ไม่เข้าใจ SCB

วันนี้มีเรื่องที่ไม่เข้าใจ แล้วก็หาคนอธิบายให้เข้าใจไม่ได้ด้วย เลยมาลองเล่าตรงนี้ละกัน เผื่อมีคนอธิบายให้เข้าใจได้

เช้านี้เข้าแอป SCB Easy เพื่อจะไปเปลี่ยนวงเงินการทำรายการในบัญชี ด้วยความตั้งใจที่จะลดความเสี่ยง หากเกิดความผิดพลาดไม่ว่าจะโดยระบบของแบงก์หรือ user error ผู้ใช้เอ๋อ ๆ (ซึ่งก็คือพี่นี่แหละ)

พอทำการลดวงเงินที่จะโอนออกจากบัญชีเรียบร้อย (ระบบแม่งตั้งไว้สิบล้าน บ้านมึงเถอะ ถ้ากุมีขนาดนั้นกุไปนอนเล่นไข่หมาอยู่บ้านแล้วมั้ย) พบว่ามีสามรายการที่ทำผ่านแอปไม่ได้ คือ การชำระบิล การเติมเงิน และวงเงินบัตรเติมเงิน ก็เลยโทรเข้า call center ด้วยความมั่นใจว่า ทาง call center ต้องทำให้ได้

หลังจากเล่าความต้องการให้น้อง call center ฟังแล้ว น้องพักสายไปครู่นึง เข้าใจว่าไปถามคนอื่น แล้วกลับมาบอก ซึ่งเป็นความประหลาดใจข้อแรกคือ call center ทำให้ไม่ได้ว่ะ

เอาน่า ไม่เป็นไร อาจจะเป็นระบบความปลอดภัยของแบงก์ อยากให้ผู้ใช้ไปยืนยันตัวตนงี้ งั้นพี่ไปทำที่สาขาธนาคารก็ได้ ก็มาเป็นความประหลาดใจข้อสอง คือ ที่สาขาก็ทำไม่ได้เว้ยยยยยย!!

น้อง call center บอกว่า สามรายการนี้ถูกตั้งค่ามาจากระบบ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ต้องแจ้งไปที่ฝ่าย IT อย่างเดียว

เดี๋ยวนะ มึงตั้งค่าในระบบให้ทำรายการชำระบิลได้สองล้านบาท เติมเงินได้ห้าแสนบาท แล้วก็มีวงเงินบัตรเติมเงิน (ซึ่งคืออะไรก็ไม่รู้) อีกห้าแสนบาท แต่ไม่ให้เจ้าของบัญชีเปลี่ยนวงเงินได้เนี่ยนะ

แล้วถ้าเกิดปัญหาโดนแฮกจะด้วยจากทางแบงก์เองหรือจากทางผู้ใช้ทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีแต่ประสงค์ทรัพย์มาทำการจ่ายบิลหรือเติมเงินอะไร ทำให้เงินไหลออกจากบัญชีไปได้ จะต้องทำยังไงฟระ

น้อง call center ก็ดีมาก บอกว่า เดี๋ยวจะแจ้งความต้องการของลูกค้าไปที่ฝ่ายไอที เมื่อได้คำตอบแล้วจะติดต่อกลับ

ถามไปว่าใช้เวลานานแค่ไหน น้องบอกปกติจะภายใน ๒๔ ชั่วโมง โอเค ได้เลย พี่จะรอ

ไม่เกินครึ่งชั่วโมงน้องโทรมา อันนี้ดี พี่ต้องชม แต่ข้อความที่น้องบอกทำให้ประหลาดใจครั้งที่สาม ฝ่ายไอทีบอกว่าเปลี่ยนวงเงินให้ไม่ได้ เพราะเป็นการตั้งค่าทั้งระบบ หมายความว่าถ้าเปลี่ยนให้พี่คนเดียว จะส่งผลกับลูกค้า SCB ทั้งหมด

เยสเข้!!!!!!!

กุว่าไม่ปกติล่ะ

น้องยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่าทำให้ไม่ได้จริง ๆ ฝ่ายไอทีแจ้งมาแบบนั้น เราก็เข้าใจคนหน้างานก็ไม่ได้ว่าอะไรน้อง แต่ขอฝากคอมเมนต์เข้าระบบไปหน่อย เผื่อว่าจะผ่านตาใครที่มีอำนาจตัดสินใจได้อ่านแล้วจะแก้ไขหรือมีคำตอบที่ช่วยให้พี่เข้าใจได้นะ

แล้วก็มาโพสต์ที่นี่อีกทางเผื่อจะได้คำตอบนะฮะ… เลิฟ เลิฟ

SCB Easy app
สามรายการที่ว่าครับ

ประสบการณ์มนุษย์เงินเดือนฝ่าวิกฤติต้มยำกุ้ง

เผื่อจะเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้า แต่หวังว่าจะไม่มีใครต้องเจอนะฮะ

๑. ตั้งสติให้มั่น เตือนใจตัวเองไว้ว่า นี่เป็นช่วงเวลาไม่ปกติ มันจะ (โคตร) เหนื่อยกายเหนื่อยใจ แต่สุดท้ายมันจะผ่านไป อย่าท้อ เสียอะไรเสียไป ใจอย่าเสีย

๒. ทำรายการรายรับ-รายจ่ายให้พร้อม ยึดหลักการ ลด – ละ – เลิก อย่างน้อยซักสาม scenario

– ถูกตัดเงินเดือน ๑๐% จะลดอะไร จะเลิกอะไร

– ถูกตัดเงินเดือน ๓๐% รายการไหนที่จะโดน ฝืนใจแค่ไหนก็ต้องตัด

– ถูกเลิกจ้าง ลืมไลฟ์สไตล์เดิม ๆ ไปได้เลย นี่แม่งต้องเข้าโหมด survive แล้ว ต้องอยู่ให้ได้ด้วยค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เพื่อประคองตัวไปให้นานที่สุด ก่อนจะได้งานใหม่

รายการ ลด – ละ – เลิก พวกนี้ของใครของมันนะครับ อยู่ที่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน อันนี้ต้องประเมินตัวเอง ถามว่า ทำไมต้องคิดตั้งแต่ตอนนี้? ก็เพราะตอนนี้ยังมีสติและยังมีเวลาให้เตรียมการล่วงหน้าได้ ถ้าไปคิดตอนนั้นอาจจะกำลังเมาหมัดอยู่ คงไม่ค่อยดีนัก

๓. ในยามวิกฤติคนที่มีสภาพคล่อง (หรือเงินสด) จะได้เปรียบและยืนระยะได้นานกว่า (ซึ่งจะนำไปสู่ข้อถัดไป)

๔. แปลงสินทรัพย์เป็นทุน ของสะสมส่วนตัวหรือสมบัติบ้าห้าร้อยจำพวก กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา อะไรที่คิดว่าไม่จำเป็น ตอนนั้นลืมตัวกดสั่งซื้อหรือรูดบัตรมา แต่ไม่ได้ใช้ ใช้ไม่คุ้ม ไม่ต้องมีก็ได้ เอามาขายแปลงเป็นเงินสดซะ อย่าเสียดาย เพราะถ้าวิกฤติมาจริงถึงตอนนั้นทุกคนจะระดมเอาออกมาขาย ราคาจะตกฮวบ กลายเป็นโอกาสช้อนซื้อของคนที่มีสภาพคล่อง (และไม่เดือดร้อน)

๕. หา value ตัวเองให้เจอแล้วแปลงเป็นรายได้ ลองหาดูว่าตัวเองมี skill อะไรที่พอจะเอามาสร้างรายได้ได้บ้าง พยายามขุดให้เจอ ทำกับข้าว ทำขนม ถ่ายรูป วาดรูป อะไรซักอย่างที่วันข้างหน้าอาจช่วยชีวิตเราได้

๖. สมัครบัตรเครดิตเก็บไว้ แต่อย่าเพิ่งใช้นะ เอาไว้ยามจำเป็นจริง ๆ จะช่วยเรื่องสภาพคล่องของเราได้ ส่วนตัวตอนต้มยำกุ้งนี่ได้บัตรกสิกรไทย ช่วยหมุนเงินรูดเติมน้ำมัน ซื้อของซูเปอร์ฯ ได้

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน ด้วยรักจากใจหนุ่มใหญ่วัยเกรียนย่านบางบัวทองฮะ…

อย่าคิดว่าจะชนะเจ้ามือแชร์ลูกโซ่

Image Source – http://www.pulse.ng/gist/ponzi-scheme-twinkas-makes-wave-among-nigerians-as-mmm-fades-away-id6322118.html

เรื่องแชร์ลูกโซ่ (ในภาพรวมนะ ไม่ได้เจาะจงถึงเคสไหน) เอาจริง ๆ จะมีผู้เสียหายที่เป็นผู้เสียหายจริง ๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เข้ามาเพราะอยากได้ผลตอบแทนเกินจริง นี่เป็นกลุ่มนึง

และจะมีอีกกลุ่มนึง กลุ่มนี้รู้แหละว่าไอ้เนี่ยเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่เชื่อว่าตัวเองจะ beat the system ได้ เชื่อว่าตัวเองสามารถเข้าเร็วออกเร็ว ทำกำไรได้ก่อนที่เจ้าจะหนี (เจ้า ในที่นี้คือ เจ้ามือ นะฮะ เข้าใจเนอะ)

เปรียบเหมือนคนเล่นหุ้นปั่น รู้ว่าตัวนี้เจ้ากำลังปั่น แต่คิดว่าตัวเองเร็วพอ เข้าเร็วออกเร็ว ออกได้ก่อนที่เจ้าจะเท

ซึ่งสุดท้ายก็รอดบ้างมอดไหม้ไปบ้างนะครับ

If it’s too good to be true then it probably is! ดำรงชีวิตอย่างมีสติและระมัดระวัง ด้วยรักจากใจหนุ่มใหญ่วัยเกรียนย่านบางบัวทองนะฮะ… 😊

เล่าเรื่องแบงก์ออมสิน

เมื่อวาน (วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่สองของเดือน) ไปทำธุรกรรมที่ธนาคารในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ไล่เรียงไปตั้งแต่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทหารไทย และออมสิน ความที่ไม่ได้เข้าแบงก์มานานประมาณนึงสังเกตเห็นความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ คือ ที่ธ.อ.ส.กับทหารไทย ไม่มีลูกค้ารอคิวอยู่เลย พอเข้าไปกดบัตรคิวระบบก็เรียกเข้าไปทำธุรกรรมได้เลย

ส่วนที่ออมสินต่างออกไป เดินเข้าไปก็เห็นว่ามีคนนั่งรอคิวอยู่เกินสิบคน พอกดบัตรคิวตัวเลขบอกว่า มีคิวก่อนหน้าอยู่ ๑๕ คิว โดยที่เป็นคิวของการเปิดบัญชีใหม่อย่างเดียว ไม่นับการฝาก-ถอนที่ใช้คิวอีกชุดนึง

ระหว่างที่รอก็เดินไปเดินมาอยู่หน้าแบงก์ทำให้เห็นว่าแบงก์ออมสินมีนวัตกรรมที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน (ใครเคยเห็นแล้วไม่ว่ากันนะ) คือ เครื่องเปิดบัญชีใหม่ เห็นมีปุ่มเปิดบัญชีใหม่ให้กดก็เลยลองกดดู เซอร์ไพรส์มาก แม่งคอนเน็กไปหาเจ้าหน้าที่โผล่เป็นตัวเป็น ๆ ขึ้นมาบนหน้าจอ แล้วคุยโต้ตอบกับเราได้เว้ย เหมือนวิดีโอคอลคุยกัน

นี่นึกในใจว่า เสร็จกู จะมานั่งรอทำไมให้เมื่อย ใช้เครื่องนี้เลยสิวะ ปรากฎว่า แห้ว ใช้ไม่ได้ เพราะบริการนี้ต้องใช้เปิดบัญชีแล้วฝากเงินสด แต่เมื่อวานไปฝากแคชเชียร์เช็คก็เลยใช้ไม่ได้ เข้าไปนั่งรอเคาน์เตอร์เรียกตามเดิม รวมเบ็ดเสร็จกว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่า ไม่รู้ว่าที่นานนี่เพราะคนนิยมมาใช้บริการแบงก์ออมสินมากกว่าแบงก์อื่น หรือระบบมันหลายขั้นตอนทำให้ใช้เวลานาน

จะว่าไปตั้งแต่ที่ได้ผู้อำนวยการคนใหม่ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงมาจากแบงก์เขียว แบงก์ออมสินทันสมัยขึ้นมาก มีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก บริการกดเงินโดยไม่ใช้บัตรก็มี แอปทางมือถือก็มี เวนเจอร์แคปก็มี บริการใหม่ ๆ พวกนี้ต้องชมเลย และไหน ๆ ก็พัฒนาเครื่องเปิดบัญชีใหม่ขึ้นมาแล้วอยากให้มีพนักงานมายืนโปรโมตกระตุ้นลูกค้าให้ไปลองใช้บริการดู เผื่อจะช่วยลดปริมาณลูกค้าที่เคาน์เตอร์ไปได้อีกทางนึงนะครับ

ตลาดหุ้นไทยเจอ AI หรือ Flash Boys?

เมื่อเช้ามีคนส่งรูปนี้เข้ามาในกรุ๊ปไลน์ เห็นพาดหัวข่าวลีดแล้วนึกถึงสองเรื่องนะฮะ

เรื่องแรก นึกถึงหนังสือ flash boys ของคุณพี่ michael lewis หนึ่งในนักเขียนเรื่องไฟแนนซ์ที่ดีที่สุดในโลก (อันนี้ไม่มีใครตั้ง ผมตั้งเอง)

ที่นึกถึงหนังสือเล่มนี้เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันช่างใกล้เคียงกับสิ่งที่พี่ lewis เล่าไว้ในหนังสือมาก ๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องของ AI แต่เป็นเรื่องอื่น ซึ่งเป็นการเอาเปรียบนักลงทุน

สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ลองอ่านรีวิวสั้น ๆ ดูก่อนได้ที่นี่ครับ

https://buak.net/2016/02/27/review-flash-boys-michael-lewis/

(ขายของเก่ากันหน้าด้าน ๆ หยั่งงี้แหละ 😂)

เรื่องที่สองที่นึกถึงคือ เมื่อสองสามปีก่อนตอนทำหนังสือให้ผู้หลักผู้ใหญ่คนนึง แกอ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน ที่สำคัญ แกบอกว่า แกเห็นเหตุการณ์คล้าย ๆ กับในหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยด้วย

ตอนนั้นด้วยความอยากให้ชัวร์ ถามแกไปว่า รู้ได้ไง? แกตอบว่า ก็ตอนแกเคาะแป้นกดคำสั่งซื้อ/ขาย ออเดอร์อีกฝั่งมันหายไปเฉย ๆ ต่อหน้าต่อตาเลย (แกเป็นรายใหญ่ประมาณนึงนะฮะ)

ด้วยความอยากรู้อีก ถามแกว่า คิดว่าโบรกไหนที่ใช้ระบบนี้?

แกให้ชื่อมาโบรกนึง…

ย้ายกองทุน LTF ข้ามบลจ.

เมื่อวานไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่เคยทำมาก่อนคือ การเปลี่ยนกองทุน LTF ข้ามบลจ. (ด้วยเหตุว่ากองนี้มัน performance ไม่ดีเอาเลย ไปรวมอยู่กับกองแรกที่เคยซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อนดีกว่า)

ธุรกรรมนี้ตัวเองไม่เคยทำนี่ไม่แปลก เพราะใครมันจะไปย้ายกองทุนเล่นกันบ่อย ๆ แต่ปรากฏว่าน้องพนักงานที่แบงก์ก็ไม่เคยทำด้วยนี่สิ เป็นทั้งขาย้ายออกและขารับเข้าเลย

ขนาดหาข้อมูลไปล่วงหน้า เตรียมตัวไปก่อนแล้วว่า ไปที่ขาย้ายออกก่อนนะ แจ้งความต้องการไป ได้แบบฟอร์มมา กรอกให้เรียบร้อย เอาไปยื่นที่ฝั่งรับเข้า ให้เขาทำรายการ แล้วเอาเอกสารกลับมาส่งคืนที่ฝั่งย้ายออก

ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรเลย ง่าย ๆ เลยใช่มะ

ตัดภาพมาของจริง พนักงานที่ฝั่งย้ายออกทำไม่เป็น ต้องโทรถามศูนย์ตลอดทุกสเต็ป กระทั่งว่าพนักงานจะต้องเซ็นชื่อตรงช่องไหนยังต้องถาม

ได้เอกสารมา ไปฝั่งรับเข้าบ้าง ไม่น้อยหน้ากัน ต้องโทรถามศูนย์ทุกขั้นตอนเหมือนกัน สุดท้ายเสร็จแล้วเดินเอาเอกสารไปส่งที่ฝั่งย้ายออกแล้ว พนักงานฝั่งรับเข้ายังมีโทรมาตามให้ไปประเมินความเสี่ยงใหม่ เพราะของเดิมหมดอายุแล้ว

บอกตรง ๆ นี่ไม่มั่นใจเลยว่ากองทุนมูลค่าไม่กี่สิบบาทของพี่จะย้ายได้สำเร็จมั้ย จะถูกตามไปกรอกเอกสารหรือแก้ไขอะไรอีกหรือเปล่า

อ้อ ที่เล่ามานี่แม่พดด้วงเป็นคนจัดการนะ พี่แค่ไปเซ็นชื่อ บอกแล้วว่าเรื่องเงินนี่เราดูแค่นโยบาย ดูภาพรวม เรื่องรายละเอียด เรื่องหยุมหยิมให้เขาจัดการไป ทุกวันนี้ในกองทุนมีอยู่กี่บาทยังไม่รู้เลย เรื่องเล็กน้อยแบบนี้เราอย่าไปเสียเวลา โอเคนะ…

วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว

houseชีวิตคนทำงานพอทำงานมาได้สักพัก เริ่มเก็บเงิน มีครอบครัว (บางคนก็ยังโสดนะ) ก็มองหาที่อยู่ของตัวเอง ซึ่งถ้าไม่มีเงินถุงเงินถังมาก่อน แทบจะร้อยละร้อยจะต้องกู้แบงก์ทั้งนั้น

หลังจากผ่านช่วงแห่งความปิติยินดีที่กู้แบงก์ผ่าน และได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านแสนสุขพร้อมกับหนี้ก้อนโตในชีวิตแล้ว ทีนี้แหละความจริงอันเจ็บปวดก็เริ่มตามมา เมื่อพบว่ารายได้ในแต่ละเดือนจะถูกตัดก้อนใหญ่ออกมาจ่ายเป็นค่างวดบ้าน ซึ่งบางทีมันมากกว่าค่ากินค่าอยู่ของเราซะอีก

หลายคนคงจะเคยนั่งมองยอดผ่อนบ้านแล้วนึกเคลิ้มไปว่า ถ้าไม่ต้องจ่ายค่าบ้านแล้วนะ เราจะมีเงินไปทำอะไรได้อีกเยอะ จะไปเที่ยวญี่ปุ่นแม่มทุกปีก็ได้ จะออกรถใหม่มาแทนคันเก่าที่เดี๋ยวซ่อมเดี๋ยวซ่อมก็ได้ จะกินอาหารนอกบ้านร้านใหม่ร้านไหนเขาว่าดีมิชลินกี่ดาวทุกวันหยุดแม่มยังได้ คิดไปคิดมากำลังเคลิ้มได้ที่แต่พอมานึกถึงระยะเวลาผ่อนที่เหลืออยู่ บางคนกู้ ๑๕ ปี ก็หมดเร็วหน่อย บางคน ๒๐ ปี หลายคนจัดเต็ม ๓๐ ปี ถ้าตอนนี้อายุ ๓๐ กว่าจะผ่อนหมด ๖๐ เกษียณพอดี ชิ_หาย จะผ่อนหมดมั้ยหรือต้องส่งให้ลูกมันผ่อนต่อ อย่ากระนั้นเลย เรามาหาวิธีผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็วกันดีกว่า

หมายเหตุ บอกไว้ก่อนว่า ๑. วิธีที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเพียงแค่วิธีเดียวในหลาย ๆ วิธี แล้วแต่ว่าใครจะเลือกใช้วิธีไหน หรือจะปรับยังไงให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองก็ได้
๒. วิธีที่จะเล่าต่อไปนี้ใช้ได้จริง เพราะใช้กับตัวเองมาแล้ว ไม่ได้มาเล่าให้ดูหล่อ ๆ สวย ๆ แต่ทำจริงไม่ได้
๓. วิธีที่จะเล่านี้เป็นหลักการ ไม่มีตารางเอ็กเซล ไม่มีสูตรคำนวณเป๊ะ เป๊ะ และไม่ต้องถามมา เพราะตอบไม่ได้ ทำไม่ได้เหมือนกัน พี่เป็นพวกมวยวัด โอเคนะ

เอาล่ะ อยากผ่อนบ้านหมดเร็วต้องทำไงบ้าง?

ประการแรก ต้องตั้งใจจริง

เดี๋ยว เดี๋ยว อย่าเพิ่งด่า นี่พูดจริงเลย ข้อนี้สำคัญมาก มากถึงขนาดเอามาเป็นข้อแรก ทำไมถึงสำคัญ? ก็เพราะเรื่องผ่อนบ้านนี่มันใช้เวลาหลายปี ให้เร็วยังไงก็ยังหลายปี ถ้าไม่ตั้งใจจริงอาจจะล้มเลิก เกิดอาการ #ทิ้งไว้กลางทาง ซะเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นเตือนไว้ก่อนเลยว่า ต้องตั้งใจจริง

นึกถึงวันที่ชีวิตปลอดหนี้ debt free life เอาไว้นะ

ข้อถัดมา ดูว่าดอกเบี้ยที่แบงก์คิดเราอยู่ตอนนี้น่ะ มันเท่าไหร่?

หลายคนไม่ทันคิด นึกว่าส่วนต่างของดอกเบี้ยแค่สลึงนึง ห้าสิบตังค์จะเท่าไหร่กันเชียว อ๊ะ อ๊ะ เงินต้นล้านสองล้าน บางคนก็หลายล้าน ส่วนต่างสลึงนึงก็หลายตังค์อยู่นะ เพราะฉะนั้น อย่ากระไรเลย ลองเอาใบสลิปมาดูซิโดนดอกเบี้ยอยู่เท่าไหร่ แล้วลองดูของแบงก์อื่นซิ เขาคิดอยู่เท่าไหร่ ถ้าต่างกันเยอะก็ควรจะรีไฟแนนซ์ (แปลว่า เปลี่ยนเจ้าหนี้) เปลี่ยนแบงก์ซะ ไม่ต้องเกรงใจแบงก์ ไม่ต้องเกรงใจพนักงานแบงก์ ไม่ต้องมีลอยัลตี้ นี่มันเงินเรา เขาไม่เกี่ยว

นี่เล่าจากประสบการณ์ตรง ช่วงต้มยำกุ้งพี่ผ่อนบ้านอยู่กับธนาคารแห่งนึง ขณะที่ลูกหนี้คนอื่นเขาชักดาบกันโครม ๆ พี่นี่เป็นลูกหนี้ชั้นดี กัดฟันจ่ายเต็ม จ่ายตรงเวลา โดนดอกไป ๑๖% เงินงวดแต่ละเดือนหักดอกเบี้ยแล้วเหลือหักต้นแค่ไม่กี่ร้อย ปรากฎว่า แบงก์เรียกลูกหนี้ที่ชักดาบมาเจรจา บอกจะลดดอกเบี้ยให้ อ้าว เฮ้ย แล้วพี่ล่ะ ไม่มีเจรจา ไม่มีลดใด ๆ ทั้งสิ้น พี่ได้แต่กัดฟันกรอด ๆ พอถึงเวลาก็รีไฟแนนซ์สิจ๊ะ จะอยู่ทำป๊ะอะไร

(หมายเหตุ ๑. ปกติแบงก์จะทำสัญญามัดมือชกเอาไว้ ห้ามไม่ให้ลูกหนี้รีไฟแนนซ์ก่อนสามปี เพราะฉะนั้นลองดูในสัญญาเงินกู้ของเรานะฮะว่ามีระบุเอาไว้มั้ย ถ้ามีและยังไม่ถึงสามปีก็รอก่อน ไปทำข้ออื่นก่อน
๒. โดยทั่วไปแบงก์ที่เราจะรีไฟแนนซ์ไปมักจะคิดค่าธรรมเนียมโน่นนิดนี่หน่อย ให้ลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายดูว่าคุ้มกับดอกเบี้ยที่ลดลงมั้ย ถ้าไม่คุ้มก็รอไปรีไฟแนนซ์ตอนเขามีแคมเปญก็ได้นะฮะ)

ข้อที่สาม โปะสิจ๊ะ จะรออะไร

ข้อนี้เป็นข้อที่ทำยากที่สุด เพราะโดยทั่วไปแล้วถ้าเดือนไหนเรามีเงินเหลือเราก็จะนั่งคิดว่าจะเอาไปทำอะไรดีใช่มะ เชื่อเถอะร้อยละน้อยมากไม่มีใครคิดจะเอาเงินไปโปะหนี้บ้านหรอก มีแต่จะออกแอปเปิ้ลวอทช์รุ่นใหม่ หรือไปทริปดูเหมยขาบทางเหนือดีกว่า นี่แหละคือที่มาของข้อแรก ที่บอกว่าต้องตั้งใจจริง เพราะมันต้องอดทน อดกลั้นและอดออม ครบสูตร

ปกติแล้วแบงก์จะแจ้งยอดมาว่า ค่างวดที่เราต้องจ่ายน่ะเดือนละเท่าไหร่ เอามาซะดี ๆ งี้ ทีนี้ถ้าเราอยากให้หนี้หมดเร็วมันก็ง่าย ๆ จ่ายให้มากกว่าที่แบงก์บอก เช่น แบงก์บอกจ่ายเดือนละหมื่น เดือนไหนเรามีเงินเหลือก็โปะไปเลยหมื่นสองสวย ๆ (ส่วนเรื่องที่ว่าจะเอาที่ไหนมาโปะ เอาไว้ว่ากันคราวหน้านะ) ยอดสองพันที่เพิ่มไปมันก็จะไปหักยอดหนี้ให้หมดเร็วขึ้น อย่าดูถูกว่า แอร๊ยยยยยย เงินพันสองพันจะไปช่วยอะไรได้ เอาไปกินอาหารญี่ปุ่นแล้วถ่ายรูปอัปเฟซไอจีดีกว่า จากประสบการณ์พี่ เงินพันสองพันนี่แหละช่วยได้ ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ใช้เดือนชนเดือน จะเอาเงินหมื่นเงินแสนจากที่ไหนมาโปะ ถ้าเดือนละพันสองพัน สิบเดือนก็หมื่นสองหมื่นแล้วเห็นมะ ช่วงไหนโบนัสออก (สาธุ ขอให้ปีนี้มีโบนัสด้วยเถิดดดดดด) ก็จัดเต็มโปะทั้งก้อนไปเลย

ฟังอย่างนี้แล้วอยากจะกำเงินไปโปะเลยใช่มะ แต่เดี๋ยวก่อน!!! ลองเอาสัญญาเงินกู้มาดูนิดนึง ตอนกู้เคยดูกันมั่งมั้ยว่าแบงก์ใส่เงื่อนไขอะไรเข้ามาบ้าง อย่าคิดว่าแบงก์จะรักเรา ประโยคที่ว่า นายแบงก์ก็คือ คนที่เอาร่มให้เรายามแดดออก และเรียกเอาร่มคืนในยามฝนตกน่ะไม่ได้มากันง่าย ๆ เพราะบางแบงก์จะใส่เงื่อนไขว่า ถ้าหากเดือนไหนเราจะเอาเงินไปจ่ายค่างวดมากกว่าที่แบงก์กำหนด แบงก์ขอคิดค่าธรรมเนียมจากเงินส่วนที่เกินมาด้วย

เงื่อนไขนี้แปลว่าอะไร แปลว่า ถ้าแบงก์บอกให้เราจ่ายค่างวดเดือนละหมื่น เดือนไหนเราทะลึ่งไปจ่ายหมื่นสอง แบงก์ขอคิดค่าธรรมเนียมจากเงินสองพันที่เกินมาด้วย จะกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไปจ้า

อ่านแล้วถ้าคิดว่า เฮ้ย พี่พูดเป็นเล่น แบงก์ที่ไหนจะเขี้ยวขนาดนี้ พี่บอกเลยว่า มีจริง หลายปีก่อนตอนน้องสาวซื้อคอนโดฯ ไปใช้แบงก์ที่มีประวัติเรื่องนี้ ขนาดย้ำแล้วย้ำอีกว่าขอไม่ให้มีค่าธรรมเนียมส่วนนี้ ในสัญญายังใส่มาเลย พอทวงถามก็ทำมึน แต่พอยืนยันว่าไม่ยอม ถึงได้ทำใบแนบท้ายสัญญามาให้ เรื่องถึงได้จบ

เพราะฉะนั้นอยู่ว่าง ๆ ลองเอาสัญญาเงินกู้มานั่งดูบ้างก็ดีว่ามีอะไรอยู่ในนั้นมั่ง บางเรื่องที่เคยบอกพนักงานไป มันอาจยังมาโผล่ในสัญญาก็ได้นะ ทำเป็นเล่นไป

ถ้าเจอเงื่อนไขนี้ก็ลองไปคุยกับแบงก์ดูว่า ขอเอาเงื่อนไขนี้ออกได้มั้ย ถ้าแบงก์ไม่ยอมก็ดูว่า ผ่อนมาเกินสามปีรึยัง รีไฟแนนซ์เปลี่ยนแบงก์ได้มั้ย แล้วก็ทำใจได้มั้ยถ้าจะเอาเงินไปโปะแล้วต้องเสียค่าโง่ที่ว่า ถ้าทำใจไม่ได้ก็เอาเงินที่จะโปะน่ะไปฝากเก็บไว้ก่อน รอให้รีไฟแนนซ์แล้วค่อยโปะทีเดียว

ข้อที่สี่ อย่าตกหลุมพรางของแบงก์

เวลาเราจ่ายค่างวดอยู่เนี่ยเราก็มักจะคิดว่า ถ้าจ่ายแต่ละเดือนน้อยลงกว่านี้ก็จะดี ชีวิตจะได้ไม่กระเบียดกระเสียรขนาดนี้ใช่มะ แล้วบางทีเหมือนแบงก์จะรู้ใจว่าเราคิดอะไร จะเสนอมาให้ว่า เนื่องจากท่านเป็นลูกค้าชั้นดีของธนาคารเรา เราจึงยินดีมอบเงื่อนไขพิเศษสุดนี้ให้กับท่าน นั่นคือ เราจะลดเงินค่างวดที่ท่านจะจ่ายลง จากเดือนละหมื่นเหลือแปดพันกว่าอะไรก็ว่าไป

อา นี่มันฟ้าประทาน ไหนใครว่าแบงก์หน้าเลือด ดูสิ มีแต่สิ่งดี ๆ มาเสนอให้ ใช่มะ

อยากบอกว่า ถ้าไม่ลำบาก ไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ อย่าไปเอา จ่ายมันเต็มเท่าเดิมไปนั่นแหละ ถ้าเรารับเงื่อนไขนี้จะทำให้ระยะเวลาในการผ่อนยาวออกไปอีก แต่ถ้าเรายังจ่ายในยอดเดิมมันจะช่วยลดเวลาลงได้เป็นปีเลยนะเอ้อ

จบแล้ว ง่าย ๆ แค่สี่ข้อนี้ ถ้าทำได้ (นี่ทำมาแล้ว) รับรองว่า ยอดหนี้ลดฮวบ ๆ ผ่อนบ้านหมดเร็วแน่นอนฮะ…