หนังสือที่ CEO แจกให้อ่าน (๒๕๖๒)

จงเป็นคนฉลาดที่บริษัทขาดไม่ได้

วันนี้มาฟังนโยบายประจำปี ๒๕๖๒ ลงชื่อแล้วทีมงานแจกหนังสือก่อนเข้าห้องคือเล่มตามภาพด้านบน

นั่นแหละ จงเป็นคนฉลาดที่บริษัทขาดไม่ได้ นะจ๊ะ… ❤

ตลาดหุ้นไทยเจอ AI หรือ Flash Boys?

เมื่อเช้ามีคนส่งรูปนี้เข้ามาในกรุ๊ปไลน์ เห็นพาดหัวข่าวลีดแล้วนึกถึงสองเรื่องนะฮะ

เรื่องแรก นึกถึงหนังสือ flash boys ของคุณพี่ michael lewis หนึ่งในนักเขียนเรื่องไฟแนนซ์ที่ดีที่สุดในโลก (อันนี้ไม่มีใครตั้ง ผมตั้งเอง)

ที่นึกถึงหนังสือเล่มนี้เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันช่างใกล้เคียงกับสิ่งที่พี่ lewis เล่าไว้ในหนังสือมาก ๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องของ AI แต่เป็นเรื่องอื่น ซึ่งเป็นการเอาเปรียบนักลงทุน

สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ลองอ่านรีวิวสั้น ๆ ดูก่อนได้ที่นี่ครับ

https://buak.net/2016/02/27/review-flash-boys-michael-lewis/

(ขายของเก่ากันหน้าด้าน ๆ หยั่งงี้แหละ 😂)

เรื่องที่สองที่นึกถึงคือ เมื่อสองสามปีก่อนตอนทำหนังสือให้ผู้หลักผู้ใหญ่คนนึง แกอ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน ที่สำคัญ แกบอกว่า แกเห็นเหตุการณ์คล้าย ๆ กับในหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยด้วย

ตอนนั้นด้วยความอยากให้ชัวร์ ถามแกไปว่า รู้ได้ไง? แกตอบว่า ก็ตอนแกเคาะแป้นกดคำสั่งซื้อ/ขาย ออเดอร์อีกฝั่งมันหายไปเฉย ๆ ต่อหน้าต่อตาเลย (แกเป็นรายใหญ่ประมาณนึงนะฮะ)

ด้วยความอยากรู้อีก ถามแกว่า คิดว่าโบรกไหนที่ใช้ระบบนี้?

แกให้ชื่อมาโบรกนึง…

นิตยสาร THE WISDOM ฉบับตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๖๐

THE WISDOM magazine october - december 2017

นิตยสาร THE WISDOM ที่ธนาคารกสิกรไทยแจกให้กับลูกค้ากลุ่ม Wisdom ฉบับล่าสุด (ตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๖๐) ออกแบบปกเป็นรูปในหลวงรัชกาลที่ ๙ และพิมพ์นูนในบางจุดเพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่แตกต่างเวลาลูบไปบนปก

THE WISDOM magazine october - december 2017

ส่วนเนื้อหาภายในเล่มก็มีส่วนพิเศษที่เป็นการสัมภาษณ์บุคคลในแวดวงต่าง ๆ ที่ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้อย่างใกล้ชิด อาทิ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล และปราโมทย์ ไม้กลัด เป็นต้น โดยแต่ละคนได้มาเล่าถึงชีวิตเมื่อครั้งที่ถวายงานรับใช้ รวมไปถึงความประทับใจและข้อคิดต่าง ๆ ที่ได้จากพระองค์

สำหรับเนื้อหาปกติทั้งที่เป็นบทความในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

ใครสนใจลองสอบถามไปที่ธนาคารกสิกรไทย แต่ถ้าไม่ได้เป็นลูกค้าระดับ Wisdom ก็ไม่รู้ว่าเขาจะให้หรือเปล่านะ ต้องลองเจรจาดู

รีวิวหนังสือ : อย่าหลอกกัน (Fool Me Once) – ใครหลอกใคร?

foolmeonce

หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานล่าสุดของ Harlan Coben ที่มีการแปลออกมาเป็นภาษาไทย โดยคุณมณฑารัตน์ ทรงเผ่า เจ้าเก่าที่แปลงานของคุณพี่ Coben มาแล้วหลายเล่ม ถ้าใครเป็นแฟนประจำก็น่าจะคุ้นเคยกันดีทั้งสไตล์คนเขียนและสำนวนคนแปล

ที่ว่าน่าจะคุ้นเคยสไตล์ของคนเขียนก็คือ อยู่ดี ๆ ตัวเอกของเรื่องมักจะมีเหตุการณ์อะไรซักอย่างหรือสองอย่างมาทำให้เสียศูนย์ โดยที่มักจะเป็นการเสียชีวิตของคนใกล้ตัว หรือบางทีเป็นเรื่องของคนใกล้ตัวที่เสียชีวิตไปสักพักแล้วแต่กลับมีอะไรมาทำให้เกิดสงสัยทำนองว่า เอ๊ะ หรือยังไม่ตาย (วะ)

จากนั้นก็เป็นช่วงตามสืบ ตามไขปริศนา ซึ่งสุดท้ายจะพาไปหาต้นเรื่องที่เป็นฆาตกรหรือจอมบงการ ที่มักจะมีปมอยู่กับเหตุการณ์อะไรซักอย่างในอดีต และที่เป็นทีเด็ดของเรื่องแนวนี้คือ ฆาตกรที่ว่าต้องเซอร์ไพรส์ คาดไม่ถึง เฉลยออกมาแล้วคนอ่านต้องร้อง ว้าว!!

ทีนี้ความยากของคนเขียนก็คือเมื่อคนอ่านรู้อยู่เต็มอกว่า มึงต้องเซอร์ไพรส์กูแน่ ๆ ก็พยายามดักทางเดาตัวฆาตกร ส่วนคนเขียนก็ต้องพยายามวางพล็อตวางปมยังไงก็ได้ให้คนอ่านเดาไม่ได้ เล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันอยู่อย่างนี้จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึง

เล่มนี้ก็เหมือนกันนะฮะ

ตัวเอกของเรื่องเป็นหญิงสาว อดีตนักบินเฮลิคอปเตอร์โจมตีของกองทัพสหรัฐฯ ประสบเหตุโดนปล้นในสวนสาธารณะขณะที่อยู่กับสามีและสามีโดนยิงตาย โดยที่ก่อนหน้านี้พี่สาวก็เพิ่งโดนฆ่าในช่วงที่เธอประจำการอยู่ที่ตะวันออกกลาง

ฟังแค่นี้ก็เศร้าแทนแล้ว แต่ยัง ยังไม่พอ พี่ Coben ยังซ้ำเข้าไปอีกเมื่อจู่ ๆ สามีที่เธอเพิ่งไปงานศพมาไม่นานกลับมาโผล่ให้เห็นในกล้องวงจรปิดว่ามาเล่นกับลูกสาวตัวน้อยอยู่ในบ้าน แถมตำรวจยังมาบอกอีกว่า ผลการตรวจสอบกระสุนพบว่า ปืนที่ใช้ฆ่าสามีเธอเป็นกระบอกเดียวกับที่ฆ่าพี่สาวเธอ

ตัวเอกของเรื่องก็เลยต้องตามสืบให้รู้ว่าใครกันที่เป็นฆาตกร ซึ่งแน่นอนว่า ระหว่างนี้คนอ่านก็จะโดนถล่มด้วยข้อมูลที่ท่วมท้น ถูกดึงไปทางโน้นที ทางนี้ที ไปเจอเรื่องในอดีตของคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง แถมด้วยความสงสัยว่า ตกลงสามีมันตายรึยัง? พร้อมกับเดาตัวฆาตกรไปเรื่อย ๆ ว่า ไอ้นี่แน่ อีกสักพักก็ เอ๊ะ หรือไอ้นี่ อีกเดี๋ยวก็ หรือจะเป็นคนนี้ (วะ)

จนกระทั่งเฉลย แล้วเราก็ร้องว่า เหยดดดดดดดดดดด กูนึกไม่ถึง

มิน่า ถึงได้มีข้อความขึ้นบนปกว่า คุณไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนลงมือ

ถ้าเป็นแฟนของ Coben ก็อ่านเถอะครับ แต่ถ้าใครยังไม่เคยอ่านงานของ Coben ก็อยากให้ลองอ่านดู เผื่อจะชอบนะฮะ

ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ ❤

อย่าหลอกกัน (Fool Me Once)
ผู้เขียน : Harlan Coben
ผู้แปล : มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ราคา : ๒๘๕ บาท

fool me once

ก่อนหน้าเล่มนี้อ่านอะไรไปแล้วบ้าง

หนังสือเล่มแรกของปี ๒๕๕๙ : Flash Boys
หนังสือเล่มที่สองของปี ๒๕๕๙ : facebook โลกอันซ้อนกันอยู่
หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๙ : The Blind Side

ติดตาม What We Read Blog อีกหนึ่งช่องทางได้ที่ https://www.facebook.com/whatwereadblog/

หนังสือแนะนำสำหรับคน (เริ่ม) เล่นหุ้น ตอนที่ ๒

กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ

ตอนที่แล้วแนะนำหนังสือจากผู้เขียนที่เป็นอดีตผู้จัดการกองทุนต่างชาติไปแล้ว (อ่านได้ที่นี่ครับ หนังสือแนะนำสำหรับคน (เริ่ม) เล่นหุ้น) คราวนี้จะแนะนำหนังสือของผู้เขียนชาวไทยกันบ้าง เล่มนี้ชื่อว่า กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ เขียนโดย เทพ รุ่งธนาภิรมย์

หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกออกมาในเดือนมีนาคม ๒๕๔๖ ด้วยยอดพิมพ์ ๑๐,๐๐๐ เล่ม ประสบความสำเร็จขายดีจนต้องพิมพ์ครั้งที่สองตามมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันอีก ๑๐,๐๐๐ เล่ม ที่ขายดีขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ และถ้าใครได้ลองหยิบมาพลิกอ่านก็จะเข้าใจได้ว่า ทำไมถึงขายดี

คุณเทพเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร Corporate Thailand ฉบับเดือนสิงหาคม ๒๕๔๗ (ภาพปกตามรูปด้านล่าง)  ว่า แนวทางการลงทุนของเขาจะเน้นไปที่ผลตอบแทนจากเงินปันผลในแต่ละปี โดยอย่างน้อยควรจะได้ในอัตราสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (เพราะถ้าได้น้อยกว่าจะไปเสี่ยงทำไม ฝากเงินเอาก็ได้ ใช่มั้ย?)

ที่เป็นอย่างนี้เพราะเดิมคุณเทพก็เป็นนักลงทุนขาลุยสไตล์รายย่อย (แปลว่า แมงเม่า) ทั่วไปนั่นแหละ แต่หลังจากที่รับประทาน “ต้มยำกุ้ง” หม้อใหญ่เข้าไปในช่วงปี ๒๕๔๐ ทำให้ต้องตัดใจขายขาดทุนไปก้อนโต แกเล่าว่ายังโชคดีที่มีเงินเหลืออยู่บ้าง ก็เลยปรับตัวปรับใจ เอาใหม่ ต้องหาความรู้มากขึ้น

นิตยสาร Corporate Thailand ฉบับสิงหาคม ๒๕๔๗

ประกอบกับคุณเทพตั้งใจว่า หากเกษียณจากการทำงานก็หวังรายได้จากเงินปันผลที่จะเอามาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยที่ไม่ต้องไปควักเนื้อเงินก้อนเงินเก็บที่มีอยู่ นี่ก็เลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมแกถึงลงทุนโดยตั้งเป้าไปที่ผลตอบแทนจากเงินปันผลในแต่ละปี

ในการหาความรู้ของคุณเทพ แกอ่านหนังสือหลายเล่มด้วยกัน และสองเล่มในนั้นคือหนังสือที่เขียนโดยคุณพี่ Peter Lynch คือ One Up On Wall Street (ที่เขียนแนะนำไปครั้งที่แล้ว อ่านได้ที่นี่) และ Beating the Street ซึ่งเป็นเล่มที่แอดวานซ์ขึ้นมาอีกหน่อย เล่มนี้รอเวลาเหมาะ ๆ จะมาแนะนำกันอีกที ใครที่อดใจไม่ไหวจะอ่านก่อนเลยก็ยิ่งดีนะฮะ (บอกแล้วว่า พี่ Lynch แกของแท้ ไม่มีโม้ ไม่ได้เขียนหนังสือเพื่อสร้างโพรไฟล์มาขายคอร์สฝึกอบรม)

หลังจากที่แกเอาวิชาความรู้ที่ได้มาไปปรับใช้เป็นแนวทางตัวเองและพิสูจน์มาแล้วว่า เออ เฮ้ย ทำได้จริงเว้ย เงินปันผลก็ได้ ราคาหุ้นก็ไม่ขาดทุน แกก็สกัดเป็นเคล็ดวิชามาเขียนเป็นหนังสือเล่มนี้นี่แหละ

จุดเด่นที่สำคัญของหนังสือเล่มนี้คือ ใช้ภาษาที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย อันนี้สำคัญ บางเล่มอ่านง่ายก็จริง แต่โคตรเข้าใจยากนะ แล้วก็เน้นตามหลักการลงทุนด้านปัจจัยพื้นฐาน ไล่เรียงเรื่องที่สำคัญไปทีละหัวข้อ โดยที่บทท้าย ๆ มีตัวอย่างการพิจารณาจริง หุ้นจริง ตัวเลขกำไรและปันผลจริง (แต่เปลี่ยนชื่อหุ้นซะนิดนึง เพื่อไม่ให้เข้าข่ายชี้นำ) เพื่อให้คนอ่านเห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายขึ้น

สรุปสั้น ๆ ว่า ใครที่อยากเล่นหุ้น ใครที่เล่นหุ้นแล้วขาดทุน หรือกำไรมั่งขาดทุนมั่งแล้วแต่ดวง หาหนังสือสองเล่มที่แนะนำมาอ่านได้เลยเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากการเล่นหุ้นอย่างยั่งยืนนะฮะ ขนาดนั้น

และถ้าอ่านเล่มนี้จบแล้วชอบใจ อยากอ่านเล่มสองที่แอดวานซ์ขึ้น ขอเชิญเล่มนี้ครับ วิถีแห่งเซียน หุ้นห่านทองคำ จากผู้เขียนคนเดียวกัน

ขอให้โชคดีครับ ❤

กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำติดตาม What We Read Blog อีกหนึ่งช่องทางได้ที่ https://www.facebook.com/whatwereadblog/ ครับ

นิตยสาร The Wisdom ฉบับพิเศษ สิงหาคม ๒๕๕๙

นิตยสาร The Wisdom ฉบับพิเศษ สิงหาคม ๒๕๕๙นิตยสาร The Wisdom เป็นนิตยสารรายสามเดือนที่ธนาคารกสิกรไทย ทำแจกให้กับลูกค้าในกลุ่ม Wisdom (แปลว่า รวยโคตร) ตามปกติแล้วจะมีธีมของแต่ละฉบับแตกต่างกันไป แต่ฉบับนี้เป็นฉบับพิเศษในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

เนื้อหาในฉบับนี้นอกจากจะมีคอลัมน์ที่เป็นสาระและไลฟ์สไตล์ตามปกติแล้ว จึงมีเพิ่มในส่วนของบทสัมภาษณ์ของผู้คนที่ได้ทำงานใกล้ชิดหรือชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระราชินี อาทิ ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการ หรือสมพร ธรรมวงค์ ชาวอาข่าที่จังหวัดเชียงราย และคุณลุงน้อง เปี้ยวน้อย เกษตรกรนาเกลือที่จังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น

ใครที่สนใจ The Wisdom ฉบับนี้ ง่ายนิดเดียว สอบถามไปที่ธนาคารกสิกรไทยนะฮะ แต่ถ้าไม่ใช่ลูกค้า Wisdom (แปลว่า รวยโคตร) ไม่รู้เขาจะให้หรือเปล่านะฮะ อันนี้คงต้องลองเอง ❤

หนังสือแนะนำสำหรับคน (เริ่ม) เล่นหุ้น

One Up On Wall Street

มีเพื่อนฝูงรวมไปถึงน้องนุ่งบางคนที่มาถามผมต่างกรรมต่างวาระว่า ถ้าจะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ (ต่อจากนี้จะขอเรียกตามที่ติดปากกันว่า “เล่นหุ้น” นะฮะ) จะเริ่มยังไง? จะหาความรู้ยังไง?

ซึ่งทุกครั้งที่เจอคำถามทำนองนี้ผมจะแนะนำหนังสือให้ไปอ่านสองเล่ม จะอ่านเล่มใดเล่มหนึ่งหรือจะอ่านทั้งสองเล่มก็แล้วแต่ถนัด ถือว่าหนังสือสองเล่มนี้เป็นการประเดิมเริ่มต้น พออ่านจบแล้วจะไปหาเล่มอื่นอ่านต่ออันนี้ก็แล้วแต่ความขยันและเอาจริงของแต่ละคน

หมายเหตุ : บอกไว้ก่อนว่า หนังสือสองเล่มนี้สำหรับคนเริ่มต้น ถ้าใครที่ระดับเซียนเหยียบเมฆหรือเชี่ยวแล้ว ข้ามไปได้เลยครับ อีกประการหนึ่งก็คือ หนังสือสองเล่มนี้มาในแนวทางของปัจจัยพื้นฐาน ไม่ได้ดูกราฟ ไม่มีเครื่องมือทางเทคนิค ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว อะไรทั้งนั้น แถมอ่านแล้วยังไม่ทำให้เป็นเซียนหุ้นขึ้นมาได้ในหนึ่งเดือนหรือสามเดือนด้วย นักลงทุนคนไหนที่ไม่สนใจในแนวปัจจัยพื้นฐาน หรืออยากรวยเร็ว ก็ข้ามไปได้เหมือนกันครับ

เล่มแรก เป็นหนังสือต่างประเทศ ชื่อว่า One Up On Wall Street เล่มนี้ออกมานานมากแล้วคือตั้งแต่ปี ๑๙๘๙ เท่ากับ ๒๗ ปีมาแล้ว เป็นหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นที่คลาสสิกมากเล่มหนึ่ง และเขียนโดยผู้บริหารกองทุนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งด้วย นั่นคือ Peter Lynch

เล่าประวัติพี่ Lynch กันนิดนึง แกเป็นผู้จัดการกองทุนที่ชื่อ Magellan Fund ในสังกัดบริษัท Fidelity Investments เกียรติประวัติของแกก็คือ แกเข้ามาเป็นผู้จัดการกองทุนที่ว่านี้ในปี ๑๙๗๗ ตอนนั้นกองทุนมีสินทรัพย์ให้บริหาร ๑๘ ล้านเหรียญ แต่ในปี ๑๙๙๐ ที่แกลาออกสินทรัพย์ของกองทุนนี้มันเบ่งบานทะยานขึ้นมาเป็น ๑.๔ หมื่นล้านเหรียญ ย้ำ หมื่นล้านนะฮะ

ในขณะที่สถิติการสร้างผลตอบแทนต่อปีของแกทำเอาไว้ที่เฉลี่ยปีละ ๒๙.๒% (เปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพ คุณลุง Warren Buffett ซึ่งคนรู้จักกันทั่วโลก มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ ๒๒.๓% จากการลงทุนมารวม ๓๖ ปี) เคยมีคนคำนวณไว้ว่า ถ้าเราลงทุนในกองทุน Magellan ๑,๐๐๐ เหรียญในปีที่พี่ Lynch เริ่มเป็นผู้จัดการกองทุน แล้วขายออกตอนที่พี่ Lynch ลาออก เงิน ๑,๐๐๐ เหรียญที่ว่าจะงอกมาเป็น ๒๘,๐๐๐ เหรียญนะฮะ

นี่ถ้าจะดัดจริต ต้องอุทานว่า โฮลี่ ชิต!! ขี้ศักดิ์สิทธิ์ชัด ๆ

ด้วยเครดิตขนาดนี้ เมื่อพี่ Lynch ลุกขึ้นมาเขียนหนังสือแนะนำการเล่นหุ้นก็ทำให้หนังสือเล่มนี้ดังระเบิดระเบ้อ แถมติดอันดับขายดีได้ไม่ยาก ยิ่งกว่านั้นก็คือ เนื้อหาของหนังสือนี่ของแท้แน่นอนมากครับ เพราะแกเขียนหนังสือออกมาเพื่อให้ความรู้กันจริงจัง ไม่ใช่สร้างโพรไฟล์เพื่อเอาไปขายคอร์สอบรมอีกต่อ

ในเล่มนี้ พี่ Lynch บอกว่า นักลงทุนรายย่อยอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็สามารถเล่นหุ้นให้ได้กำไรได้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องเป็นพวกมืออาชีพเสมอไป เพียงแต่ต้องรู้จักหลักการที่ถูกต้อง เลือกหุ้นเป็น รู้ว่าจะดูข้อมูลอะไรในแต่ละบริษัท นอกจากนี้ยังจัดประเภทบริษัทให้เข้าใจได้ว่ามันมีหลายแบบ มีทั้งที่เป็นบริษัทโตเร็ว โตช้า พวกยักษ์ใหญ่ บริษัทที่ผลกำไรขึ้นลงเป็นไซเคิล หรือบริษัทที่เคยแย่แต่กำลังจะฟื้น ฯลฯ อะไรพวกนี้ ไปจนกระทั่งหุ้นแบบไหนที่อย่าไปยุ่งกับมันเลย พี่เตือนแล้วนะ

รวมไปถึงพวกความคิดหรือความเข้าใจผิด ๆ บางอย่างที่หลายเรื่องตรงกันเป๊ะกับนักลงทุนรายย่อยของไทยเลยนะฮะ ขอยกตัวอย่างบางประการ เช่น

“หุ้นมันตกมาขนาดนี้แล้ว มันไม่ตกไปมากกว่านี้แล้วล่ะ” – พอช้อนเข้าไปแล้วเป็นไงฮะ ไอ้ที่ว่าถูกแล้วยังมีถูกกว่า

ในทางกลับกัน “หุ้นมันขึ้นมาขนาดนี้แล้ว มันไม่ขึ้นไปมากกว่านี้แล้วล่ะ” – พอขายแล้วเป็นไงฮะ แม่มวิ่งเป็นกระทิงเปลี่ยวเลย ขายหมูชัด ๆ

หรืออารมณ์เสียดายแบบ “โอยยยย ไม่ได้ซื้อตัวนี้ ราคาวิ่งไปแล้ว รู้งี้…” – ใช่ฮะ ถ้ารู้งี้ ถึงได้มีคนบอกว่า รู้อะไร ไม่สู้รู้งี้

เรื่องพวกนี้ พี่ Lynch มีคำอธิบายและมีเคสจริง (จากอเมริกา) ยกมาให้อ่านสั้น ๆ เพื่อความเข้าใจด้วย

เล่มนี้ผมซื้อมานาน ๒๐ กว่าปีแล้ว สภาพกระดาษเหลืองกรอบ ปกก็จะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ จะว่าไปนี่เป็นหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรกที่ผมนั่งอ่านจริง ๆ จัง ๆ จนจบเล่ม อ่านไปเปิดดิกฯ ไป ขีดไฮไลต์คำศัพท์ที่ไม่รู้คำแปลจนพรืดไปทั้งหน้า ทำอยู่ได้สามสิบสี่สิบหน้า ไม่ไหวแล้วเว้ย เอาหลักการของคุณชายคึกฤทธิ์มาใช้ดีกว่า คุณชายบอกว่า อ่านไปเลย อย่าไปสะดุดเปิดดิกฯ อ่านไปสักพักมันจะเข้าใจเอง เออ ได้ผลจริงนะฮะ อันนี้ขอแนะนำ

ถึงเล่มนี้จะออกมานานแล้วอย่างที่ว่าแต่หลักการลงทุนก็ยังใช้ได้ในปัจจุบัน ถ้าใครสนใจไม่ต้องกังวลว่าจะไปหาซื้อได้ที่ไหนเพราะมีการพิมพ์ซ้ำออกมาเรื่อย ๆ ในร้านหนังสือภาษาอังกฤษบ้านเราก็เห็นมีอยู่นะฮะ ส่วนใครที่อยากอ่านฉบับภาษาไทยตอนนี้ก็มีแล้วเหมือนกัน ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนไทยที่ประสบความสำเร็จมากและมีชื่อเสียงมากแกแปลออกมาแล้ว ไม่แน่ใจว่าใช้ชื่อภาษาไทยว่าอะไร ลองเสิร์ชดูน่าจะเจอได้ไม่ยาก

ถ้าอ่านเล่มนี้จบแล้วอยากอ่านเพิ่ม พี่ Lynch เขียนหนังสือออกมาอีกสองเล่ม ชื่อว่า Beating the Street กับ Learn to Earn ถ้าสนใจลองหาอ่านดูได้ครับ

ตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนแนะนำสองเล่มแต่แค่เล่มแรกนี่ก็ยาวแล้ว อีกเล่มขอยกยอดไปคราวหน้านะครับ

One Up On Wall Street

อ่าน หนังสือแนะนำสำหรับคน (เริ่ม) เล่นหุ้น ตอนที่ ๒ ได้ที่นี่ครับ

 

ติดตาม What We Read Blog อีกหนึ่งช่องทางได้ที่ https://www.facebook.com/whatwereadblog นะครับ ❤