ซ่อมรีโมตแอร์หน้าจอดำ ทำเองได้

ซ่อมรีโมตแอร์
แกะรีโมตออกมาจะเป็นแบบนี้ครับ

มาครับ เป็นพ่อบ้านยุค knowledge is all around, know-how’s on the internet อะไรที่ไม่เคยทำเราต้องลองทำ อะไรที่ทำไม่ได้เราต้องพยายามทำให้ได้ เพื่อประหยัดเงิน (เก็บไว้ไปลงสมัครงานวิ่ง) ครับ

ปัญหาหน้าจอรีโมตดำ มองตัวหนังสือไม่เห็น หลายคนคงเคยเป็น (โอ้โห แม่งเขียนมีสัมผัสคล้องจองด้วยอ่ะ) ซึ่งที่ผ่านมาแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ด้วยการซื้อรีโมตใหม่

แต่เดี๋ยวก่อน!! วันนี้มันยุค new normal แล้วครับ ความรู้อยู่ในอินเทอร์เน็ต ก่อนจะเขวี้ยงรีโมตทิ้งพี่ลองเสิร์ชดู youtube คลังความรู้เดิมที่เคยช่วยประหยัดเงินไม่ให้เสียค่าโง่เปลี่ยนคอมแอร์เมื่อปีที่แล้ว (อยากรู้เรื่องนี้ อ่าน แอร์ไม่เย็น ซ่อมเองได้จ้า ได้เลยจ้ะ)

แม่งมีเว้ยยยย และที่สำคัญคือ คนอื่นเขารู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว พี่เพิ่งรู้นี่แหละ 5555

ทำเองได้ ง่ายนิดเดียว (ที่เหลือยากหมด ห่านจิก!!)

ซ่อมรีโมตแอร์
หน้าจอดำทำให้มองตัวหนังสือไม่เห็น (ลืมถ่ายตอนก่อนแกะ แฮ่…)

ซ่อมรีโมตแอร์
ดึงหน้าจอออกมาจากแผงวงจร แล้วใช้อะไรคม ๆ ลอกแผ่นนี้ (ไม่รู้เรียกว่าอะไรนะฮะ) ออกจากหน้าจอ

ซ่อมรีโมตแอร์
จะได้หน้าจอใส ๆ แบบนี้ แต่ยังมีคราบกาวติดอยู่ เราเช็ดออกได้ด้วยน้ำมันนะฮะ พี่ใช้น้ำมันจักรซิงเกอร์ (บอกวัยเลยกุ) เช๊ดดดดดดดด เช็ด ๆ ๆ ๆ ๆ จนออกหมด แล้วก็เช็ดน้ำมันออกอีกที

เทปอลูมิเนียม
เสร็จแล้วเราใช้เทปอลูมิเนียมแบบนี้ เป็นเทปที่ด้านนึงเป็นกระดาษอลูมิเนียมบาง ๆ วาว ๆ อีกข้างเป็นกาว เหมือนเทปกาวทั่วไป หาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์ช่าง ร้านขายของ ๒๐ บาท อะไรพวกนี้ แต่ถ้าหาซื้อไม่ได้ ใน shopee lazada มีเพียบ อย่างที่เห็นนี่ก็ม้วนละ ๒๐ บาทนะ

ซ่อมรีโมตแอร์
ตัดเทปอลูมิเนียมให้ได้ตามขนาดแล้วแปะลงไป แปะให้ถูกด้านด้วยนะ ลูบ ๆ ถู ๆ ให้มันติดสนิท พยายามอย่าให้เป็นรอยนะฮะ ที่เห็นในรูปนั่นทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่าถ้าเป็นรอยแล้วจะไม่งาม 5555

ซ่อมรีโมตแอร์
แล้วก็ประกอบร่างกลับคืน เริ่มจากใส่จอลงไปก่อน

ซ่อมรีโมตแอร์
ใส่แผงวงจรกลับเข้าที่

ซ่อมรีโมตแอร์
แปะฝาหลัง ขันน็อต ใส่ถ่านให้เรียบร้อย

ซ่อมรีโมตแอร์
เฮ้ยยยยยย แม่งได้จริงว่ะ!! แมจิก นี่แม่งแมจิกชัด ๆ 5555

เตรียมตัว Work from Home

หนังสือ REMOTE โดย Jason Fried และ David Heinemeier Hansson

ตอนที่ดูทรงล่วงหน้าเอาไว้ว่าจะต้อง work from home แน่ ๆ ก็เตรียมหาข้อมูลหาเคสตัวอย่างรอไว้ ปุบปับขึ้นมาจะได้ไม่ล่ก

นอกจากหาในเน็ตในอะไรแล้ว คนแรกที่นึกถึงก็คือ คุณพี่ Jason จากหนังศุกร์ ๑๓ เฮ้ย ไม่ใช่สิ Jason Fried จาก 37signals (เปลี่ยนชื่อเป็น Basecamp แล้ว) ที่ใช้ work from home มานาน ๒๐ ปีแล้วนะ

และการ wfh ของ 37signals นี่เป็นแบบขั้นสุดมาก ไม่ใช่แค่อยู่ในเมืองเดียวกันเท่านั้นนะ แม่งข้ามเมือง ข้ามประเทศ ข้ามโซนเวลาไปถึงข้ามทวีปโน่นเลย

พี่ Jason เอาประสบการณ์ของตัวเองและของบริษัทมาเขียนเป็นหนังสือเรื่องนี้โดยเฉพาะได้หนึ่งเล่ม ชื่อว่า REMOTE หน้าตาตามภาพด้านล่าง ถือเป็นไบเบิลสำหรับองค์กรที่อยากจะทำอย่างนี้จะได้มาดูแนวทางกันก่อน

อุปสรรคใหญ่ข้อนึงที่พี่ Jason บอกว่าทำให้การ wfh (จริง ๆ พี่แกเรียก remote working นะ แต่ให้เข้ากับบริบทบ้านเราตอนนี้ก็ขอเรียก wfh ไปละกัน โอเคนะ) เกิดได้ยากคือ ความกังวลของผู้บริหาร กังวลว่าพนักงานจะเหลวไหล ทำให้ได้งานน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

สำหรับในประเทศไทย ความกังวลนี้จะโทษผู้บริหารก็ไม่ได้ เพราะตัวพนักงานเองก็มีส่วนอยู่ด้วย เลยกลายเป็นปัญหาโลกแตก จะแก้ยังไงดี

ก็ต้องมาพิสูจน์กัน ให้เกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์

ส่วนตัวมองว่าวิกฤติโควิดรอบนี้เมื่อผ่านไปได้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภาคธุรกิจ เหมือนเมื่อครั้งต้มยำกุ้งทำให้สถาบันการเงินต้องขยับตัวครั้งใหญ่

ในส่วนของพนักงานเองก็อาจใช้โอกาสครั้งนี้พิสูจน์ให้ผู้บริหารเห็นได้ว่า ความกังวลที่ว่านั่นมันจะไม่เกิด

แค่นี้ก็แฮปปี้กันทั้งสองฝ่าย… มั้ยวะ? 5555 🤟