาคม วันนักข่าว

วันนี้ 5 มีนาคม วันนักข่าว

1 ตุลาคม 2534 เข้าเริ่มงานวันแรกหลังเรียนจบในอาชีพที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อนแต่ได้ทำต่อเนื่องยาวนานและเปลี่ยนจากอาชีพกลายเป็น วิชาชีพ มาถึงวันนี้

เริ่มต้นที่บริษัท ผู้จัดการ ตึกตรอกโรงไหม ถนนรามบุตรี หลังวัดชนะสงคราม

จากผู้จัดการรายสัปดาห์ ย้ายไปผู้จัดการรายวัน ย้ายไปทีม newswire feed ข่าวให้ biznews พ่วงด้วยรายงานสรุปภาวะตลาดหุ้นทางวิทยุผู้จัดการ ก่อนจะกลับมาผู้จัดการรายวันในยุควิกฤติต้มยำกุ้ง

ชีวิตการทำงานข่าวในยุค pre-internet พิมพ์ต้นฉบับด้วยเครื่องพิมพ์ดีด วลีที่ว่า information at your fingertips ยังเป็นแค่คำกล่าวสวย ๆ จะหาเบอร์บริษัทที่จะทำข่าวต้องโทรถาม 13 หาข้อมูลด้วยการเข้าห้องสมุดเปิดแฟ้มข่าว เช็กรายชื่อผู้ถือหุ้นและงบการเงินบริษัทด้วยการนั่งรถเมล์ไปกรมทะเบียนการค้า (ซึ่งตอนนี้เป็นมิวเซียมสยาม) ถ้าจะซีรอกซ์โดนหน้าละ 20 บาท (ถ้าจำไม่ผิด)

นั่งรถเมล์ นั่งเรือด่วนเจ้าพระยาไปทำข่าว ช่วงแรกออฟฟิศยังไม่มีงบให้ใช้เพจเจอร์ โทรศัพท์มือถือตัวละแสนยิ่งไม่ต้องคิด ทำข่าวเสร็จต้องรีบเขียนข่าวด้วยลายมือแล้วเข้าไปส่งแฟกซ์ที่บิสสิเนส เซ็นเตอร์ในโรงแรม หน้าละ 80 บาท

ที่เล่ามานี่ไม่ใช่จะอวดว่าคนยุคเก่าเขาเคยลำบาก แต่แค่มันเป็นแบบนั้นเอง เทคโนโลยีมันได้แค่นั้น ถ้าไม่ทำแบบนั้นก็ไม่มีวิธีอื่นเหมือนกัน พอมาวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น อะไรหลายอย่างก็ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น

ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ทุกคนสามารถเป็น “สื่อ” ได้ง่ายขึ้น แต่จะเลือกเป็นสื่อแบบไหนก็แล้วแต่ใจปรารถนาเถิด

เลิฟ เลิฟ ❤

The Art of Sarah

ซีรีส์สืบสวนจากเกาหลี เปิดเรื่องมามีคนพบศพในท่อระบายน้ำ ย่านถนนแบรนด์เนมในกรุงโซล ใบหน้าถูกทุบจนระบุตัวไม่ได้ ใกล้ตัวมีกระเป๋าแบรนด์เนมวางอยู่

เรื่องราวหลังจากนั้นคือการตามสืบหาว่าผู้ตายเป็นใครและใครเป็นคนลงมือ

คนดูจะค่อย ๆ ได้รู้เรื่องราวของผู้ตายไปพร้อม ๆ กับตำรวจที่ทำคดี โดยซีรีส์ใช้วิธีการเล่าเรื่องเหมือนเอา reservoir dogs ของเฮียเควนตินมาเขย่ารวมกับ the usual suspects (ที่ส่งให้ป๋าเควิน สเปซีย์คว้าออสการ์ตัวแรก)

ช่วงท้ายมาถึงจุดพีค เมื่อนายตำรวจเจ้าของคดีและฆาตกรต้องชิงไหวชิงพริบกันเพื่อพาไปสู่บทสรุปที่ตัวเองต้องการ

นี่พยายามเล่าแบบไม่สปอยล์อะไรเลยนะ 5555

รัฐบาลหอย

ได้ยินมานานแล้วว่า รัฐบาลนายกฯ ธานินทร์ กรัยวิเชียร มีฉายา “รัฐบาลหอย” ในความหมายว่า เป็นรัฐบาลที่ได้รับการแต่งตั้งและดูแลจากคณะรัฐประหารของพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ประหนึ่งหอยที่มีเปลือกหอยห่อหุ้มอยู่

แต่ก็ไม่เคยรู้ที่มาว่าฉายานี้มายังไง จนวันนี้เฉลยล่ะ

ตัวนายกฯ ธานินทร์เองนั่นล่ะคือที่มา จากการกล่าวในสภาฯ ว่า

… รัฐบาลกับสภาปฏิรูปการปกครองว่าไปแล้วเป็นของคู่กัน แต่ทำหน้าที่ต่างกัน ชอบหรือไม่ชอบก็ต้องอยู่กันไปอย่างนี้ เปรียบเสมือนตัวหอยกับเปลือกหอย รัฐบาลนี้เปรียบเหมือนหอย สภาเปรียบเหมือนเปลือกหอย จะสลัดหอยทิ้งไปก็ไม่ได้ต้องปกป้องคุ้มครองเนื้อหอยตลอดไป…

ที่มา หนังสือ โลกนี้คือละคร อาจารย์วิษณุ เครืองาม เป็นผู้เขียน

ปีนี้เริ่มฟัง podcast

ปีนี้เป็นปีแรกที่มาฟัง podcast เป็นเรื่องเป็นราว

ก่อนหน้านี้เคยลองฟังอยู่ป๊อบแป๊บแล้วไม่โดนเลย ไม่สามารถโฟกัสให้ฟังนาน ๆ ได้ ทำให้สงสัยว่าคนที่เขาฟัง podcast นี่เขาทำได้ยังไง

จนกระทั่งมาพบโดยบังเอิญว่า มันเวิร์กมากถ้าเราฟังตอนขับรถ โดยเฉพาะถ้าขับรถนาน ๆ อย่างตอนไปซ้อมต่างจังหวัด ที่เขาตีนไก่ นครนายก ที่ต้องขับรถเกือบ ๆ สองชั่วโมง นั่งฟังไปเพลิน ๆ อีพียาว ๆ นี่สบายเลย ขาไปได้หนึ่งอีพี ขากลับได้อีกหนึ่ง

นอกจากช่วงเวลาที่ฟังแล้ว อีกสาเหตุนึงก็คือ มาพบว่าตัวเองชอบฟัง podcast ในรูปแบบของคนนั่งสัมภาษณ์กัน นั่งคุยกัน แต่ถ้าเป็นแบบมีสคริปต์นั่งพูดคนเดียวนี่ไม่ได้เลย ต่อให้เป็นหัวข้อที่เราสนใจก็เอาไม่อยู่ (ยกเว้นเป็นบางอีพี)

และข้างล่างนี้คือ podcast ที่ฟังประจำ เผื่อใครสนใจแนว ๆ นี้เหมือนกันนะฮะ

เลิฟ เลิฟ ♥️

เช็กระยะ 150,000 โล เจอค่าใช้จ่าย 72,000 บาท

เอารถเข้าศูนย์เช็กระยะ 150,000 โล น้องพนักงานประเมินค่าใช้จ่ายไว้พันนึง

ผ่านไปชั่วโมงกว่าน้องเดินมาคุย เจอรายการเพิ่มค่ะพี่ แล้วลิสต์ออกมายาวเหยียด เฉพาะค่าอะไหล่ห้าหมื่นเก้า รวมค่าแรงด้วยเป็นเจ็ดหมื่นสอง!! 😳

เหยดดดดดดดดดด พี่รีบส่องกระจกเลย นึกว่าวันนี้ราศีสุลต่านจับ น้องเห็นออร่าเปล่งประกายระยิบระยับ ไม่มีนี่หว่า

บอกน้องไปว่า รถพี่นี่ถ้าขายได้แสนกว่าเอง ค่าซ่อมเจ็ดหมื่นกว่านี่เกินครึ่งคันเลยนะ ขอพี่กลับไปทำใจก๊อนนนนนน 😅

ทดลองใช้งานสองจอ

two screens

ลองเซ็ตสองจอ ได้ขุดเอาคีย์บอร์ดที่ซื้อไว้นานแล้วมาใช้ด้วย นี่ยังหวั่นใจอยู่กลัวจะเผลอไปเข้าวงการคีย์บอร์ดแล้วหาทางออกไม่เจอ

วิ่งสี่สวนงาน ttb parkrun 2025

ttb parkrun 2025

เช้านี้ไปวิ่งงาน ttb parkrun ถือเป็นโอกาสดีเพราะได้วิ่งรวดเดียวสี่สวน สตาร์ตที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ต่อไปสวนจากภูผาสู่มหานที ข้ามไปสวนจตุจักรแล้วมาจบที่สวนรถไฟ

ก่อนสตาร์ตก็กังวลนิดหน่อยเพราะดูเส้นทางช่วงแรกวกวนเอาเรื่องอยู่ บวกกับไม่เคยมาวิ่งสองสวนแรก กลัวหลุดเส้นทาง เดี๋ยวคนจะนึกว่าวาร์ป 😂

แต่ต้องชมผู้จัดงาน จัดการเส้นทางดีมาก มีป้ายบอกทางชัดเจน ถึงทางแยก เส้นไหนไปไม่ได้จะมีกรวยกั้น พร้อมมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดคอยบอกทาง วิ่งได้สบาย ไม่ต้องกลัวผิดทางเลย

งานวันนี้นักวิ่งเยอะมาก แถมพอเข้าสวนรถไฟแล้วก็มีนักวิ่งที่มาวิ่งออกกำลังกายอีก ทำความเร็วได้ไม่เท่าไหร่ แล้วดูเวลา นี่ขนาดวิ่งดึง ๆ แล้วนะ

ดึงสปีดเหรอ?

เปล่า ดึงยาดม สภาพร่างช่วงนี้วิ่งระยะนี้ต้องดึงยาดมเป็นพัก ๆ แล้ววววว 😆🤣

หนี้ท่วมตัว

เฟซบุ๊กโชว์เพจนึงขึ้นมาบนฟีด เป็นเพจเกี่ยวกับการให้คำแนะนำแก้ปัญหาเรื่องหนี้ส่วนบุคคล ลองไถ ๆ ดูแต่ละโพสต์จะเป็นรายละเอียดหนี้ของลูกเพจแต่ละคนที่มาขอคำปรึกษา

นั่งไล่อ่านดูแล้วมีข้อสังเกตสองสามเรื่องตามนี้

ข้อแรก คนมีปัญหาหนี้ท่วมตัว (หนี้ส่วนบุคคลไม่ใช่หนี้จากการทำธุรกิจ) เดี๋ยวนี้ขยับขึ้นมาเป็นคนมีรายได้ระดับเดือนละแปดหมื่นถึงหนึ่งแสนบาทกันแล้ว ไม่ใช่แค่สองสามหมื่นอย่างเมื่อก่อน

เอาจริงเรื่องนี้ก็เคยได้ยินมาก่อนแล้ว แต่ไม่เคยเห็นรายละเอียดว่า คนที่มีรายได้ระดับนี้เขาเป็นหนี้อะไรเท่าไหร่กันบ้าง แต่ข้อมูลในเพจนี้ทำให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น

ข้อสอง คนที่มาขอคำปรึกษาจากเพจนี้จำนวนมาก (เกิน 90% ของเคสที่โพสต์) เป็นหนี้นอกระบบด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ไม่ได้เป็นหนี้นอกระบบแค่เจ้าหนี้รายเดียวแต่หลายรายเลย

ในโพสต์ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าทำไมถึงเป็นหนี้นอกระบบ แต่เดาว่าเริ่มจากเป็นหนี้ในระบบจนเอาไม่อยู่ ผ่อนจ่ายไม่ไหว หันไปทางไหนไม่ได้แล้วก็เลยต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบเพื่อเอามาหมุนจ่ายหนี้ในระบบ

ซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนจะช่วยได้ แต่ความจริงแล้วการทำแบบนี้เป็นการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นหายนะ เพราะพอเดินทางนี้แล้วอีกสักพักก็จะเอาไม่อยู่อีก ก็จะต้องหาเจ้าหนี้นอกระบบรายที่สอง สาม สี่ ไปเรื่อย ๆ จนหนี้ที่ท่วมตัวกลายเป็นท่วมมิดหัวหายใจไม่ออกเลยทีนี้

ข้อสาม ลูกหนี้หลายคนมีหนี้จากการซื้ออสังหาริมทรัพย์เยอะมาก บางคนผ่อนบ้านอยู่สามหลังทั้งที่ฐานเงินเดือนไม่น่ากู้ผ่านได้ขนาดนี้ บางคนมีทั้งหนี้บ้านหนี้คอนโดฯ โดยที่รายได้ไม่น่ากู้ได้

อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากการโหมประโคมการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ คิดว่าซื้อไว้แล้วจะปล่อยขายทำกำไรแต่ปล่อยไม่ได้ หรือว่ามาจากความต้องการจริงที่อยากซื้อบ้านซื้อคอนโดฯ เก็บไว้ แต่มันเกินกำลังผ่อนไม่ไหว

อีกเรื่องที่น่าสงสัยคือ สถาบันการเงินปล่อยกู้มาได้ยังไงขนาดนี้ หลงหูหลงตาพลาดจริง ๆ หรือมันมีกระบวนการบางอย่างที่ทำให้กู้ผ่านได้ ถ้าใครรู้วิธีช่วยบอกทีจะขอบคุณมากครับ

เลิฟ เลิฟ ♥️♥️