รายงานผลหลังฉีดวัคซีน AstraZeneca เผื่อเป็นประโยชน์ครับ
เมื่อวานฉีดวัคซีนไปตอนสิบโมงนิด ๆ เตรียมตัวก่อนฉีดน่าจะดีอยู่ เพราะงดกาแฟสองวันล่วงหน้า คืนก่อนฉีดหลับเต็มที่ คุณภาพการนอนดี (ตามที่ apple watch มันบอก)
ฉีดเสร็จขับรถกลับบ้าน ไม่ง่วง ไม่มึน ไม่หิว เหมือนไม่มีอาการแพ้หรือแทรกซ้อนอะไร สบายใจ ไหนใครว่าจะมีอาการ
ตกเย็นอาบน้ำเตรียมขึ้นนอน อาบน้ำเสร็จเริ่มรู้สึกว่าหนาวเหมือนเป็นไข้ นึกว่าคงเป็นแป๊บเดียว แต่พอขึ้นนอนเปิดแอร์ หนาวมาก หนาวจนสั่น ใส่เสื้อกันหนาว สวมถุงเท้า ห่มผ้ายังเอาไม่อยู่
ย้ายมานอนอีกห้องจะได้ไม่โดนแอร์ ขนาดไม่เปิดพัดลมก็ยังหนาว เหงื่อออก ปวดตามตัว อาการเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่
คุณภรรยาหายาพาราให้กินก่อนนอนเม็ดนึง (แล้วเตรียมให้อีกเม็ดเผื่อตอนเช้ามืดถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น) นอนปวดตัวจนตื่นกลางดึกสี่รอบ ทุกรอบที่ตื่นก็ยังรู้สึกหนาว ทั้งที่ใส่เต็มยศ ห่มผ้าและไม่ได้เปิดพัดลม
รอบสุดท้ายตื่นมาตีห้ากว่า ไม่ไหวแล้วกุ จะชงกาแฟกินแก้หนาว นึกขึ้นได้พยาบาลคนฉีดวัคซีนบอกให้งดชากาแฟสี่วัน เลยเทน้ำเปล่ามาแทน ช่วงนี้ต้อง detox ล้างคาเฟอีนไปก่อน
กินข้าวเช้าเสร็จตามด้วยพาราอีกเม็ด อาการดีขึ้น เข้าออฟฟิศมาประชุม
เพิ่งเห็นใน fb ว่าเป็นกันหลายคน ค่อยยังชั่ว แต่ก็สบายใจเพราะพินัยกรรมเขียนแล้ว…
ประสบการณ์ฉีดวัคซีนโควิดที่ศูนย์บางซื่อ
เล่าประสบการณ์ฉีดวัคซีนโควิดที่ศูนย์บางซื่อ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่จะไปหลังจากวันนี้ครับ
ข้อดี อันนี้ชม
สถานที่กว้างขวาง รองรับคนได้เยอะ ไม่แออัด ไม่ต้องมานั่งเบียดกันให้ไม่สบายใจ เจ้าหน้าที่เยอะ พร้อมให้บริการ ส่งเสียงเรียก ให้คำอธิบาย ถือป้ายบอกเป็นระยะ
การดีไซน์ flow ชัดเจน มึงเดินหน้าอย่างเดียว ถ้ามีแยกซ้ายแยกขวา พอทำขั้นตอนนั้นเสร็จแล้วให้เดินกลับมาถนนเมนแล้วเดินหน้าต่อ
จุดฉีดวัคซีนเรียงยาวเป็นตับ มองไปตรงไหนว่างเสียบได้เลย ถ้าช่องไหนว่างจะมีเจ้าหน้าที่ยืนถือป้ายบอกพร้อมร้องเรียกด้วย
เพิ่มตรงนี้นิดนึง เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นข้อมูลที่คนเขาแชร์กันมาว่า ตอนฉีดให้ยกมือเท้าเอว เพื่อให้ผลอะไรซักอย่าง (ในทางที่ดี)
ระหว่างที่น้องพยาบาลคนฉีดกำลังเช็กข้อมูลและซักประวัติการใช้ยา การแพ้ยา พี่ก็เอาเลย ถกแขนเสื้อไว้เหนือหัวไหล่เรียบร้อย เอามือเท้าเอวรอเลย มาเลยน้อง มา มา
น้องพยาบาลก็ค่อย ๆ มาจับมือที่เท้าเอวออกแล้วดึงให้แขนทิ้งลงมาตรง ๆ ทำนองว่า ไม่ต้อง มึงไม่ต้องทำท่านี้ มึงทำท่าแบบคนปกตินี่แหละ
แต่ของคุณภรรยากลับกันว่ะ คนฉีดวัคซีนให้คุณภรรยาเป็นหมอ หมอจับแขนขึ้นมาเท้าเอวให้เองเลย (เอวคุณภรรยานะ ไม่ใช่เอวหมอ มึงอย่าตลก!!)
เพราะฉะนั้นวัดดวงเอาเองนะฮะว่าจะเท้าเอวหรือไม่เท้าเอว เอว เอ๊ย เอาให้สบายใจ
ฉีดเสร็จจะมีใบบอกข้อมูลว่าเราฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไร วันไหน พร้อมกับระบุวันเวลานัดเข็มสองมาเรียบร้อย ก็ถือใบนี้มานั่งรอตรงโซนพักรอดูอาการอีกสามสิบนาที ถ้าไม่มีอะไรก็กลับได้
เดินออกมาเจอซุ้มไอติมวอลล์ แวะหยิบติดไม้ติดมือได้คนละอันจ้ะ แต่ถือมากินข้างนอกนะ เขาไม่ให้กินข้างในอาคาร
ส่วนเรื่องที่ต้องติ มีเรื่องเดียว ที่จอดรถมีปัญหาครับ อันนี้จากประสบการณ์ที่มีนัดฉีดตอนเช้า อยากให้ลองดูว่าเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสะดวกมั้ย
แต่ถ้าจำเป็นต้องเอารถไป ไปถึงเจอตรงไหนจอดได้รีบจอดเลย อย่าคิดว่าเดินไกล เดี๋ยวไปหาที่จอดใกล้ ๆ ข้างหน้า เพราะข้างหน้าแม่งยิ่งเต็ม เต็มถึงขนาดจอดรถซ้อนคัน สุดท้ายเสียเวลาวนหาที่จอดรถและก็มาได้แถว ๆ ที่เจอตอนแรกนั่นแหละ
แต่โดยรวมแล้วถือว่าการจัดการดี ใช้เวลาไม่นาน อันนี้ต้องชมครับ… 👍
Morning Ritual: How I Start My Day
นี่เป็นคลิปที่พูดได้เต็มปากว่า…
ห่านอะไรของเมิงงงงงงง เอาสี่นาทีกุคืนมา!! 5555 😆🤣
ที่หมู่บ้านจะมีคนสวนคอยกวาดถนนอยู่แล้ว แต่ปกติถ้าไม่มีเรื่องเร่งด่วนหรือติดอะไรช่วงเช้าก็มักจะออกมากวาดเองด้วยเหตุผลสองข้อ
ข้อแรก มันก็หน้าบ้านเราอ่ะเนอะ กวาดเสร็จแต่เช้าก็สะอาดสวยตั้งแต่เช้า ถ้ารอให้คนสวนมากวาดก็ไม่รู้จะมากี่โมง ยิ่งถ้าวันไหนเขาติดงานอื่นเว้นไปไม่มา พวกใบไม้ดอกไม้ที่ร่วงมันก็ค้างคาอยู่หน้าบ้านเรานั่นแหละ
ข้อสอง พอได้มากวาดเองทำให้เข้าใจว่าทำไมเรามักจะเห็นพระมากวาดลานวัดกันทุกวัน หรือถ้าเป็นวัดที่ญี่ปุ่นก็จะเห็นหลวงพ่อหลวงพี่มากวาดมาทำความสะอาดสวนหินกัน
การกวาดพื้นนี่มันช่วยทำสมาธิ ช่วยให้เราฝึกดูจิตได้ เป็นการปฏิบัติธรรมแบบฆราวาสเว้ยยยยยยยย
คือในขณะที่เรากวาดไปแต่ละครั้งเนี่ยใจเราก็จะโฟกัสไปที่ของที่เรากำลังกวาด กวาดให้มากองรวมกัน กวาดใส่ที่ตักผง (บางบ้านเรียก ปุ้งเต้า ได้ยินครั้งแรกพี่นี่เหวอเลย อะไรวะปุ้งเต้า 5555) ใจจะไม่วอกแวกไปคิดเรื่องอื่น สมาธิก็จะมา ปัญหา เอ๊ย ปัญญาก็จะเกิด สาธุ 🙏
เพราะฉะนั้น นี่ก็เลยเป็นที่มาว่า ทำไมพี่ถึงชอบทำงานบ้าน ซักผ้ามั่ง ตากผ้ามั่ง ล้างจานด้วย อันนี้ต้องทำความเข้าใจกัน พี่กำลังทำสมาธิ ดูจิต ฝึกปฏิบัติธรรมอยู่ ไม่ใช่พ่อบ้านใจกล้าอย่างที่เข้าใจกัน
โอเคนะ… 😆🤣
กิจกรรมวันหยุดช่วงสงกรานต์
กิจกรรมวันหยุดช่วงสงกรานต์ ๒๕๖๔ ขณะที่โควิดกำลังระบาด ทำอะไรดี?
รีวิวหนังสือ สัญญาณเตือนตาย
หลายสัปดาห์มานี้นอนดึกติด ๆ กันหลายวัน
ไม่ใช่ว่าเหลวไหลหรืออะไร แต่เป็นเพราะหนังสือ สัญญาณเตือนตาย ชุดนี้เลย (ตามรูปด้านบน)
สรุปสั้น ๆ กันก่อน เผื่อมีใครรีบ จะได้ไถฟีดไปอ่านโพสต์อื่นต่อ
หนังสือชุดนี้เป็นนิยายฆาตกรรมสืบสวนสอบสวน วางแผนหักเหลี่ยมเชือดเฉือนชิงไหวชิงพริบที่อ่านสนุกที่สุดในรอบสิบปีนี้ (นี่พูดจริง ๆ ไม่ได้อวย แต่นับเฉพาะเล่มที่พี่อ่านนะ เพราะฉะนั้นถ้าใครมีเล่มที่สนุกกว่านี้ แต่พี่ไม่ได้อ่านก็ถือว่าพี่ไม่ผิด เอาตามนี้นะ)
สนุกถึงขนาดที่ว่าระหว่างที่อ่านไปก็คิดอยากให้มีใครเอาไปสร้างหนังและถ้าจะให้ดีก็ควรจะเป็นหนังฮ่องกง เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็นวัฒนธรรมตะวันออก โดยเฉพาะของจีนที่ฮอลลีวูดคงจะไม่ค่อยเก็ตเท่าไหร่นัก
ถ้าสร้างหนังจริง ๆ ก็น่าจะได้ซักสี่ภาค แล้วก็คงจะสนุกลุ้นระทึกทำเงินถล่มทลายได้อย่าง Infernal Affairs ของเฮียเหลียงกับพี่หลิวยังไงยังงั้น อ่านไปนี่ก็ลุ้นมาตลอดจนมาเห็นที่ปกหลังเล่มห้ามีข้อความบอกไว้ว่าเคยสร้างเป็นซีรี่ย์มาแล้วสามภาค เออ จบกัน
เนื้อหาของหนังสือเล่าแบบง่าย ๆ ไม่สปอยล์ได้ประมาณว่ามีตัวเอกฝ่ายชาย (คนที่หนึ่ง) เป็นฆาตกร คอยไล่ฆ่าคนทำความผิดที่กฎหมายเอาผิดไม่ได้
แล้วความเปรี้ยวก็คือ ก่อนจะฆ่าใครจะส่งโน้ตบอกเจ้าตัวก่อนทุกครั้ง บอกถึงขนาดว่ากุจะฆ่ามึงวันไหน แม่งมั่นใจขนาดนั้นเลยแล้วแม่งก็เก่งอิ๊บอ๋ายจริง ๆ
ก็เลยเป็นที่มาของตัวเอกฝ่ายชาย (คนที่สอง) ที่เป็นตำรวจคอยไล่จับอิฆาตกรคนนี้ โดยมีตัวเอกฝ่ายหญิงที่เป็นนักจิตวิทยามาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมงาน คนอ่านก็เลยได้แนวการไขคดีผ่านทางมุมมองของตำรวจที่โคตรเก่งไม่แพ้ฆาตกรและได้การวิเคราะห์ด้านจิตวิทยาตัวละครไปพร้อม ๆ กัน
ความเจ๋งของเรื่องนี้อยู่ที่การสร้างตัวละคร ตัวหลัก ๆ ส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์ถักทอประสานกันทางใดทางหนึ่ง และหลายเคสมีปมสาเหตุที่มาที่ย้อนไปตั้งแต่เมื่อครั้งอดีตสิบกว่าปีก่อนเหมือนงานของ Harlan Coben
เอาจริง ๆ อ่านไปคิดว่าส่วนใหญ่ก็จะลุ้นให้แม่งฆ่าได้ทุกเคสนะ เพราะแต่ละคนนี่ก็มีเหตุให้สมควรจะโดนกันทั้งนั้น มีใครบ้างก็ลองไปดูกัน
การเล่าเรื่องก็ชวนให้ลุ้นให้ต้องติดตามว่าแม่งจะฆ่าได้มั้ย ตำรวจจะป้องกันได้มั้ยวะ ตำรวจวางแผนไว้ขนาดนี้มึงจะทำได้เหรอวะ แล้วแม่งจะฆ่ายังไงวะ
เนื้อเรื่องก็พลิกไปพลิกมาด้วยนะ บางจังหวะก็หลอกคนอ่านพาเรื่องไปทางนึงแล้วจังหวะสุดท้ายก็หันหัวกลับไปอีกทาง เล่นเอาคนอ่านต้องดริฟต์กันยางไหม้เลย
สุดท้ายล่ะ (นี่พยายามไม่สปอยล์) อยากบอกว่าใครชอบเรื่องแนวนี้ หามาอ่านเถอะ ไม่ผิดหวังแน่นอน.เลิฟ เลิฟ… ![]()
——-
อัปเดตนิดนึงเพิ่งนึกออก ตอนที่อ่านอยู่ก็นึกไปถึงการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนึงที่เคยอ่านสมัยนานนนนนนนนนมาแล้ว เรื่อง Black Angel
พระเอกเป็นคนหงิม ๆ ปั่นจักรยานเสือหมอบ แต่พอตกกลางคืนมีหัวกับไส้ เฮ้ย ไม่ใช่ ตกกลางคืนแม่งออกไปฆ่าพวกคนเลว โดยใช้ซี่ล้อจักรยานเป็นอาวุธ เสียบเข้าไปที่ขมับ เสร็จทุกราย
เรื่องนี้ใครทันนี่บอกวัยนะฮะ… ![]()
![]()
ที่มาของชื่อ พดด้วง

วันนี้วันเกิดพดด้วง
ถ้าพดด้วงยังอยู่จะอายุครบยี่สิบพอดี อายุเท่านี้ถ้าเป็นคนก็กำลังหนุ่มแน่น แต่เป็นหมานี่ก็หง่อมเป็นคุณปู่ล่ะนะ
โอกาสนี้ขออนุญาตเล่าเรื่องพดด้วงซักเรื่อง เป็นเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน คือที่มาของชื่อ “พดด้วง”
เท้าความสักนิด ต้องบอกก่อนว่าชีวิตนี้ตั้งแต่จำความได้มีหมาอยู่ที่บ้านตลอด ตัวเดียว สองตัว สามตัว บางช่วงสี่ตัวก็มี เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมาตั้งแต่เด็ก
ทีนี้พอเรียนจบ นั่งรถทัวร์เข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ต้องไปอาศัยเขาอยู่บ้าง เช่าหออยู่บ้าง ทั้งฐานะและความเป็นอยู่ไม่พร้อมให้เลี้ยงหมาได้เลย เหมือนชีวิตมันขาดอะไรไป ก็ได้แต่อาศัยเล่นกับหมาชาวบ้านมั่ง ทักทายหมาวัดหมาจรจัดอะไรมั่ง พอให้แก้ขัดกันไป
ช่วงสองสามปีระหว่างนั้นถึงจะไม่ได้เลี้ยงหมา แต่ก็คิดแพลนล่วงหน้าไว้แล้วว่าถึงช่วงนึงของชีวิต มีบ้าน มีเวลาพร้อมกุจะเลี้ยงหมาซักสามตัว
นึกถึงภาพตัวเองมีหมาล้อมหน้าล้อมหลัง ว่าง ๆ ก็ดึงไข่หมาเล่น ฮู้ยยยยย แฮปปี้!! มีกำลังใจไปทำงาน
คิดไว้ขนาดนี้ก็ไม่พลาดที่จะคิดชื่อหมารอไว้ล่วงหน้าเลยทั้งสามตัว จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นได้แรงบันดาลใจจากอะไร แต่ตั้งใจว่าอยากได้ชื่อให้มันไทย ๆ หน่อย
สรุปออกมาได้สามชื่อ เก็บไว้ในใจไม่เคยบอกใคร
ทองแถม – ทองทศ – พดด้วง
เวลาผ่านไปอีกพักนึง ย้ายที่พักไปเช่าทาวน์เฮ้าส์อยู่กับรุ่นพี่ที่บริษัท จังหวะดีที่บ้านพี่มีหมาคลอดลูกมาครอกนึง ก็เลยไปขอมาเลี้ยง เป็นหมาไทยลายเสือ ตัวผู้ ได้ชื่อไปว่า ทองแถม เรียกสั้น ๆ ว่า ไอ้แถม
ไอ้แถมเป็นหมาที่มาก่อนยุค social network ไม่งั้นมันน่าจะเป็นที่รู้จักในแวดวงเพื่อนฝูงมากกว่านี้ วีรกรรมของไอ้แถมก็พอมีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่วาระของวันนี้
เลี้ยงไอ้แถมมาได้ซักปีสองปีต้องย้ายออกมาเช่าหออยู่ ก็เลยพาไอ้แถมขึ้นไปอยู่เชียงใหม่กลายเป็นหนุ่มเชียงใหม่ยาวไป
หลังจากนั้นถึงจะย้ายมาอยู่ทาวน์เฮ้าส์แล้วแต่ก็เจอวิกฤตต้มยำกุ้งเข้าให้ อย่าว่าแต่เลี้ยงหมาเลย ตัวเองแม่มยังจะเอาไม่รอด
พอสถานการณ์ดีขึ้นจะเลี้ยงหมาอีกที (เรื่องราวการไปเจอพดด้วงนี่เล่าได้อีกตอน ดวงมันจะได้มาอยู่ด้วยกัน ไม่รู้เป็นโชคหรือเคราะห์ของไอ้ด้วงกันแน่ 5555)
ได้มาแล้วต้องตั้งชื่อ ถ้าจะตามลำดับตัวนี้ก็ต้อง ทองทศ แต่พอดีช่วงนั้นคุณทองแดงดังมาก เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ รวมไปถึงชื่อลูก ๆ ที่เป็น ทองทั้งหลายด้วย
เราก็เลยไม่เอาดีกว่า ขยับข้ามไปอันดับนึงละกัน แทนที่จะชื่อทองทศ ก็เลยได้มาเป็น พดด้วง นี่แหละ… ❤️
วิ่ง city run กรุงเทพฯ ครั้งแรก เส้นยีราฟ
เมื่อเช้าครับเห่อตื่นตั้งแต่ตีสามกว่าเพื่อจะมาวิ่งซิตี้รันครั้งแรกในชีวิต ที่มาของเรื่องก็คือ ในกรุ๊ป fb ชื่อว่า City Run Club ที่พี่เข้าไปเป็นสมาชิกแบบแอบ ๆ เขาชักชวนกันมาวิ่งโดยเอารูตยีราฟมาเป็นตัวล่อ
อธิบายนิดนึงสำหรับคนที่ไม่ได้วิ่ง คือเวลาเราวิ่งโดยที่ใส่นาฬิกาที่มีระบบ gps เนี่ย พอเราวิ่งเสร็จแอปนาฬิกามันจะพล็อตเส้นทางวิ่งของเราให้เองอัตโนมัติ
ทีนี้ก็จะมีคนรักสนุกแต่ไม่ทุกข์ถนัด ก็จะดีไซน์เส้นทางวิ่งที่ว่าพอวิ่งเสร็จแล้วก็จะเป็นรูปหรือตัวหนังสือต่าง ๆ นานา แล้วแต่ความชอบความสนใจ
ไอ้รูตยีราฟนี่ก็ไปเตะตาคุณภรรยาเข้าให้ ก็เลยจะไปลองวิ่งดู ถือเป็นครั้งแรกที่วิ่งซิตี้รันและครั้งแรกที่ไปวิ่งกับกลุ่มนี้ ซึ่งก็เป็นเหตุให้ต้องตื่นตั้งแต่ยังไม่ตีสามครึ่งเพื่อจะอาบน้ำแต่งตัวเรียกแท็กซี่ไปที่หน้าโรงเรียนสวนกุหลาบที่เป็นจุดนัดพบ
พอใกล้ได้เวลาก็พากันไปที่ดิ โอลด์สยามที่เป็นจุดสตาร์ต รวมตัวกันถ่ายรูปเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเริ่มวิ่งซึ่งทำให้เห็นว่ามีนักวิ่งมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้คึกคักหนาตามาก น่าจะราว ๆ ๒๐๐ คนได้
พอให้อุ่นใจว่า ไม่เหงาเว้ย
การวิ่งเรียบร้อยดี เพราะนอกจากจะแชร์เส้นทางมาให้ศึกษากันก่อนแล้วทีมแอดมินยังคอยประกบหน้าประกบหลัง มีที่ขี่จักรยานคอยส่งเสียงเตือนเวลาข้ามแยกและบอกนักวิ่งให้วิ่งชิดริมถนนด้วย
เส้นทางผ่านหลายจุดแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ อย่างภูเขาทอง พระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสมาคม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สนามหลวง วัดพระแก้ว ศาลหลักเมือง เสาชิงช้า เออ เยอะจริงว่ะ
ส่วนที่ทำให้ใจเต้นก็พอมีอยู่บ้างเล็กน้อย ตอนพักเบรกที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ด้วยความที่คนมากันเยอะ ระหว่างที่ยืนรวมตัวกัน บ้างก็ถ่ายรูป ถ่ายโน่นถ่ายนี่ สักพักมีรถตำรวจมาเว้ย พี่เดินลงมาสองคน คงสงสัยพวกมึงมาทำไรกัน อย่ามาทำให้กุซวยงี้ 5555
สรุปวิ่งไปสองชั่วโมงกว่า ระยะวิ่งจริงประมาณ ๑๙ โล แต่ระยะในแอป ๑๗ โลกว่าเพราะมีช่วงที่กดหยุดนาฬิกาด้วย (เพื่อให้ได้รูปยีราฟตามที่ดีไซน์ไว้)
ได้บรรยากาศแปลกใหม่ของการวิ่ง ได้เห็นว่าในเมืองก็พอวิ่งได้ แต่ต้องระวังและใช้ความสังเกตมากหน่อย เพราะฟุตบาตกรุงเทพฯ อ่ะนะ อีกอย่างคือ เนื่องจากเริ่มวิ่งตั้งแต่เช้ามืด รถก็เลยยังไม่มาก กลิ่นควันรถน้อยมาก ไหวอยู่นะ
ใครสนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมซิตี้รันแบบนี้ กดเข้ากรุ๊ปได้เลยจ้ะ แอดมินบอกตอนก่อนแยกวงว่า หลังจากนี้จะมีกิจกรรมวิ่งทุกอาทิตย์ ใครชอบแบบไหน รูตไหน จัดไปได้เลย…
ข้อจำกัดของ clubhouse
โดยส่วนตัวคิดว่าอีกสักพักกระแสของ clubhouse จะแผ่วลง และเริ่มเป็นแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มผู้ใช้ที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงขึ้น
นี่คิดจากตัวเองล้วน ๆ เลยนะ เอาในฐานะผู้ใช้ที่ไม่ใช่ geek ไม่ใช่ dev และไม่ได้เป็นกูรู อะไรทั้งสิ้น (ถ้า กูรำ ล่ะไม่แน่ 5555)
ข้อจำกัดของ clubhouse (ในขณะนี้) ที่ไม่เอื้อต่อการใช้งานของพี่มีสามข้อด้วยกันคือ กิง-ก่อง-แก้ว (เชี่ยไรของมึงเนี่ย 5555 -> จริง ๆ คือเอาไว้เป็น seo เผื่อมีใครเสิร์ชหาคำว่า กิง ก่อง แก้ว 😆🤣)
และคิดว่าใครหลายคนก็คงเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งในนี้อยู่บ้าง เพราะพี่คงไม่ unique มีคนเดียวในโลกหรอกนะ กุไม่ขนาดนั้น
กิง (มึงเอาจริงเหรอ 555) -> ข้อแรก signal to noise ratio ต่ำ อันนี้เป็นอุปสรรคข้อใหญ่ที่สุดที่เจอ
ก่อง -> ถัดมาคือ มันไม่ on-demand ต้องฟังในเวลาที่ถูกกำหนดไว้ ถ้าไม่ว่างก็ต้องบายไปเลย แล้วก็กลับมาหาฟังใหม่ไม่ได้ด้วย มึงจะหวงไปไหน!!
แก้ว -> ข้อสุดท้าย มันไม่มี privacy อันนี้ในแง่ที่ว่า เราเข้าฟังห้องไหนระบบมันเจ๋อเห่อไปบอกให้เพื่อนเรารู้หมด ถ้าเราอยากฟังเรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้ก็ปิดไม่ได้ ลองนึกว่าเราเข้าไปฟังห้องที่พูดเกี่ยวกับการหางานใหม่ แล้วเพื่อนร่วมงานเราหรือนายเราเห็นสิ
จริง ๆ สามข้อนี้มองในอีกมุมนึงก็เป็นฟีเจอร์หรือเป็นข้อดีสำหรับผู้ใช้จำนวนมากเหมือนกันนะ ถึงได้บอกว่าอันนี้เป็นข้อจำกัดเฉพาะตัว
และทั้งสามข้อนี่ถ้าจะแก้มันก็ไม่ยาก อยู่ที่ว่าทางผู้พัฒนาแอปมองว่ามันเป็นฟีเจอร์หรือเปล่า อย่างเรื่อง privacy ก็แค่เพิ่ม setting ให้เลือกเข้าฟังในห้องแบบไม่เปิดเผยตัวได้ก็จบล่ะ
ส่วนเรื่อง on-demand ก็แค่ record เก็บเอาไว้ในระบบแล้วให้คนที่สนใจมาเสิร์ชหาตามหัวข้อได้ นี่ก็โคตรง่ายเลย และเรื่อง signal to noise ratio นี่อาจต้องทำให้สามารถเสิร์ชในไฟล์ที่ record เอาไว้ได้อีกที หรือให้มีฟังก์ชันเร่งสปีดการสนทนาจากไฟล์ที่บันทึกเอาไว้ได้
อย่างที่บอก อันนี้เป็นมุมมองจากผู้ใช้ธรรมดาบ้าน ๆ เลย ใครคิดเห็นยังไงแชร์กันได้นะฮะ…
หมายเหตุ ภาพประกอบนี่เป็นตัวสะท้อนถึงความร้อนแรงของ clubhouse ในเวลานี้นะฮะ แม่งมีเอา invite ไปขายใน shopee แล้วนะ เอากะแม่งดิ 😆🤣
ซ่อมรีโมตแอร์หน้าจอดำ ทำเองได้
มาครับ เป็นพ่อบ้านยุค knowledge is all around, know-how’s on the internet อะไรที่ไม่เคยทำเราต้องลองทำ อะไรที่ทำไม่ได้เราต้องพยายามทำให้ได้ เพื่อประหยัดเงิน (เก็บไว้ไปลงสมัครงานวิ่ง) ครับ
ปัญหาหน้าจอรีโมตดำ มองตัวหนังสือไม่เห็น หลายคนคงเคยเป็น (โอ้โห แม่งเขียนมีสัมผัสคล้องจองด้วยอ่ะ) ซึ่งที่ผ่านมาแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ด้วยการซื้อรีโมตใหม่
แต่เดี๋ยวก่อน!! วันนี้มันยุค new normal แล้วครับ ความรู้อยู่ในอินเทอร์เน็ต ก่อนจะเขวี้ยงรีโมตทิ้งพี่ลองเสิร์ชดู youtube คลังความรู้เดิมที่เคยช่วยประหยัดเงินไม่ให้เสียค่าโง่เปลี่ยนคอมแอร์เมื่อปีที่แล้ว (อยากรู้เรื่องนี้ อ่าน แอร์ไม่เย็น ซ่อมเองได้จ้า ได้เลยจ้ะ)
แม่งมีเว้ยยยย และที่สำคัญคือ คนอื่นเขารู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว พี่เพิ่งรู้นี่แหละ 5555
ทำเองได้ ง่ายนิดเดียว (ที่เหลือยากหมด ห่านจิก!!)
สรุปปี ๒๕๖๓ ปีแห่ง stress test
จำไม่ได้แล้วว่าเคยเขียนสรุปรอบปีเอาไว้มั้ย แต่ปีนี้อยากเขียนเก็บไว้ใน facebook เผื่อว่าปีหน้าปีต่อไประบบมันจะขึ้นมาเตือนจะได้อ่านย้อนความจำกัน สนุกดี
ปูพื้นนิดนึงก่อนว่า ในระบบสถาบันการเงินมีอันนึงที่เรียกว่า stress test ภาษาไทยเรียกว่า การทดสอบภาวะวิกฤติ ซึ่งเป็นแบบจำลองที่ใช้ตรวจสุขภาพด้านการเงินถึงความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง
สำหรับตัวเอง ความรู้สึกโดยรวมของปีนี้เหมือนเจอ stress test แล้วแม่ง test ทุกเรื่องพร้อมกันเลยทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องส่วนตัว
การมา (ไม่จบไม่สิ้น) ของฝุ่น pm 2.5 นี่ก็ว่าแย่แล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิต (ในช่วงฝุ่นมา) ถูกบังคับให้เปลี่ยน ค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่ม ยังเติมโควิดเข้ามาอีก ชีวิตวุ่นวายนิดหน่อยแต่ยังดีที่ถือว่าสอบผ่าน
ที่ว่ามานั่นภาพรวม หลังจากนี้จะแยกเป็นเรื่อง ๆ ล่ะ
๑. ปีนี้อ่านหนังสือน้อยมาก น้อยมากจนน่าใจหาย แล้วรู้สาเหตุด้วย ซึ่งก็คือข้อถัดไปนี่แหละ แต่ถึงปีนี้จะอ่านหนังสือน้อยกลับเป็นปีที่ซื้อหนังสือมากที่สุด สวนทางกันเฉย แม่งซื้อเหมือนคนหยุดตัวเองไม่ได้ แต่กลับรู้สึกดี เพราะสำหรับพี่ การซื้อหนังสือมันแปลว่าพี่ยังอยากรู้อะไรเพิ่ม (อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้เขียนให้ดูหล่อ แต่อนุญาตให้พักอ่านไปอ้วกก่อนได้ 5555)
จุดเริ่มของการตะลุยซื้อหนังสือแม่งก็ง่าย ๆ เลย ช่วงโควิดต้อง work from home ก็เลยกดเข้ากลุ่มขายหนังสือมือสองใน fb ด้วยความตั้งใจว่าจะเข้าไปปล่อยหนังสือที่อ่านจบแล้ว ไป ๆ มา ๆ หนังสือก็ไม่ได้ปล่อย แถมซื้อเติมเข้ามาอีกเพียบ จากนั้นก็ลามไปตามร้านหนังสือออนไลน์ ไป book depository ไป amazon ห่านจิกเอ๊ยยยย!!
๒. สาเหตุที่ปีนี้อ่านหนังสือได้น้อยก็เพราะเกิดสนใจอยากออกนอก comfort zone อยากเพิ่มทักษะมาลองเล่าเรื่องด้วยคลิปวิดีโอดูมั่ง แต่ความที่ไม่รู้อะไรเรื่องนี้เลย ทั้งอุปกรณ์ ทั้งมุมกล้อง ทั้งการเล่าเรื่อง ก็เลยใช้วิธีเปิดดู youtube ดูว่าคนอื่นเขาทำกันยังไงวะ กลายเป็นว่าจากเดิมที่ไม่เคยดู youtube มาปีนี้นั่งดูเยอะมาก
๓. เรื่องวิ่ง จากที่วางแผนไว้ว่าจะลงงานวิ่งประมาณเจ็ดหรือแปดงาน กะเก็บระยะซ้อม อัปเวลสภาพร่างให้ไปพีคที่งานโป่งแยงตอนปลายปี ตามที่ตั้งใจจะวิ่งให้จบร้อยโลแรก แต่พอโควิดมาบางงานเลื่อนไปปีหน้า บางงานยกเลิก กลายเป็นได้วิ่งจริงอยู่สามงาน คือ dragon trail ๓๕ โลที่ราชบุรีเมื่อตอนต้นปี
หลังจากนั้นโควิดมาก็ว่างยาวจนมางาน PET ๕๐ โลที่เพชรบุรีแล้วมาอีกทีก็โป่งแยงเลย แต่ก็ยังดีที่จบมาได้ทั้งสามงาน โดยเฉพาะสองงานหลังที่เคย dnf มาเมื่อปีก่อน
จบร้อยโลมาได้ทีแรกไม่แน่ใจ กลัวว่าจะหมดไฟ ตอนนี้กลายเป็นมีเป้าหมายใหม่ล่ะ ขอใช้ปีหน้าเป็นปีสร้างฐานแล้วไปลุยอีกทีปีโน้นนะ
๔. งานปีนี้ มีเรื่องให้เล่าเยอะ แต่ไม่เล่าดีกว่า เอาสั้น ๆ ว่า จากที่โควิดมาทำให้ได้ work from home และได้พบสัจธรรมว่า อุปสรรคของการ wfh ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ จบนะ
๕. การเงิน ไม่มีอะไรหวือหวา ทำเรื่องเงินให้เป็นเรื่องง่าย เดินตามแผนการเงินที่วางแผนมาตั้งแต่ตอนที่พ้นวิกฤติต้มยำกุ้ง มีกิเลสอยู่บ้างตอนที่ iphone 12 ออก แต่ก็ตัดใจได้เพราะตัว 6s ยังได้ไปต่อแล้วก็ใช้ได้ดีอยู่ ก็ไม่รู้จะไปเสียเงินทำไม กับอีกทีเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ mac m1 ออกมาแล้ว performance โหดสัสมาก เกือบไปล่ะ
สุดท้ายนี้ มั่นใจมากว่า ปีหน้าแม่งยิ่งกว่านี้ อย่าไปหวังอะไรจากรัฐ ใครที่ยังไม่เคยเช็กสภาพการเงินตัวเอง อยากให้ลองทำดู พยายามทำตัวให้เบา ไม่จำเป็นก็อย่าก่อหนี้เพิ่ม (เพราะรัฐช่วยสร้างหนี้ให้อยู่แล้ว) ใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาท
สวัสดีปีใหม่ครับ ❤





















