หนังสือที่ซื้อออนไลน์ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๑

วันก่อนโพสต์รูปนี้ขึ้นไปที่ facebook แล้วมีมิตรสหายมาถามไถ่ว่ามีรายชื่ออะไรบ้าง เผื่อเขาสนใจจะได้ไปซื้อมาอ่านบ้าง เลยเอามาโพสต์ไว้ที่นี่ด้วย เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้พบเห็นนะฮะ 🙂 สำหรับรายชื่อหนังสือในชุดนี้ประกอบด้วย - ฆาตกรรมชำนาญ - นักเขียนนวนิยายเป็นอาชีพ / มูราคามิ - หนังสือเล่มที่ก้าว - the handmaid's tale - ปฏิบัติการเดือดเชือดไฮดริช - never let me go - ในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง - อัตชีวประวัติ: ทหารชั่วคราว / อ.ป๋วยเขียนถึงตอนที่เป็นเสรีไทยสมัยสงครามโลกครับ ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเล่มนี้ด้วย - Principles: Life and Work / เล่มนี้รีวิวเมืองนอกมาดีเหลือเกินครับ - skin in the game / เล่มล่าสุดของคนเขียน fooled by randomness (หนังสือที่คนเล่นหุ้นควรอ่าน) สี่เล่มต่อไปนี้เป็นผลมาจากบุพเพสันนิวาสครับ... Continue Reading →

หนังสือเล่มที่ ๑๔ และ ๑๕ ของปี ๒๕๕๘ : คดีเจ็ดแพะ & คดีศพล่องหน

หลังจากจบเล่มที่ ๑๓ (ตามล่านาซี) ทะลุเป้าที่ตั้งใจเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย ผมก็หยิบ Flash Boys มาตั้งท่าจะอ่าน ตามที่เคยเล่าไว้ว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ท่านนึงแนะนำว่า เล่มนี้ดี อ่านเถอะ!! (เล่าไว้ในโพสต์นี้ครับ) เปิดอ่านไปได้สักสิบหน้าเหมือนมันล้ามาจากการอ่านเล่มยาวก็เลยวางไว้ก่อน เปลี่ยนไปหยิบรวมเรื่องสั้นชุดพุ่มรัก พานสิงห์ ของพี่วินทร์ เลียววาริณ ที่เพิ่งสั่งซื้อมาเปิดอ่านก่อนดีกว่า เล่มนี้ชื่อว่า คดีเจ็ดแพะ เกริ่นกันนิดนึงสำหรับคนที่ไม่เคยอ่านเรื่องชุดพุ่มรัก พานสิงห์ พุ่มรัก นี่เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งนะครับ เป็นคนอีสาน เว้าอีสานกันเลยล่ะ แต่แกมีความสามารถพิเศษในด้านการสืบสวนคดีต่าง ๆ ก็เลยถูกตำรวจตามตัวมาช่วยไขคดีโน้นคดีนี้อยู่เป็นประจำ ตั้งแต่คดีใหญ่จำพวกฆาตกรรม จี้ ปล้น ไปจนถึงคดีอย่างลักเล็กขโมยน้อย จนดูเหมือนจะกลายเป็นงานหลักของแกไปแล้วด้วยซ้ำ จุดเด่นอีกประการของแกที่ต่างจากนักสืบดัง ๆ ของเมืองนอกอย่างเชอร์ล็อก โฮล์มส์ หรือ ปัวโรต์ ก็คือ พี่แกมีอารมณ์ขันและความกวน (อวัยวะเบื้องล่าง) อย่างล้นเหลือ สำหรับคดีเจ็ดแพะ นี่เป็นกรณีที่ผู้ช่วยสาวของพุ่มรักถูกจับตัวไป และคนร้ายสั่งให้พุ่มรักไขคดีทั้งหมดเจ็ดคดีด้วยกัน ซึ่งแต่ละคดีจริง ๆ ก็จับตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วและศาลตัดสินลงโทษไปแล้ว แต่คนร้ายมีเหตุที่เชื่อได้ว่า คนที่ถูกลงโทษทั้งเจ็ดคดีที่ว่าเป็น "แพะ" โดยที่คนร้ายตัวจริงยังลอยนวลอยู่ หน้าที่ของพุ่มรักในครั้งนี้คือการสืบหาตัวคนร้ายที่แท้จริงของทั้งเจ็ดคดี โดยเมื่อไขคดีได้หนึ่งคดี... Continue Reading →

แนะนำหนังสือ : ๗๒ ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย

มีหนังสือดีมาแนะนำครับ สำหรับคนที่สนใจเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์และการเงินการธนาคาร เล่มนี้เลยครับ ๗๒ ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ ๗๒ ปีของการก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา เนื้อหาด้านในเล่าถึงประวัติของธปท. ตั้งแต่ยุคก่อนที่จะมีธนาคารชาติ ซึ่งมีชาวต่างชาติเสนอตัวมาขอตั้งธนาคารชาติให้กับสยามประเทศหลายรายด้วยกัน มาจนถึงความพยายามของคนไทยเอง แต่ก็มีความคิดเห็นที่หลากหลาย ไม่เห็นพ้องต้องกันนัก รวมทั้งยังโดนขัดขวางจากที่ปรึกษาต่างชาติ ทำให้กว่าจะก่อตั้งและเปิดดำเนินการธนาคารชาติของเราได้ก็กินเวลาล่วงเลยมานับสิบปีเลยทีเดียว นอกจากนั้น ยังมีเรื่องราวและประวัติของผู้ว่าการธปท. ทุกคน (พร้อมภาพประกอบ) ตั้งแต่คนแรก คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย มาจนถึง ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ คนปัจจุบัน (ที่กำลังจะหมดวาระในปีนี้และได้ยินมาว่าจะไม่เสนอตัวเข้ารับคัดเลือกเป็นวาระสอง) โดยผู้เขียนได้เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคของผู้ว่าการแต่ละคน ซึ่งในหลายกรณีเป็นการมีส่วนร่วมของธปท. ต่อเหตุการณ์สำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ประเภทที่ว่าถ้าพลาดพลั้งขึ้นมาอาจถึงขั้นประเทศล่มจมกันได้เลย บางเหตุการณ์ก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยประเภทที่คนชอบเรื่องราวทำนองนี้น่าจะถูกใจ อาทิเช่น น่าจะมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเมื่อแรกเปิดดำเนินการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดทำลูกกุญแจทองคำขึ้น โดยลูกกุญแจนี้ใช้เพื่อไขประตูหน้าของที่ทำการในวันนั้น หรือความเป็นมาของโรงพิมพ์ธนบัตรของไทยที่ต้องถึงระดับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สั่งการถึงจะได้ดำเนินการ หนังสือเล่มนี้ไม่มีวางจำหน่ายนะครับ ใครสนใจลองสอบถามไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเอาเอง โชคดีครับ ------------------------- อัพเดตครับ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่ลิ้งก์นี้นะครับ https://www.bot.or.th/Broadcast/EBook/72BOT/72BOT/book/files/extfile/72BOT.pdf

ปีนี้ตั้งใจจะอ่าน “หนังสือ”

เมื่อตอนวันหยุดช่วงปลายปีที่ผ่านมาใช้เวลานั่งคิดว่าวาระของปีนี้จะเป็นอะไรดี แล้วก็นึกได้ว่าช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมาผมอ่านหนังสือ (ที่เป็นเล่ม) น้อยลงมาก ถึงแม้จะซื้อในปริมาณเท่าๆ กับเมื่อก่อน แต่ก็ซื้อมาเก็บมากองเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้หยิบมาอ่านจริงจังมากนัก นี่ยังดีว่าปีที่แล้วกลับมาอ่านนิยายแปลได้หลายเล่ม พอคิดได้อย่างนี้ก็เลยสรุปว่า เอาล่ะวะ ปี ๒๕๕๘ นี่จะตั้งใจอ่านหนังสือเป็นจริงเป็นจัง ผมตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะอ่านให้ได้เฉลี่ยเดือนละเล่ม ๑๒ เดือนก็ ๑๒ เล่ม ฟังแล้วดูเหมือนน้อยเนอะ แต่ต้องเผื่อเอาไว้หน่อย เพราะจะอ่านทั้งที่เป็นนิยายและ non-fiction แล้วบางเล่มก็เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งวัดจากระดับความชำนาญด้านภาษาของตัวเองแล้วคงใช้เวลาพอสมควร ก็เอามาเฉลี่ยกับเล่มที่เป็นภาษาไทย กะคร่าวๆ ว่าเดือนละเล่มนี่น่าจะเอาอยู่ (พอพิมพ์ "เอาอยู่" แล้วหน้าคนบางคนลอยมาเลยทีเดียว) ประเดิมเดือนแรกของปีด้วย Gone Girl นิยายขายดีติดอันดับ ๑ ของ New York Times เอามาสร้างเป็นหนังก็ทำรายได้ถล่มทลาย แถมด้วยเสียงวิจารณ์ด้านบวก ก่อนจะอ่านพยายามไม่รับรู้เรื่องราวจากใครทั้งสิ้น เดี๋ยวจะสปอยล์ซะก่อน ผลจากการอ่านเก็บไปเรื่อยๆ วันละสิบยี่สิบหน้า ช่วงเสาร์-อาทิตย์ว่างๆ ก็อ่านยาวไป สำเร็จตามเป้านะ ๕๕๕ หน้า จบได้ภายในเดือนนึงพอดี (จำนวนหน้านี่ไม่ได้มุข เท่านี้จริงๆ) เดือนกุมภาฯ... Continue Reading →

หนังสือที่ซื้อครั้งสุดท้ายของปี ๒๕๕๗

ที่เห็นในรูปข้างบนคือหนังสือที่ผมซื้อเป็นครั้งสุดท้ายของปี ๒๕๕๗ (ซื้อในวันอังคารที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗) ดูเผินๆ เหมือนเก็บกด เหมือนมันอั้นมานาน ซึ่งสืบเนื่องมาจากที่ทำงานปัจจุบันไม่ได้อยู่ใกล้กับร้าน Kinokuniya เอาเสียเลย (Kinokuniya เป็นร้านหนังสือที่ถูกจริตผมมากที่สุดในเวลานี้ อ่านได้จากโพสต์นี้ครับ) แม้จะมีโอกาสได้แวะร้านหนังสือภาษาอังกฤษเจ้าอื่นบ้าง แต่ความรู้สึกก็ไม่เหมือนกัน ช่วงปลายปีก็เลยจัดเวลาให้หนึ่งวันสำหรับไปเดินดูหนังสือที่นี่ให้เต็มที่ พร้อมกับลิสต์รายการไปคร่าวๆ ว่ามีเล่มไหนบ้างที่อยากได้ ส่วนนอกจากนี้ไปว่ากันหน้างาน อยู่ที่ Kinokuniya ตั้งแต่ ๑๑ โมงถึง ๕ โมงเย็น นั่งละเลียดเลือกเข้าเลือกออก รักพี่เสียดายน้อง เล่มไหนคัดออกก็จดใส่รายการเอาไว้สำหรับรอบหน้า สรุปเก็บกลับมาได้ ๑๑ เล่ม อย่างที่เห็น ประกอบด้วย (ผมใส่ลิงค์ไว้ด้วย เผื่อใครสนใจเล่มไหนจะได้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะครับ) The Creative Habit: Learn It and Use It for Life The Sketchnote Handbook: The Illustrated Guide to... Continue Reading →

แนะนำหนังสือ : Digital Transformation พลิกโอกาสธุรกิจด้วยดิจิทัล

เพื่อให้เข้ากับนโยบายของรัฐบาลที่กำลังจะตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผมขอแนะนำหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องการนำดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ในด้านธุรกิจครับ หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณอุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล (หรือคุณพอลลี่) ซึ่งเป็นตัวจริงเสียงจริงคนหนึ่งในแวดวงดิจิทัลบ้านเรา (ปกติผมจะใช้ ดิจิตอล แต่ครั้งนี้เปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับคำที่คุณพอลลี่ใช้และเป็นไปตามที่ราชบัณฑิตท่านกำหนดนะครับ) คุณพอลลี่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Thomas Idea ที่อยู่มาตั้งแต่เมื่อครั้งดอทคอมบูมในยุคแรก ในยุคนั้น Thomas Idea ดังมากในเรื่องการออกแบบและทำเว็บไซต์ให้กับลูกค้าและหลังจากที่ฟองสบู่ดอทคอมแตกกระจาย หลายบริษัทล้มหายตายจากไป บริษัทนี้ก็ยังอยู่และเติบโตขยายกิจการมาทำด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ผมรู้จักกับคุณพอลลี่ครั้งแรกในฐานะนักข่าวกับแหล่งข่าว ต่อมาเมื่อจะเพิ่มคอลัมน์ด้านธุรกิจไอทีและออนไลน์ในนิตยสารธุรกิจรายเดือนที่ผมรับหน้าที่บรรณาธิการอยู่ก็นึกถึงคุณพอลลี่เป็นคนแรกซึ่งคุณพอลลี่ก็ตอบรับด้วยดี (แม้ไม่ได้ค่าเรื่อง) และคุณพอลลี่ในฐานะคอลัมนิสต์ได้สร้างความประทับใจให้ผมหลายประการด้วยกัน ประการแรก คุณพอลลี่ไม่เคยเบี้ยว ไม่ว่างานจะยุ่งหรือมีธุระต้องไปเมืองนอกก็ไม่เคยขาดส่งต้นฉบับ ประการต่อมา จากการอ่านต้นฉบับทุกเดือน ผมสัมผัสได้เลยว่าคุณพอลลี่ใส่ใจกับการเขียนคอลัมน์มาก (แม้ไม่ได้ค่าเรื่อง - ย้ำอีกครั้ง) เนื้อหาที่หยิบมาเขียนในแต่ละเดือนจะเป็นเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจในช่วงนั้นเสมอ แถมด้วยข้อมูล สถิติและตัวเลขจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและอ้างอิงได้ ประการสุดท้าย คุณพอลลี่ให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมาก เพราะบางครั้งคุณพอลลี่ ต้องใช้ภาพประกอบในคอลัมน์ที่เขียน ก็จัดแจงซื้อภาพจาก stock photo จนเรียบร้อยก่อนจะส่งมาให้ทีมงานผมจัดอาร์ตเวิร์ค ขอบอกว่าที่เล่ามาในพารากราฟข้างบนมีอยู่ครบในหนังสือเล่มนี้ เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้จะว่าไปแล้วน่าจะเหมาะกับเจ้าของกิจการและผู้บริหาร ไปจนถึงผู้ที่สนใจอยากได้ไอเดียที่จะนำดิจิทัลไปใช้กับธุรกิจของตัวเอง อ่านแล้วเข้าใจและเห็นภาพรวมกว้างๆ ก่อน แล้วค่อยนำไปประยุกต์ใช้หรือต่อยอดกันอีกที โดยคุณพอลลี่ได้เล่าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ธุรกิจต่างๆ สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยให้เข้าถึงลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคในยุคนี้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น mobile payment... Continue Reading →

แนะนำหนังสือ : กาหลมหรทึก

หนังสือเล่มที่แล้วว่าชื่อแปลกแล้ว เล่มนี้แปลกกว่าอีก ถึงขนาดเล่นเอาไม่แน่ใจว่าออกเสียงยังไงกันเลยนะ บอกตามตรงว่าเห็นครั้งแรกก็ไม่ได้สนใจ ถึงจะพะหน้าปกว่าได้รางวัลนวนิยายยอดเยี่ยมรางวัลนายอินทร์อะวอร์ดมาก็เถอะ แต่มาสะดุดตรงความเห็นของคุณมณฑารัตน์ ทรงเผ่า ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคัดสรร เธอบอกว่า "ทึ่งกับโครงเรื่อง ทึ่งกับชั้นเชิงการเล่า กระทั่งตอนจบที่คิดว่าเรื่องคงจบตรงที่คิด ผู้เขียนกลับหักมุมให้จบได้ลึกลงไปอีก ท้าทายขอบเขตจินตนาการของคน เป็นกลซ้อนกลที่เกินกว่าการคาดเดา" นี่ระดับผู้แปลนิยายสืบสวนสอบสวนมาแล้วไม่รู้กี่เล่มต่อกี่เล่มยังว่าไว้ขนาดนี้ ก็เลยลองดู บอกได้เลยว่า ไม่ผิดหวังนะครับ แล้วก็ทึ่งกับโครงเรื่องที่ผู้เขียนวางไว้ แถมด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่มีการปูทั้งเรื่องจริงเรื่องหลอก มีหยอดเกร็ดประวัติศาสตร์ไว้เป็นระยะ แต่ที่ผมชอบมากที่สุดคือ ฉากไคลแมกซ์ตอนเฉลยตัวจอมบงการนี่แหละ นิยายแนวนี้หลายเล่มปูเรื่องมาดีหมดแต่ดันมาตายเอาตอนเฉลยผู้ร้าย แต่เล่มนี้ไม่เป็นอย่างนั้นครับ อย่างที่คุณมณฑารัตน์ว่าเอาไว้นั่นแหละ ผู้เขียนสามารถหักมุมให้จบลึกลงไปได้อีก แนะนำครับ หมายเหตุ : ความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่า ที่โปรยหราเอาไว้บนปกว่าผู้เขียนอาจจะเทียบได้เป็น "แดน บราวน์ แห่งสยามประเทศ" นี่ สำหรับผมแทนที่จะชวนให้หยิบกลับได้ผลตรงกันข้ามนะครับ ที่ผมหยิบอ่านเล่มนี้เพราะความเห็นของคุณมณฑารัตน์โดยแท้   กาหลมหรทึก ผู้เขียน : ปราปต์ ราคา : ๑๗๕ บาท

แนะนำหนังสือ : คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย

ก่อนจะอ่านรายละเอียดด้านล่าง ผมสรุปให้ก่อนเลยว่า หนังสือเล่มนี้น่าอ่านเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับคนที่ต้องการแรงบันดาลใจ หรือคนที่มีความฝันอยากจะทำอะไร แต่คิดว่า "ยังไม่พร้อม" จบ... อ่านมาถึงตรงนี้ใครที่มีเวลาน้อย ไปทำอย่างอื่นได้เลย แต่ถ้าว่างขอเชิญอ่านต่อนะครับ ผมได้ยินชื่อ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นผมไปงาน Digital Matters ที่จัดโดยทีมงาน thumbup ธีมของงานในวันนั้นคือ Content Marketing และคุณรวิศ มาในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตผงหอมศรีจันทร์ ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่นานได้สร้างความฮือฮาด้วยแคมเปญการตลาดออนไลน์ที่จับเอาแม่นางศรีจันทร์ ออกพญาหงส์ทอง และแม่บ้านมีหนวด มาสร้างสตอรีให้ออกพญาหงส์ทองมาจีบแม่นางศรีจันทร์ โดยที่แม่บ้านมีหนวดเป็นตัวอิจฉา แล้วนำเสนอเรื่องราวและภาพผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คของทั้งสามเจ้า วันนั้น คุณรวิศมาเล่าถึงที่มาที่ไปและวิธีคิดของแคมเปญนี้ รวมทั้งผลที่ได้ ซึ่งน่าสนใจมาก ผมกลับจากงานวันนั้นจำชื่อ คุณรวิศ ไม่ได้นะครับ จำได้แค่ "เจ้าของผงหอมศรีจันทร์" หลังจากนั้นอีกหลายเดือน บริษัทที่ผมทำงานอยู่จะจัดอบรมด้านการตลาด เตรียมจะเชิญวิทยากรมาบรรยาย บอกมาว่าเป็นคนเขียนหนังสือการตลาดขายดีชื่อ Marketing Everything! ซึ่งวันนั้นบอกตรงๆ ว่า ผมฟังแล้วก็เฉยๆ แต่แล้วทางแผนกที่จัดเกิดแจ้งมาให้ผมคิดหัวข้อที่อยากฟังให้วิทยากรหน่อย แกจะได้เตรียมตัวมาถูก... Continue Reading →

๒๐ หนังสือในดวงใจของผู้ใช้ Facebook

ช่วง ๒ - ๓ สัปดาห์ก่อนในกลุ่มผู้ใช้ Facebook มีกิจกรรมอีกอย่างที่ฮิตกัน นั่นคือ การแชร์รายชื่อหนังสือ ๑๐ เล่มในดวงใจ แล้วแท็กต่อๆ กันไป เข้าใจว่าคงมีคนเล่นเยอะพอสมควรจนถึงขนาดที่ทีม Facebook Data Science เก็บรวบรวมข้อมูลแล้วเอามาเปิดเผยกัน โดยบอกว่าข้อมูลนี้สุ่มเก็บมาจากตัวอย่าง “หลักแสน” คน (ไม่ได้บอกว่ากี่แสน) และกลุ่มตัวอย่างนี้อยู่ในอเมริกา ๖๓% ในอินเดีย ๙.๓% ในสหราชอาณาจักร ๖.๓% ที่เหลือก็ที่อื่นๆ นะ และอายุเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างนี้อยู่ที่ ๓๗ ปี เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในสัดส่วนเกินกว่า ๓ ต่อ ๑ ได้ผลมาตามนี้ (มีหนังสือในดวงใจของใครหลายคนอยู่เหมือนกัน) ๑. ชุด The Harry Potter, J.K. Rowling (๒๑.๐๘%) ๒. To Kill a Mockingbird, Harper Lee (๑๔.๔๘%)... Continue Reading →

Blog at WordPress.com.

Up ↑