สมาชิกใหม่ที่บ้าน

วันนี้ที่บ้านมีสมาชิกใหม่ห้าชีวิต

new birds

มันเริ่มจากเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนมีนกเขาคู่นึงคาบกิ่งไม้เล็ก ๆ มาเริ่มทำรังที่ต้นเชอรี่ไทย ก็บอกไปว่า จะอยู่บ้านนี้ก็ได้ แต่อย่ากวนพดด้วง (พดด้วงมันนอนอยู่ในหลุมใกล้ ๆ กัน) มันก็ทำหัวกระดก ร้อง กุ๊ก กุ๊ก กรู๊ กุ๊ก กุ๊ก กรู๊ แปลว่าอะไรไม่รู้ แต่เดาว่ามันคงโอเค (หรือจริง ๆ มันอาจจะบอกว่า เรื่องของกรู๊ เรื่องของกรู๊)

ผ่านมาอีกอาทิตย์นึงเดินผ่านไปอีกทีเห็นรังว่างอยู่ชะโงกเข้าไปดูมีไข่อยู่ห้าใบ อ้าว มึง นี่กะสร้างครอบครัวเลยนะ ก็ไม่เป็นไรแค่เป็นห่วงนิดหน่อย เพราะที่บ้านนี่กระรอกกระแตเยอะอยู่ กลัวจะโดนจับกินซะ

หลังจากวันนั้นก็ไม่ค่อยได้เดินผ่านไปเพราะไม่อยากกวน เดี๋ยวแม่นกจะตกใจ อิสตรีนี่ปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว ช่วงมีลูกยิ่งไปกันใหญ่ พี่จะไม่ยุ่งเด็ดขาด

เช้านี้เดินผ่านไปอีกที แม่นกไม่อยู่ในรังเลยชะโงกไปดูอีกรอบ ไข่ไม่มีแล้วเพราะฟักออกมาเป็นตัวเรียบร้อย ยังไม่ลืมตาเลย รอบตัวยังเป็นขนนุ่ม ๆ หรอมแหรมอยู่เลย

แอบดูแป๊บเดียวก็รีบออกมา ไม่อยากกวนมันมาก เดี๋ยวจะตกใจ ก็ขอให้อยู่รอดปลอดภัยในโลกที่โหดร้ายใบนี้นะ…

นิตยสารคู่สร้างคู่สม

นิตยสารคู่สร้างคู่สม ของคุณดำรง พุฒตาล ออกวางจำหน่ายฉบับแรกในปี ๒๕๒๓ โดยเป็นการต่อยอดมาจากรายการโทรทัศน์และวิทยุในชื่อเดียวกัน เนื้อหาข้างในเล่มจะเป็นเรื่องที่ผู้อ่านส่งมาและบทความจากนักเขียนประจำ รวมทั้งจากการจัดทำของทีมงานกองบรรณาธิการ

คอลัมน์ในฉบับล้วนได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็น หนุ่มจีบสาว สาวจีบหนุ่ม ผัวเมียละเหี่ยใจ รวมไปถึงคอลัมน์ดูดวง

ปัจจุบันคู่สร้างคู่สมออกวางจำหน่ายในรายสิบวัน (จากเดิมที่เป็นรายสัปดาห์) ช่องทางจำหน่ายที่สำคัญของคู่สร้างคู่สมคือ แผงหนังสือต่าง ๆ ปัจจุบันได้ลดจำนวนลงอย่างมาก และล่าสุดร้านสะดวกซื้อ 7-11 ได้ปรับนโยบายลดการจำหน่ายหนังสือและนิตยสารลง ทำให้คู่สร้างคู่สมได้รับผลกระทบในส่วนนี้ด้วย

ท่ามกลางกระแสขาลงของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสารทยอยปิดตัวกันไปทีละฉบับและหลายฉบับที่ปิดไปอยู่มายาวนานหลายสิบปี เมื่อหลายเดือนก่อนคุณดำรงไปเป็นวิทยากรบรรยายที่กระทรวงต่างประเทศ ในหัวข้อสถานการณ์สื่อ คุณดำรงยังคงยืนยันว่า นิตยสารคู่สร้างคู่สมยังอยู่ได้…

คนที่ “ใช่”

การหาใครซักคนมาแทนคนที่จากไปนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กว่าจะมีโอกาสได้เจอกัน ถูกชะตากัน นั่งคุยกัน รอบแรก รอบสอง มีหลายคนที่ทีแรกคิดว่าใช่ พอคุยกันไปมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้นได้ข้อสรุปว่า ไม่ใช่ ก็ต้องจากกันไป

บางครั้งได้เจอคนที่คิดว่าใช่แล้ว แต่คนนั้นกลับคิดว่าเราไม่ใช่ ก็ต้องลาจากอีกเหมือนกัน

เรื่องแบบนี้แต่ละคนใช้เวลาเร็วช้าไม่เท่ากัน แต่ถ้าเราตั้งใจ จริงใจและมีความอดทนพอ สักวันเราจะเจอคนที่ใช่

เหมือนที่เมื่อวานนี้หลังจากคุยกันมาพอสมควร เราคิดว่าเธอน่าจะใช่ เธอเองก็ไม่มีพันธะอะไร สุดท้ายเลยเอ่ยถามไปว่า ถ้าพี่ตกลงรับ น้องจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่?

สัมภาษณ์เลขาฯ แผนกมาหลายคนเจอที่ใช่เสียที หลังจากหามานาน ที่พูดมาทั้งหมดนี่หมายถึงการหาพนักงานมาร่วมทีมแทนคนที่ลาออกนะฮะ อย่าคิดไปเรื่องอื่น นี่เพิ่งได้มาคนนึง ยังมีตำแหน่งอื่นอีก…

Breaking2 : ความพยายามสร้างประวัติศาสตร์ของ nike

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (๖ พ.ค.) ใครที่ใช้ twitter อาจจะแปลกใจที่เห็นมี hashtag #Breaking2 ติดอันดับ trending แล้วมีคนใช้ hashtag อันนี้กันเยอะแยะ ถ้าไม่ได้ตามข่าวมาก่อนก็คงสงสัยว่า #Breaking2 นี่มันคืออะไร?

ลองมาดูกัน

What?

Breaking2 เป็นโปรเจ็กต์ของ nike ที่พยายามจะสร้างประวัติศาสตร์ในวงการมาราธอน ซึ่งเดิมก่อนหน้านี้มีความเชื่อกันว่า มนุษย์จะไม่มีทางวิ่งมาราธอนได้ในเวลาต่ำกว่าสองชั่วโมงเป็นอันขาด เพราะมันเกินศักยภาพที่มนุษย์จะทำได้ (ประมาณว่า วี อาร์ ออล ฮิวแมน น็อต ซูเปอร์ ฮิวแมน นะ ยูว์) แต่ปรากฎว่า ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถิติมาราธอนเริ่มเข้าใกล้สองชั่วโมงมาเรื่อย ๆ จนสถิติโลกล่าสุด (ของผู้ชาย) อยู่ที่ ๒:๐๒:๕๗ หรือสองชั่วโมงสองนาทีห้าสิบเจ็ดวินาที ทำไว้เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๗ ในการแข่งขันเบอร์ลิน มาราธอน โดย Dennis Kimetto ชาวเคนยา (ใส่ adidas รุ่น adios Boost) ซึ่งก็มีการประเมินกันใหม่ว่า มนุษย์อาจทำได้ก็ได้เว้ยเฮ้ย แต่คงต้องใช้เวลาในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกประมาณซักสิบปี

ทีนี้สิบปีมันนานไง ไม่ทันใจวัยรุ่น เอ๊ย บริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่ทั้ง nike และ adidas เพราะเรื่องนี้ถ้าใครทำได้ก่อนมีหวังดังระเบิด นอกจากจะได้รับการจารึกชื่อเอาไว้ในประวัติศาสตร์แล้ว ชื่อเสียงและยอดขายถล่มทลายจะตามมาอีกแน่นอน ทาง nike ก็เลยทำโปรเจ็กต์ Breaking2 ขึ้นมา ส่วน adidas ก็ไม่ได้อยู่เฉย มีโปรเจ็กต์ของตัวเองเหมือนกัน ใช้ชื่อว่า Sub2 ซึ่งวันนี้เราจะยังไม่พูดถึง เพราะเราจะพูดถึง Breaking2 กันนะฮะ

Who?

นอกจาก nike ที่เป็นเจ้าของโปรเจ็กต์แล้ว งานนี้ก็ต้องมีนักวิ่งใช่มะ ทาง nike ก็ไปคัดแล้วคัดอีก เฟ้นแล้วเฟ้นอีก เอาสถิติเอาข้อมูลของนักวิ่งแต่ละคนมาวิเคราะห์กันละเอียดยิบ สุดท้ายได้มาสามคน คือ Eliud Kipchoge ชาวเคนยา Lelisa Desisa ชาวเอธิโอเปีย และคนสุดท้าย Zersenay Tadese ชาวอะไรไม่รู้ เขียนยังงี้ Eritrea (ทั้งสามคนดูโหงวเฮ้งได้ตามภาพด้านบนนะฮะ)

คนแรก Eliud Kipchoge มีดีกรีเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกคนล่าสุด สถิติเวลาดีที่สุดที่เคยทำได้คือ ๒:๐๓:๐๕ ในการแข่งลอนดอน มาราธอน เมื่อปีที่แล้ว

คนต่อมา Lelisa Desisa ดีกรีเป็นแชมป์บอสตัน มาราธอน ปี ๒๕๕๘ และรองแชมป์ในปีถัดมา สถิติเวลาดีที่สุดที่เคยทำได้คือ ๒:๐๔:๔๕ ในการแข่งดูไบ มาราธอน ปี ๒๕๕๖

คนสุดท้าย Zersenay Tadese คนนี้สถิติมาราธอนดูยังห่าง เพราะทำเวลาอยู่ที่ ๒:๑๐:๔๑ แต่เป็นเจ้าของสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนมาแล้วเจ็ดปียังไม่มีใครทำลายได้ที่ ๕๘:๒๓ นาที

When?

หลังจากนั่งจับยามสามตาดูดวงชะตาฟ้าดินแล้ว nike ก็เลือกเอาวันที่ ๖ พฤษภาคม ที่ผ่านมาเป็นวันดีเดย์ ส่วนตัวของผมเองเดาว่าที่ nike เลือกวันนี้ก็เพราะเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๙๗ Roger Bannister ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาด้วยการเป็นมนุษย์คนแรกที่วิ่งระยะหนึ่งไมล์ (ประมาณ ๑.๖ กิโลเมตร) ได้ในเวลาน้อยกว่า ๔ นาที (แกทำได้ที่ ๓:๕๙.๔ นาที) ซึ่งเรื่องนี้เดิมก็เชื่อกันว่าเป็นเรื่องสุดวิสัยที่มนุษย์จะทำได้เหมือนกัน เรื่องวิ่งมาราธอนในสองชั่วโมงนี่ก็อยู่ในระดับเดียวกัน nike คงกะว่า วันนี้ล่ะวะเป็นวันดีที่จะเป็นวันย้อนรอยประวัติศาสตร์กันอีกซักที ประมาณนั้น

Where?

เมื่อตั้งเป้าเป็นโปรเจ็กต์ moonshot ขนาดนี้ สถานที่ที่จะจัดวิ่งครั้งนี้จึงสำคัญมาก ทีมงาน nike เสาะแสวงหาสถานที่ตามโลเคชั่นมาราธอนสำคัญ ๆ ทั่วโลก แต่สุดท้ายเมื่อนำเอาปัจจัยต่าง ๆ มาพิจารณาแล้วมาสรุปกันที่ Autodromo Nazionale Monza ซึ่งเป็นสนามแข่งรถที่อยู่ใกล้กับเมืองมิลาน อิตาลี

ปัจจัยที่เอามาพิจารณาที่ว่านี่ไม่ใช่พูดกันเล่น ๆ เพราะทีมงานดูกันตั้งแต่ระดับความสูงเหนือน้ำทะเล อุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ กระแสลมในพื้นที่ รวมไปถึงคุณภาพของพื้นผิวสนามด้วย ทางทีมงานถึงขนาดเอาข้อมูลสภาพอากาศที่ Monza ในเวลา ๖ ปีย้อนหลังมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับสถานที่วิ่งมาราธอนที่เคยทำเวลาได้ดีที่สุดด้วย เพื่อให้มั่นใจว่า เอาที่นี่แหละเฮ้ย

How?

การเตรียมตัวเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้ แต่ละคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป ฝ่ายสถานที่ก็หาไป ฝ่ายนักวิ่งก็ซ้อมกันไป โปรเจ็กต์นี้นักวิ่งที่ได้รับการคัดเลือกทั้งสามคนซ้อมกันอย่างหนักเป็นเวลาเจ็ดเดือน โดยที่อยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของทีมงาน nike โดยตลอดเพื่อหาวิธีที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่ง ดูฟอร์มการวิ่ง ไปจนถึงการดูแลเรื่องอาหาร เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงวันที่ ๖ พ.ค. สภาพร่างกายของแต่ละคนจะอยู่ในช่วงพีคสุด ๆ ประหนึ่งซูเปอร์ไซย่านั่นเลย

อีกอย่างหนึ่งที่มีส่วนสำคัญมากสำหรับโปรเจ็กต์นี้คือ รองเท้าของนักวิ่งทั้งสามคน เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดชื่อว่า Zoom Vaporfly Elite รุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษ ไม่มีวางขายทั่วไป มีการ customized ให้เข้ากับนักวิ่งแต่ละคน ไม่ว่าจะสไตล์การวิ่ง หรือช่วงก้าว น้ำหนักโคตรเบา อัปเปอร์ทำจาก flyknit ส่วนตัว midsole ทำจากวัสดุชนิดใหม่ที่เคลมว่าสามารถคืนพลังงานได้ดีกว่าวัสดุประเภทอื่นถึง ๑๓% แถมด้านในรองเท้ายังมีแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ที่จะคอยส่งแรงให้พุ่งไปข้างหน้าด้วย (รายละเอียดดูจากภาพกับในคลิปดีกว่า)

Conclusion

เป็นที่น่าเสียดายว่าความพยายามครั้งแรกนี้ยังไม่ประสบผลสำเร็จ โดย Eliud Kipchoge วิ่งทำเวลาดีที่สุดในสามคนที่ ๒:๐๐:๒๕ ยังทำลายกำแพงสองชั่วโมงไม่ได้ และถึงแม้ว่าเวลานี้จะดีกว่าสถิติโลกปัจจุบันแต่ก็ไม่ได้รับการรับรองเป็นสถิติใหม่นะฮะ เพราะการวิ่งครั้งนี้ไม่เข้าข่ายการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการ

หลังจากนี้ nike คงจะเอาผลที่ได้ไปปรับปรุงและพัฒนาต่อเพื่อที่จะกลับมาใหม่ในครั้งต่อไป ซึ่งทางฝั่ง adidas เองก็คงจะไม่อยู่เฉย เราอาจได้เห็นความคืบหน้าของโปรเจ็กต์ Sub2 ของค่าย adidas กันในเร็ววันนี้

หมายเหตุ : จริง ๆ ยังมีเรื่องอื่นที่น่าเขียนถึงอีก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ twitter ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ครั้งนี้ หรือกระบวนการมาร์เก็ตติ้งของ nike ที่สามารถตรึงคนทั่วโลกให้จดจ่ออยู่กับอีเวนต์นี้ได้ตลอดสองชั่วโมงเต็ม รวมไปถึงรายละเอียดของรองเท้ารุ่นที่จะนำออกวางขายเอาทุนคืน เอ๊ย ให้นักวิ่งได้ซื้อมาสวมใส่เพื่อทำลายสถิติส่วนตัวกัน ทั้งหลายทั้งปวงนี้หากใครสนใจก็ลองหาข้อมูลกันดูนะฮะ นี่ยาวมากแล้ว สวัสดีครับ

นิตยสาร Monocle ฉบับที่ ๑๐๑ ฉบับพิเศษฉลองครบรอบ ๑๐ ปี

Monocle issue 101, the 10th anniversary issue with an article about Thai businesses buying western companies and brands with 3 companies featured.

จากประสบการณ์ส่วนตัว จะทำนิตยสารให้ยืนระยะถึงสิบปีได้นี่ไม่ใช่ง่าย ยิ่งในยุค Winter is coming รัว ๆ อย่างทุกวันนี้ด้วยแล้วไม่ง่ายเลย แต่ Monocle ทำได้ แถมแตกไลน์ขยายอาณาจักรออกไปได้อีก กลายเป็น case study ของคนในวงการสิ่งพิมพ์ที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงแทบทั้งโลก

เล่มนี้เป็นเล่มฉลองวาระพิเศษ ก็เลยมีเนื้อหาพิเศษแทรกมาให้อ่าน เป็นเรื่องราวของ Monocle ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ใครที่เป็นแฟนไม่อยากให้พลาด

แถมอีกนิด เล่มนี้มีบทความเกี่ยวกับธุรกิจไทยที่ไปซื้อกิจการต่างแดนให้อ่านกันด้วย เจาะไปหลัก ๆ ที่สามบริษัท เป็นใครกันบ้าง อันนี้ต้องลองเปิดดู…

เตรียมพบกับ Creativity Inc. ฉบับภาษาไทย (เดานะ)

Creativity, Inc.

คิดว่าอีกไม่นานจะมีหนังสือ Creativity Inc. ที่เขียนโดย Ed Catmull (หน้าตาตามภาพประกอบนะฮะ) ฉบับแปลภาษาไทยออกมาให้ได้อ่านกัน

ที่เดาอย่างนี้เพราะเมื่อกี๊นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟที่นึง เห็นหญิงสาวพร้อมปากกาในมือกำลังนั่งเปิดหนังสือเล่มนี้ฉบับ hardcover พลิกไปพลิกมาเทียบกับกระดาษ A4 หนาเป็นปึกที่วางอยู่ตรงหน้า หน้าตานี่เอาจริงเอาจังมาก

อาการนี้บอกได้เลยว่า ถ้าไม่ใช่กำลังแปล ก็คงกำลัง edit อยู่ ไม่รู้ว่าสำนักพิมพ์ไหนซื้อลิขสิทธิ์มา ใครที่รออ่านเล่มนี้อยู่อดใจรอสักพักนะฮะ…

หมายเหตุ รูปประกอบนี่เป็นหนังสือของผมเองนะ ไม่ใช่ของหญิงสาวคนที่กล่าวถึง ขออภัยที่ไม่มีภาพประกอบ ไม่กล้าถ่าย กลัวโดนหาว่าโรคจิต หน้ายิ่งให้อยู่ 5555