ตลาดหุ้นไทยเจอ AI หรือ Flash Boys?

เมื่อเช้ามีคนส่งรูปนี้เข้ามาในกรุ๊ปไลน์ เห็นพาดหัวข่าวลีดแล้วนึกถึงสองเรื่องนะฮะ

เรื่องแรก นึกถึงหนังสือ flash boys ของคุณพี่ michael lewis หนึ่งในนักเขียนเรื่องไฟแนนซ์ที่ดีที่สุดในโลก (อันนี้ไม่มีใครตั้ง ผมตั้งเอง)

ที่นึกถึงหนังสือเล่มนี้เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันช่างใกล้เคียงกับสิ่งที่พี่ lewis เล่าไว้ในหนังสือมาก ๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องของ AI แต่เป็นเรื่องอื่น ซึ่งเป็นการเอาเปรียบนักลงทุน

สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ลองอ่านรีวิวสั้น ๆ ดูก่อนได้ที่นี่ครับ

https://buak.net/2016/02/27/review-flash-boys-michael-lewis/

(ขายของเก่ากันหน้าด้าน ๆ หยั่งงี้แหละ 😂)

เรื่องที่สองที่นึกถึงคือ เมื่อสองสามปีก่อนตอนทำหนังสือให้ผู้หลักผู้ใหญ่คนนึง แกอ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน ที่สำคัญ แกบอกว่า แกเห็นเหตุการณ์คล้าย ๆ กับในหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยด้วย

ตอนนั้นด้วยความอยากให้ชัวร์ ถามแกไปว่า รู้ได้ไง? แกตอบว่า ก็ตอนแกเคาะแป้นกดคำสั่งซื้อ/ขาย ออเดอร์อีกฝั่งมันหายไปเฉย ๆ ต่อหน้าต่อตาเลย (แกเป็นรายใหญ่ประมาณนึงนะฮะ)

ด้วยความอยากรู้อีก ถามแกว่า คิดว่าโบรกไหนที่ใช้ระบบนี้?

แกให้ชื่อมาโบรกนึง…

ย้ายกองทุน LTF ข้ามบลจ.

เมื่อวานไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่เคยทำมาก่อนคือ การเปลี่ยนกองทุน LTF ข้ามบลจ. (ด้วยเหตุว่ากองนี้มัน performance ไม่ดีเอาเลย ไปรวมอยู่กับกองแรกที่เคยซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อนดีกว่า)

ธุรกรรมนี้ตัวเองไม่เคยทำนี่ไม่แปลก เพราะใครมันจะไปย้ายกองทุนเล่นกันบ่อย ๆ แต่ปรากฏว่าน้องพนักงานที่แบงก์ก็ไม่เคยทำด้วยนี่สิ เป็นทั้งขาย้ายออกและขารับเข้าเลย

ขนาดหาข้อมูลไปล่วงหน้า เตรียมตัวไปก่อนแล้วว่า ไปที่ขาย้ายออกก่อนนะ แจ้งความต้องการไป ได้แบบฟอร์มมา กรอกให้เรียบร้อย เอาไปยื่นที่ฝั่งรับเข้า ให้เขาทำรายการ แล้วเอาเอกสารกลับมาส่งคืนที่ฝั่งย้ายออก

ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรเลย ง่าย ๆ เลยใช่มะ

ตัดภาพมาของจริง พนักงานที่ฝั่งย้ายออกทำไม่เป็น ต้องโทรถามศูนย์ตลอดทุกสเต็ป กระทั่งว่าพนักงานจะต้องเซ็นชื่อตรงช่องไหนยังต้องถาม

ได้เอกสารมา ไปฝั่งรับเข้าบ้าง ไม่น้อยหน้ากัน ต้องโทรถามศูนย์ทุกขั้นตอนเหมือนกัน สุดท้ายเสร็จแล้วเดินเอาเอกสารไปส่งที่ฝั่งย้ายออกแล้ว พนักงานฝั่งรับเข้ายังมีโทรมาตามให้ไปประเมินความเสี่ยงใหม่ เพราะของเดิมหมดอายุแล้ว

บอกตรง ๆ นี่ไม่มั่นใจเลยว่ากองทุนมูลค่าไม่กี่สิบบาทของพี่จะย้ายได้สำเร็จมั้ย จะถูกตามไปกรอกเอกสารหรือแก้ไขอะไรอีกหรือเปล่า

อ้อ ที่เล่ามานี่แม่พดด้วงเป็นคนจัดการนะ พี่แค่ไปเซ็นชื่อ บอกแล้วว่าเรื่องเงินนี่เราดูแค่นโยบาย ดูภาพรวม เรื่องรายละเอียด เรื่องหยุมหยิมให้เขาจัดการไป ทุกวันนี้ในกองทุนมีอยู่กี่บาทยังไม่รู้เลย เรื่องเล็กน้อยแบบนี้เราอย่าไปเสียเวลา โอเคนะ…

วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว

houseชีวิตคนทำงานพอทำงานมาได้สักพัก เริ่มเก็บเงิน มีครอบครัว (บางคนก็ยังโสดนะ) ก็มองหาที่อยู่ของตัวเอง ซึ่งถ้าไม่มีเงินถุงเงินถังมาก่อน แทบจะร้อยละร้อยจะต้องกู้แบงก์ทั้งนั้น

หลังจากผ่านช่วงแห่งความปิติยินดีที่กู้แบงก์ผ่าน และได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านแสนสุขพร้อมกับหนี้ก้อนโตในชีวิตแล้ว ทีนี้แหละความจริงอันเจ็บปวดก็เริ่มตามมา เมื่อพบว่ารายได้ในแต่ละเดือนจะถูกตัดก้อนใหญ่ออกมาจ่ายเป็นค่างวดบ้าน ซึ่งบางทีมันมากกว่าค่ากินค่าอยู่ของเราซะอีก

หลายคนคงจะเคยนั่งมองยอดผ่อนบ้านแล้วนึกเคลิ้มไปว่า ถ้าไม่ต้องจ่ายค่าบ้านแล้วนะ เราจะมีเงินไปทำอะไรได้อีกเยอะ จะไปเที่ยวญี่ปุ่นแม่มทุกปีก็ได้ จะออกรถใหม่มาแทนคันเก่าที่เดี๋ยวซ่อมเดี๋ยวซ่อมก็ได้ จะกินอาหารนอกบ้านร้านใหม่ร้านไหนเขาว่าดีมิชลินกี่ดาวทุกวันหยุดแม่มยังได้ คิดไปคิดมากำลังเคลิ้มได้ที่แต่พอมานึกถึงระยะเวลาผ่อนที่เหลืออยู่ บางคนกู้ ๑๕ ปี ก็หมดเร็วหน่อย บางคน ๒๐ ปี หลายคนจัดเต็ม ๓๐ ปี ถ้าตอนนี้อายุ ๓๐ กว่าจะผ่อนหมด ๖๐ เกษียณพอดี ชิ_หาย จะผ่อนหมดมั้ยหรือต้องส่งให้ลูกมันผ่อนต่อ อย่ากระนั้นเลย เรามาหาวิธีผ่อนบ้านยังไงให้หมดเร็วกันดีกว่า

หมายเหตุ บอกไว้ก่อนว่า ๑. วิธีที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเพียงแค่วิธีเดียวในหลาย ๆ วิธี แล้วแต่ว่าใครจะเลือกใช้วิธีไหน หรือจะปรับยังไงให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองก็ได้
๒. วิธีที่จะเล่าต่อไปนี้ใช้ได้จริง เพราะใช้กับตัวเองมาแล้ว ไม่ได้มาเล่าให้ดูหล่อ ๆ สวย ๆ แต่ทำจริงไม่ได้
๓. วิธีที่จะเล่านี้เป็นหลักการ ไม่มีตารางเอ็กเซล ไม่มีสูตรคำนวณเป๊ะ เป๊ะ และไม่ต้องถามมา เพราะตอบไม่ได้ ทำไม่ได้เหมือนกัน พี่เป็นพวกมวยวัด โอเคนะ

เอาล่ะ อยากผ่อนบ้านหมดเร็วต้องทำไงบ้าง?

ประการแรก ต้องตั้งใจจริง

เดี๋ยว เดี๋ยว อย่าเพิ่งด่า นี่พูดจริงเลย ข้อนี้สำคัญมาก มากถึงขนาดเอามาเป็นข้อแรก ทำไมถึงสำคัญ? ก็เพราะเรื่องผ่อนบ้านนี่มันใช้เวลาหลายปี ให้เร็วยังไงก็ยังหลายปี ถ้าไม่ตั้งใจจริงอาจจะล้มเลิก เกิดอาการ #ทิ้งไว้กลางทาง ซะเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นเตือนไว้ก่อนเลยว่า ต้องตั้งใจจริง

นึกถึงวันที่ชีวิตปลอดหนี้ debt free life เอาไว้นะ

ข้อถัดมา ดูว่าดอกเบี้ยที่แบงก์คิดเราอยู่ตอนนี้น่ะ มันเท่าไหร่?

หลายคนไม่ทันคิด นึกว่าส่วนต่างของดอกเบี้ยแค่สลึงนึง ห้าสิบตังค์จะเท่าไหร่กันเชียว อ๊ะ อ๊ะ เงินต้นล้านสองล้าน บางคนก็หลายล้าน ส่วนต่างสลึงนึงก็หลายตังค์อยู่นะ เพราะฉะนั้น อย่ากระไรเลย ลองเอาใบสลิปมาดูซิโดนดอกเบี้ยอยู่เท่าไหร่ แล้วลองดูของแบงก์อื่นซิ เขาคิดอยู่เท่าไหร่ ถ้าต่างกันเยอะก็ควรจะรีไฟแนนซ์ (แปลว่า เปลี่ยนเจ้าหนี้) เปลี่ยนแบงก์ซะ ไม่ต้องเกรงใจแบงก์ ไม่ต้องเกรงใจพนักงานแบงก์ ไม่ต้องมีลอยัลตี้ นี่มันเงินเรา เขาไม่เกี่ยว

นี่เล่าจากประสบการณ์ตรง ช่วงต้มยำกุ้งพี่ผ่อนบ้านอยู่กับธนาคารแห่งนึง ขณะที่ลูกหนี้คนอื่นเขาชักดาบกันโครม ๆ พี่นี่เป็นลูกหนี้ชั้นดี กัดฟันจ่ายเต็ม จ่ายตรงเวลา โดนดอกไป ๑๖% เงินงวดแต่ละเดือนหักดอกเบี้ยแล้วเหลือหักต้นแค่ไม่กี่ร้อย ปรากฎว่า แบงก์เรียกลูกหนี้ที่ชักดาบมาเจรจา บอกจะลดดอกเบี้ยให้ อ้าว เฮ้ย แล้วพี่ล่ะ ไม่มีเจรจา ไม่มีลดใด ๆ ทั้งสิ้น พี่ได้แต่กัดฟันกรอด ๆ พอถึงเวลาก็รีไฟแนนซ์สิจ๊ะ จะอยู่ทำป๊ะอะไร

(หมายเหตุ ๑. ปกติแบงก์จะทำสัญญามัดมือชกเอาไว้ ห้ามไม่ให้ลูกหนี้รีไฟแนนซ์ก่อนสามปี เพราะฉะนั้นลองดูในสัญญาเงินกู้ของเรานะฮะว่ามีระบุเอาไว้มั้ย ถ้ามีและยังไม่ถึงสามปีก็รอก่อน ไปทำข้ออื่นก่อน
๒. โดยทั่วไปแบงก์ที่เราจะรีไฟแนนซ์ไปมักจะคิดค่าธรรมเนียมโน่นนิดนี่หน่อย ให้ลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายดูว่าคุ้มกับดอกเบี้ยที่ลดลงมั้ย ถ้าไม่คุ้มก็รอไปรีไฟแนนซ์ตอนเขามีแคมเปญก็ได้นะฮะ)

ข้อที่สาม โปะสิจ๊ะ จะรออะไร

ข้อนี้เป็นข้อที่ทำยากที่สุด เพราะโดยทั่วไปแล้วถ้าเดือนไหนเรามีเงินเหลือเราก็จะนั่งคิดว่าจะเอาไปทำอะไรดีใช่มะ เชื่อเถอะร้อยละน้อยมากไม่มีใครคิดจะเอาเงินไปโปะหนี้บ้านหรอก มีแต่จะออกแอปเปิ้ลวอทช์รุ่นใหม่ หรือไปทริปดูเหมยขาบทางเหนือดีกว่า นี่แหละคือที่มาของข้อแรก ที่บอกว่าต้องตั้งใจจริง เพราะมันต้องอดทน อดกลั้นและอดออม ครบสูตร

ปกติแล้วแบงก์จะแจ้งยอดมาว่า ค่างวดที่เราต้องจ่ายน่ะเดือนละเท่าไหร่ เอามาซะดี ๆ งี้ ทีนี้ถ้าเราอยากให้หนี้หมดเร็วมันก็ง่าย ๆ จ่ายให้มากกว่าที่แบงก์บอก เช่น แบงก์บอกจ่ายเดือนละหมื่น เดือนไหนเรามีเงินเหลือก็โปะไปเลยหมื่นสองสวย ๆ (ส่วนเรื่องที่ว่าจะเอาที่ไหนมาโปะ เอาไว้ว่ากันคราวหน้านะ) ยอดสองพันที่เพิ่มไปมันก็จะไปหักยอดหนี้ให้หมดเร็วขึ้น อย่าดูถูกว่า แอร๊ยยยยยย เงินพันสองพันจะไปช่วยอะไรได้ เอาไปกินอาหารญี่ปุ่นแล้วถ่ายรูปอัปเฟซไอจีดีกว่า จากประสบการณ์พี่ เงินพันสองพันนี่แหละช่วยได้ ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ใช้เดือนชนเดือน จะเอาเงินหมื่นเงินแสนจากที่ไหนมาโปะ ถ้าเดือนละพันสองพัน สิบเดือนก็หมื่นสองหมื่นแล้วเห็นมะ ช่วงไหนโบนัสออก (สาธุ ขอให้ปีนี้มีโบนัสด้วยเถิดดดดดด) ก็จัดเต็มโปะทั้งก้อนไปเลย

ฟังอย่างนี้แล้วอยากจะกำเงินไปโปะเลยใช่มะ แต่เดี๋ยวก่อน!!! ลองเอาสัญญาเงินกู้มาดูนิดนึง ตอนกู้เคยดูกันมั่งมั้ยว่าแบงก์ใส่เงื่อนไขอะไรเข้ามาบ้าง อย่าคิดว่าแบงก์จะรักเรา ประโยคที่ว่า นายแบงก์ก็คือ คนที่เอาร่มให้เรายามแดดออก และเรียกเอาร่มคืนในยามฝนตกน่ะไม่ได้มากันง่าย ๆ เพราะบางแบงก์จะใส่เงื่อนไขว่า ถ้าหากเดือนไหนเราจะเอาเงินไปจ่ายค่างวดมากกว่าที่แบงก์กำหนด แบงก์ขอคิดค่าธรรมเนียมจากเงินส่วนที่เกินมาด้วย

เงื่อนไขนี้แปลว่าอะไร แปลว่า ถ้าแบงก์บอกให้เราจ่ายค่างวดเดือนละหมื่น เดือนไหนเราทะลึ่งไปจ่ายหมื่นสอง แบงก์ขอคิดค่าธรรมเนียมจากเงินสองพันที่เกินมาด้วย จะกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไปจ้า

อ่านแล้วถ้าคิดว่า เฮ้ย พี่พูดเป็นเล่น แบงก์ที่ไหนจะเขี้ยวขนาดนี้ พี่บอกเลยว่า มีจริง หลายปีก่อนตอนน้องสาวซื้อคอนโดฯ ไปใช้แบงก์ที่มีประวัติเรื่องนี้ ขนาดย้ำแล้วย้ำอีกว่าขอไม่ให้มีค่าธรรมเนียมส่วนนี้ ในสัญญายังใส่มาเลย พอทวงถามก็ทำมึน แต่พอยืนยันว่าไม่ยอม ถึงได้ทำใบแนบท้ายสัญญามาให้ เรื่องถึงได้จบ

เพราะฉะนั้นอยู่ว่าง ๆ ลองเอาสัญญาเงินกู้มานั่งดูบ้างก็ดีว่ามีอะไรอยู่ในนั้นมั่ง บางเรื่องที่เคยบอกพนักงานไป มันอาจยังมาโผล่ในสัญญาก็ได้นะ ทำเป็นเล่นไป

ถ้าเจอเงื่อนไขนี้ก็ลองไปคุยกับแบงก์ดูว่า ขอเอาเงื่อนไขนี้ออกได้มั้ย ถ้าแบงก์ไม่ยอมก็ดูว่า ผ่อนมาเกินสามปีรึยัง รีไฟแนนซ์เปลี่ยนแบงก์ได้มั้ย แล้วก็ทำใจได้มั้ยถ้าจะเอาเงินไปโปะแล้วต้องเสียค่าโง่ที่ว่า ถ้าทำใจไม่ได้ก็เอาเงินที่จะโปะน่ะไปฝากเก็บไว้ก่อน รอให้รีไฟแนนซ์แล้วค่อยโปะทีเดียว

ข้อที่สี่ อย่าตกหลุมพรางของแบงก์

เวลาเราจ่ายค่างวดอยู่เนี่ยเราก็มักจะคิดว่า ถ้าจ่ายแต่ละเดือนน้อยลงกว่านี้ก็จะดี ชีวิตจะได้ไม่กระเบียดกระเสียรขนาดนี้ใช่มะ แล้วบางทีเหมือนแบงก์จะรู้ใจว่าเราคิดอะไร จะเสนอมาให้ว่า เนื่องจากท่านเป็นลูกค้าชั้นดีของธนาคารเรา เราจึงยินดีมอบเงื่อนไขพิเศษสุดนี้ให้กับท่าน นั่นคือ เราจะลดเงินค่างวดที่ท่านจะจ่ายลง จากเดือนละหมื่นเหลือแปดพันกว่าอะไรก็ว่าไป

อา นี่มันฟ้าประทาน ไหนใครว่าแบงก์หน้าเลือด ดูสิ มีแต่สิ่งดี ๆ มาเสนอให้ ใช่มะ

อยากบอกว่า ถ้าไม่ลำบาก ไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ อย่าไปเอา จ่ายมันเต็มเท่าเดิมไปนั่นแหละ ถ้าเรารับเงื่อนไขนี้จะทำให้ระยะเวลาในการผ่อนยาวออกไปอีก แต่ถ้าเรายังจ่ายในยอดเดิมมันจะช่วยลดเวลาลงได้เป็นปีเลยนะเอ้อ

จบแล้ว ง่าย ๆ แค่สี่ข้อนี้ ถ้าทำได้ (นี่ทำมาแล้ว) รับรองว่า ยอดหนี้ลดฮวบ ๆ ผ่อนบ้านหมดเร็วแน่นอนฮะ…