ชูโอมารู การ์ตูนสมัยวัยเด็ก

การ์ตูนชูโอมารู
ได้มาแล้วยกชุด

การ์ตูนเรื่องนี้อ่านตอนอยู่ม.ต้น ทยอยเช่าอ่านทีละเล่มจากร้านโปสเตอร์ สาขา ๒ ใกล้อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

พระเอกเป็นเด็กประถมหรือมัธยมต้นนี่แหละ สร้างหุ่นยนต์ขนาดเล็กมาแข่งมวยปล้ำ หุ่นยนต์ของพระเอกชื่อ ชูโอมารู แล้วมีตัวร้ายที่หวังจะใช้เทคโนโลยีจากหุ่นยนต์ขนาดเล็กพวกนี้ไปใช้ในทางทหาร ต้องมาสู้กัน

หลายปีมานี้พยายามหาการ์ตูนชุดนี้มาตลอด ชื่อเรื่องก็จำไม่ได้ด้วยนะ จำได้แค่ชื่อ ชูโอมารู บอกแค่นี้คนจะรู้มั้ย เข้ากรุ๊ปเกี่ยวกับซื้อขายการ์ตูนใน fb ก็เพื่อไปหาเรื่องนี้

เจอบางคนมาโพสต์ขาย พอทักไปก็ดูทรงแม่งไม่น่าเชื่อถือ หลอกกุป่ะวะ บางคนก็อัปราคาสูงไปมาก จนต้องตัดใจ

เมื่อวานไปทำธุระ เจอร้านการ์ตูนโดยบังเอิญ ยืนส่องอยู่หน้าร้านพักนึงก่อนตัดสินใจเข้าไปเดินดู

ตอนเข้าไปน้องเจ้าของร้านติดคุยโทรศัพท์อยู่ก็เลยเดินดูเอง เห็นมีการ์ตูนยุคเก่าเอามาพิมพ์ใหม่หลายเรื่อง โดยเฉพาะของอาดาจิ มิตซึรึ แต่ก็ไม่เห็นเรื่องนี้

กำลังจะเดินออกจากร้าน เจ้าของโทรศัพท์เสร็จพอดี เลยลองถามดูว่า มีเรื่องชูโอมารูมั้ย?

เจ้าของร้านหันไปหยิบจากกองที่ชั้นด้านหลังว่า ใช่เรื่องนี้มั้ยครับ

เฮ้ยยยย แม่งใช่!!

น้องบอกว่า ขายยกชุดนะครับ ไม่ขายแยก

ครับ จัดไปยกชุด ก่อนออกจากร้านถามน้องว่า สองสิงห์เจ้าสำอาง ที่วางอยู่ถ้ามีคนสอยไปก่อน น้องยังมีอีกมั้ย

น้องบอกยังมีอีกสองชุดครับ… 😭😤

เอารูปงานวิ่งมาทำโฟโต้บุ๊ก

หลายวันก่อนน้องผู้จัดการที่ดูแลหน่วยงาน NERAMIT มาให้ช่วยทดสอบระบบที่ปรับปรุงใหม่ ก็เลยทดลองทำโฟโต้บุ๊กดูว่าจะเป็นยังไง

ตอนแรกก็ไม่แน่ใจจะทำโฟโต้บุ๊กอะไรดีวะ เพราะพี่ไม่ค่อยมีรูป รูปที่มีเยอะสุดก็รูปพดด้วงนี่แหละ แต่อิด้วงก็มีโฟโต้บุ๊กของตัวเองไปแล้วเล่มนึง หันไปหันมา เอาวะ ทำรูปงานวิ่งดีกว่า

ก็เลยเอารูปงานวิ่งที่ถ่ายเก็บไว้ หรือที่ช่างภาพงานถ่ายไว้มาวาง เอาง่าย ๆ เร็ว ๆ รูปยังไม่ได้ปรับเลย ลองดู

เท่าที่ลองก็ไม่เจอปัญหาอะไร แต่ก็ส่งฟีดแบ็กไปให้ด้วย เผื่อจะเป็นประโยชน์อะไรได้บ้าง

วันก่อนมี sms ส่งมาว่า ส่งโฟโต้บุ๊กออกมาแล้วนะ เมื่อวานกลับบ้านมาก็เจอวางรออยู่ แพ็กมาแน่นหนาดีเลย แกะออกมาก็ตามภาพนะฮะ…

A Runner's Photobook
แพ็กมาในซอง ส่ง EMS มา
A Runner's Photobook
แกะซองออกมาเจอห่อแบบนี้ เขาเรียกวัสดุอะไรวะเนี่ย
A Runner's Photobook
แกะห่อออกมา โอ้โห ใครวะ เท่ชิบหา_ ยังกะซูเปอร์มาริโอ้ 55555555 ไม่กระดากปากเลยนะมึง
A Runner's Photobook
ส่วนนี่ปกหลัง เป็นที่ระลึกความภาคภูมิใจครั้งล่าสุด (และครั้งสุดท้ายด้วยมั้ยวะ)
A Runner's Photobook
เปิดมาดูข้างใน จะบอกว่าระบบมีให้วางตัวหนังสือได้ด้วยนะ มีฟอนต์ให้เลือกเยอะ เปลี่ยนสีได้ด้วย
A Runner's Photobook
จริง ๆ มันวางรูปได้หลายแบบนะ แต่พี่รีบ อยากได้รูปใหญ่ ๆ เลยวางเต็มหน้าแม่งเลย
A Runner's Photobook
แผ่นนี้ขอเก็บไว้เป็นที่ระลึก มันคือแผนการวิ่งงานโป่งร้อย วิ่งไปก็หยิบมาดูไป เพราะตอนวิ่งจะให้มาคิดอะไรแม่งไม่ได้แล้ว สมองบวมคิดอะไรไม่ออก 5555

ครูฝนสอนวิ่งเทรล : การ Uphill & Downhill

ช่วงนี้งานวิ่งเทรลยังชะลอ ยังยกเลิก เดินหน้าไม่ได้ เราก็นั่งดูคลิปหาข้อมูล หาความรู้ แก้คิดถึงกันไปพลาง ๆ ครับ

คลิปนี้ถ่ายมาตั้งแต่ก่อนงาน CM ปีที่แล้ว นี่ดองเอาไว้จนใกล้จะงาน CM ปีนี้ คิดว่าแม่งน่าจะได้ที่ล่ะ มาดูมาฟังครูฝน (น้าฝน หรือ รุ่งโรจน์ พรสวัสดิ์) สอนการ uphill กับ downhill กันครับ

ก่อนหน้านี้พี่มีปัญหาเรื่องการ downhill วิ่งลงได้ช้า ลงเร็วก็เจ็บเข่า พอมาได้ทริกครูฝน ปัญหาแม่งจบ บอกเลย!!

วิ่งลงได้เร็วขึ้นเหรอ? เปล่า!! กุกลิ้งตกเขาเลย… 😆🤣

สภาพร่างคืนที่สองหลังฉีดวัคซีนโควิด AstraZeneca

อัปเดตคืนที่สองหลังฉีดวัคซีนโควิด AstraZeneca

อาการไข้ดีขึ้นมากแต่ยังไม่หายสนิท ยังย้ายมานอนอีกห้องนึงจะได้ไม่โดนแอร์ แต่เปิดพัดลมได้แล้ว ไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาว ไม่สวมถุงเท้า แต่ห่มผ้า เหงื่อออกแต่ลดลง ไม่เปียกชุ่มเหมือนคืนแรก

สิ่งที่เพิ่มขึ้นคืออาการปวดตามตัว ที่สีข้างด้านหลังยังมีอยู่เหมือนคืนแรก เมื่อคืนเพิ่มมาที่กล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา แล้วแม่งมาสองข้างเลย อส!!

ปวดจนตื่นกลางดึกสามรอบ ครั้งสุดท้ายตื่นแล้วยังปวดจนนอนไม่หลับ ต้องลุกมากินพาราไปเม็ดนึง สักพักอาการลดลงจนนอนต่อได้

ตื่นเช้ามาอาการไข้ไม่มีแล้ว ยังมีปวดตึงขาอยู่บ้าง แต่ไม่หนักเท่าเมื่อคืน หวังว่าคืนนี้พี่คงไม่แฮททริค สามคืนซ้อน สาธุ… 🙏

สภาพร่างหลังฉีดวัคซีน AstraZeneca

รายงานผลหลังฉีดวัคซีน AstraZeneca เผื่อเป็นประโยชน์ครับ

เมื่อวานฉีดวัคซีนไปตอนสิบโมงนิด ๆ เตรียมตัวก่อนฉีดน่าจะดีอยู่ เพราะงดกาแฟสองวันล่วงหน้า คืนก่อนฉีดหลับเต็มที่ คุณภาพการนอนดี (ตามที่ apple watch มันบอก)

ฉีดเสร็จขับรถกลับบ้าน ไม่ง่วง ไม่มึน ไม่หิว เหมือนไม่มีอาการแพ้หรือแทรกซ้อนอะไร สบายใจ ไหนใครว่าจะมีอาการ

ตกเย็นอาบน้ำเตรียมขึ้นนอน อาบน้ำเสร็จเริ่มรู้สึกว่าหนาวเหมือนเป็นไข้ นึกว่าคงเป็นแป๊บเดียว แต่พอขึ้นนอนเปิดแอร์ หนาวมาก หนาวจนสั่น ใส่เสื้อกันหนาว สวมถุงเท้า ห่มผ้ายังเอาไม่อยู่

ย้ายมานอนอีกห้องจะได้ไม่โดนแอร์ ขนาดไม่เปิดพัดลมก็ยังหนาว เหงื่อออก ปวดตามตัว อาการเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่

คุณภรรยาหายาพาราให้กินก่อนนอนเม็ดนึง (แล้วเตรียมให้อีกเม็ดเผื่อตอนเช้ามืดถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น) นอนปวดตัวจนตื่นกลางดึกสี่รอบ ทุกรอบที่ตื่นก็ยังรู้สึกหนาว ทั้งที่ใส่เต็มยศ ห่มผ้าและไม่ได้เปิดพัดลม

รอบสุดท้ายตื่นมาตีห้ากว่า ไม่ไหวแล้วกุ จะชงกาแฟกินแก้หนาว นึกขึ้นได้พยาบาลคนฉีดวัคซีนบอกให้งดชากาแฟสี่วัน เลยเทน้ำเปล่ามาแทน ช่วงนี้ต้อง detox ล้างคาเฟอีนไปก่อน

กินข้าวเช้าเสร็จตามด้วยพาราอีกเม็ด อาการดีขึ้น เข้าออฟฟิศมาประชุม

เพิ่งเห็นใน fb ว่าเป็นกันหลายคน ค่อยยังชั่ว แต่ก็สบายใจเพราะพินัยกรรมเขียนแล้ว…

ประสบการณ์ฉีดวัคซีนโควิดที่ศูนย์บางซื่อ

เล่าประสบการณ์ฉีดวัคซีนโควิดที่ศูนย์บางซื่อ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่จะไปหลังจากวันนี้ครับ

ข้อดี อันนี้ชม

สถานที่กว้างขวาง รองรับคนได้เยอะ ไม่แออัด ไม่ต้องมานั่งเบียดกันให้ไม่สบายใจ เจ้าหน้าที่เยอะ พร้อมให้บริการ ส่งเสียงเรียก ให้คำอธิบาย ถือป้ายบอกเป็นระยะ

การดีไซน์ flow ชัดเจน มึงเดินหน้าอย่างเดียว ถ้ามีแยกซ้ายแยกขวา พอทำขั้นตอนนั้นเสร็จแล้วให้เดินกลับมาถนนเมนแล้วเดินหน้าต่อ

จุดฉีดวัคซีนเรียงยาวเป็นตับ มองไปตรงไหนว่างเสียบได้เลย ถ้าช่องไหนว่างจะมีเจ้าหน้าที่ยืนถือป้ายบอกพร้อมร้องเรียกด้วย

เพิ่มตรงนี้นิดนึง เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นข้อมูลที่คนเขาแชร์กันมาว่า ตอนฉีดให้ยกมือเท้าเอว เพื่อให้ผลอะไรซักอย่าง (ในทางที่ดี)

ระหว่างที่น้องพยาบาลคนฉีดกำลังเช็กข้อมูลและซักประวัติการใช้ยา การแพ้ยา พี่ก็เอาเลย ถกแขนเสื้อไว้เหนือหัวไหล่เรียบร้อย เอามือเท้าเอวรอเลย มาเลยน้อง มา มา

น้องพยาบาลก็ค่อย ๆ มาจับมือที่เท้าเอวออกแล้วดึงให้แขนทิ้งลงมาตรง ๆ ทำนองว่า ไม่ต้อง มึงไม่ต้องทำท่านี้ มึงทำท่าแบบคนปกตินี่แหละ

แต่ของคุณภรรยากลับกันว่ะ คนฉีดวัคซีนให้คุณภรรยาเป็นหมอ หมอจับแขนขึ้นมาเท้าเอวให้เองเลย (เอวคุณภรรยานะ ไม่ใช่เอวหมอ มึงอย่าตลก!!)

เพราะฉะนั้นวัดดวงเอาเองนะฮะว่าจะเท้าเอวหรือไม่เท้าเอว เอว เอ๊ย เอาให้สบายใจ

ฉีดเสร็จจะมีใบบอกข้อมูลว่าเราฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไร วันไหน พร้อมกับระบุวันเวลานัดเข็มสองมาเรียบร้อย ก็ถือใบนี้มานั่งรอตรงโซนพักรอดูอาการอีกสามสิบนาที ถ้าไม่มีอะไรก็กลับได้

เดินออกมาเจอซุ้มไอติมวอลล์ แวะหยิบติดไม้ติดมือได้คนละอันจ้ะ แต่ถือมากินข้างนอกนะ เขาไม่ให้กินข้างในอาคาร

ส่วนเรื่องที่ต้องติ มีเรื่องเดียว ที่จอดรถมีปัญหาครับ อันนี้จากประสบการณ์ที่มีนัดฉีดตอนเช้า อยากให้ลองดูว่าเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสะดวกมั้ย

แต่ถ้าจำเป็นต้องเอารถไป ไปถึงเจอตรงไหนจอดได้รีบจอดเลย อย่าคิดว่าเดินไกล เดี๋ยวไปหาที่จอดใกล้ ๆ ข้างหน้า เพราะข้างหน้าแม่งยิ่งเต็ม เต็มถึงขนาดจอดรถซ้อนคัน สุดท้ายเสียเวลาวนหาที่จอดรถและก็มาได้แถว ๆ ที่เจอตอนแรกนั่นแหละ

แต่โดยรวมแล้วถือว่าการจัดการดี ใช้เวลาไม่นาน อันนี้ต้องชมครับ… 👍

Morning Ritual: How I Start My Day

นี่เป็นคลิปที่พูดได้เต็มปากว่า…

ห่านอะไรของเมิงงงงงงง เอาสี่นาทีกุคืนมา!! 5555 😆🤣

ที่หมู่บ้านจะมีคนสวนคอยกวาดถนนอยู่แล้ว แต่ปกติถ้าไม่มีเรื่องเร่งด่วนหรือติดอะไรช่วงเช้าก็มักจะออกมากวาดเองด้วยเหตุผลสองข้อ

ข้อแรก มันก็หน้าบ้านเราอ่ะเนอะ กวาดเสร็จแต่เช้าก็สะอาดสวยตั้งแต่เช้า ถ้ารอให้คนสวนมากวาดก็ไม่รู้จะมากี่โมง ยิ่งถ้าวันไหนเขาติดงานอื่นเว้นไปไม่มา พวกใบไม้ดอกไม้ที่ร่วงมันก็ค้างคาอยู่หน้าบ้านเรานั่นแหละ

ข้อสอง พอได้มากวาดเองทำให้เข้าใจว่าทำไมเรามักจะเห็นพระมากวาดลานวัดกันทุกวัน หรือถ้าเป็นวัดที่ญี่ปุ่นก็จะเห็นหลวงพ่อหลวงพี่มากวาดมาทำความสะอาดสวนหินกัน

การกวาดพื้นนี่มันช่วยทำสมาธิ ช่วยให้เราฝึกดูจิตได้ เป็นการปฏิบัติธรรมแบบฆราวาสเว้ยยยยยยยย

คือในขณะที่เรากวาดไปแต่ละครั้งเนี่ยใจเราก็จะโฟกัสไปที่ของที่เรากำลังกวาด กวาดให้มากองรวมกัน กวาดใส่ที่ตักผง (บางบ้านเรียก ปุ้งเต้า ได้ยินครั้งแรกพี่นี่เหวอเลย อะไรวะปุ้งเต้า 5555) ใจจะไม่วอกแวกไปคิดเรื่องอื่น สมาธิก็จะมา ปัญหา เอ๊ย ปัญญาก็จะเกิด สาธุ 🙏

เพราะฉะนั้น นี่ก็เลยเป็นที่มาว่า ทำไมพี่ถึงชอบทำงานบ้าน ซักผ้ามั่ง ตากผ้ามั่ง ล้างจานด้วย อันนี้ต้องทำความเข้าใจกัน พี่กำลังทำสมาธิ ดูจิต ฝึกปฏิบัติธรรมอยู่ ไม่ใช่พ่อบ้านใจกล้าอย่างที่เข้าใจกัน

โอเคนะ… 😆🤣

รีวิวหนังสือ สัญญาณเตือนตาย

หนังสือสัญญาณเตือนตาย
เอาหนังสือมาวางเรียงกันจะได้เป็นภาพนี้นะ

หลายสัปดาห์มานี้นอนดึกติด ๆ กันหลายวัน

ไม่ใช่ว่าเหลวไหลหรืออะไร แต่เป็นเพราะหนังสือ สัญญาณเตือนตาย ชุดนี้เลย (ตามรูปด้านบน)

สรุปสั้น ๆ กันก่อน เผื่อมีใครรีบ จะได้ไถฟีดไปอ่านโพสต์อื่นต่อ

หนังสือชุดนี้เป็นนิยายฆาตกรรมสืบสวนสอบสวน วางแผนหักเหลี่ยมเชือดเฉือนชิงไหวชิงพริบที่อ่านสนุกที่สุดในรอบสิบปีนี้ (นี่พูดจริง ๆ ไม่ได้อวย แต่นับเฉพาะเล่มที่พี่อ่านนะ เพราะฉะนั้นถ้าใครมีเล่มที่สนุกกว่านี้ แต่พี่ไม่ได้อ่านก็ถือว่าพี่ไม่ผิด เอาตามนี้นะ)

สนุกถึงขนาดที่ว่าระหว่างที่อ่านไปก็คิดอยากให้มีใครเอาไปสร้างหนังและถ้าจะให้ดีก็ควรจะเป็นหนังฮ่องกง เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็นวัฒนธรรมตะวันออก โดยเฉพาะของจีนที่ฮอลลีวูดคงจะไม่ค่อยเก็ตเท่าไหร่นัก

ถ้าสร้างหนังจริง ๆ ก็น่าจะได้ซักสี่ภาค แล้วก็คงจะสนุกลุ้นระทึกทำเงินถล่มทลายได้อย่าง Infernal Affairs ของเฮียเหลียงกับพี่หลิวยังไงยังงั้น อ่านไปนี่ก็ลุ้นมาตลอดจนมาเห็นที่ปกหลังเล่มห้ามีข้อความบอกไว้ว่าเคยสร้างเป็นซีรี่ย์มาแล้วสามภาค เออ จบกัน

หนังสือสัญญาณเตือนตาย
ถ้าเอาหนังสือมาวางตั้งซ้อนกัน ที่สันหนังสือจะได้รูปนี้

เนื้อหาของหนังสือเล่าแบบง่าย ๆ ไม่สปอยล์ได้ประมาณว่ามีตัวเอกฝ่ายชาย (คนที่หนึ่ง) เป็นฆาตกร คอยไล่ฆ่าคนทำความผิดที่กฎหมายเอาผิดไม่ได้

แล้วความเปรี้ยวก็คือ ก่อนจะฆ่าใครจะส่งโน้ตบอกเจ้าตัวก่อนทุกครั้ง บอกถึงขนาดว่ากุจะฆ่ามึงวันไหน แม่งมั่นใจขนาดนั้นเลยแล้วแม่งก็เก่งอิ๊บอ๋ายจริง ๆ

ก็เลยเป็นที่มาของตัวเอกฝ่ายชาย (คนที่สอง) ที่เป็นตำรวจคอยไล่จับอิฆาตกรคนนี้ โดยมีตัวเอกฝ่ายหญิงที่เป็นนักจิตวิทยามาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมงาน คนอ่านก็เลยได้แนวการไขคดีผ่านทางมุมมองของตำรวจที่โคตรเก่งไม่แพ้ฆาตกรและได้การวิเคราะห์ด้านจิตวิทยาตัวละครไปพร้อม ๆ กัน

ความเจ๋งของเรื่องนี้อยู่ที่การสร้างตัวละคร ตัวหลัก ๆ ส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์ถักทอประสานกันทางใดทางหนึ่ง และหลายเคสมีปมสาเหตุที่มาที่ย้อนไปตั้งแต่เมื่อครั้งอดีตสิบกว่าปีก่อนเหมือนงานของ Harlan Coben

เอาจริง ๆ อ่านไปคิดว่าส่วนใหญ่ก็จะลุ้นให้แม่งฆ่าได้ทุกเคสนะ เพราะแต่ละคนนี่ก็มีเหตุให้สมควรจะโดนกันทั้งนั้น มีใครบ้างก็ลองไปดูกัน

การเล่าเรื่องก็ชวนให้ลุ้นให้ต้องติดตามว่าแม่งจะฆ่าได้มั้ย ตำรวจจะป้องกันได้มั้ยวะ ตำรวจวางแผนไว้ขนาดนี้มึงจะทำได้เหรอวะ แล้วแม่งจะฆ่ายังไงวะ

เนื้อเรื่องก็พลิกไปพลิกมาด้วยนะ บางจังหวะก็หลอกคนอ่านพาเรื่องไปทางนึงแล้วจังหวะสุดท้ายก็หันหัวกลับไปอีกทาง เล่นเอาคนอ่านต้องดริฟต์กันยางไหม้เลย

สุดท้ายล่ะ (นี่พยายามไม่สปอยล์) อยากบอกว่าใครชอบเรื่องแนวนี้ หามาอ่านเถอะ ไม่ผิดหวังแน่นอน.เลิฟ เลิฟ… 😊

หนังสือสัญญาณเตือนตาย
นี่หน้าปกเล่มหนึ่ง เผื่อใครจะไปหาซื้อจะได้ไม่พลาดครับ

——-

อัปเดตนิดนึงเพิ่งนึกออก ตอนที่อ่านอยู่ก็นึกไปถึงการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนึงที่เคยอ่านสมัยนานนนนนนนนนมาแล้ว เรื่อง Black Angel

พระเอกเป็นคนหงิม ๆ ปั่นจักรยานเสือหมอบ แต่พอตกกลางคืนมีหัวกับไส้ เฮ้ย ไม่ใช่ ตกกลางคืนแม่งออกไปฆ่าพวกคนเลว โดยใช้ซี่ล้อจักรยานเป็นอาวุธ เสียบเข้าไปที่ขมับ เสร็จทุกราย

เรื่องนี้ใครทันนี่บอกวัยนะฮะ… 😆🤣

ที่มาของชื่อ พดด้วง

วันนี้วันเกิดพดด้วง

ถ้าพดด้วงยังอยู่จะอายุครบยี่สิบพอดี อายุเท่านี้ถ้าเป็นคนก็กำลังหนุ่มแน่น แต่เป็นหมานี่ก็หง่อมเป็นคุณปู่ล่ะนะ

โอกาสนี้ขออนุญาตเล่าเรื่องพดด้วงซักเรื่อง เป็นเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน คือที่มาของชื่อ “พดด้วง”

เท้าความสักนิด ต้องบอกก่อนว่าชีวิตนี้ตั้งแต่จำความได้มีหมาอยู่ที่บ้านตลอด ตัวเดียว สองตัว สามตัว บางช่วงสี่ตัวก็มี เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมาตั้งแต่เด็ก

ทีนี้พอเรียนจบ นั่งรถทัวร์เข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ต้องไปอาศัยเขาอยู่บ้าง เช่าหออยู่บ้าง ทั้งฐานะและความเป็นอยู่ไม่พร้อมให้เลี้ยงหมาได้เลย เหมือนชีวิตมันขาดอะไรไป ก็ได้แต่อาศัยเล่นกับหมาชาวบ้านมั่ง ทักทายหมาวัดหมาจรจัดอะไรมั่ง พอให้แก้ขัดกันไป

ช่วงสองสามปีระหว่างนั้นถึงจะไม่ได้เลี้ยงหมา แต่ก็คิดแพลนล่วงหน้าไว้แล้วว่าถึงช่วงนึงของชีวิต มีบ้าน มีเวลาพร้อมกุจะเลี้ยงหมาซักสามตัว

นึกถึงภาพตัวเองมีหมาล้อมหน้าล้อมหลัง ว่าง ๆ ก็ดึงไข่หมาเล่น ฮู้ยยยยย แฮปปี้!! มีกำลังใจไปทำงาน

คิดไว้ขนาดนี้ก็ไม่พลาดที่จะคิดชื่อหมารอไว้ล่วงหน้าเลยทั้งสามตัว จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นได้แรงบันดาลใจจากอะไร แต่ตั้งใจว่าอยากได้ชื่อให้มันไทย ๆ หน่อย

สรุปออกมาได้สามชื่อ เก็บไว้ในใจไม่เคยบอกใคร

ทองแถม – ทองทศ – พดด้วง

เวลาผ่านไปอีกพักนึง ย้ายที่พักไปเช่าทาวน์เฮ้าส์อยู่กับรุ่นพี่ที่บริษัท จังหวะดีที่บ้านพี่มีหมาคลอดลูกมาครอกนึง ก็เลยไปขอมาเลี้ยง เป็นหมาไทยลายเสือ ตัวผู้ ได้ชื่อไปว่า ทองแถม เรียกสั้น ๆ ว่า ไอ้แถม

ไอ้แถมเป็นหมาที่มาก่อนยุค social network ไม่งั้นมันน่าจะเป็นที่รู้จักในแวดวงเพื่อนฝูงมากกว่านี้ วีรกรรมของไอ้แถมก็พอมีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่วาระของวันนี้

เลี้ยงไอ้แถมมาได้ซักปีสองปีต้องย้ายออกมาเช่าหออยู่ ก็เลยพาไอ้แถมขึ้นไปอยู่เชียงใหม่กลายเป็นหนุ่มเชียงใหม่ยาวไป

หลังจากนั้นถึงจะย้ายมาอยู่ทาวน์เฮ้าส์แล้วแต่ก็เจอวิกฤตต้มยำกุ้งเข้าให้ อย่าว่าแต่เลี้ยงหมาเลย ตัวเองแม่มยังจะเอาไม่รอด

พอสถานการณ์ดีขึ้นจะเลี้ยงหมาอีกที (เรื่องราวการไปเจอพดด้วงนี่เล่าได้อีกตอน ดวงมันจะได้มาอยู่ด้วยกัน ไม่รู้เป็นโชคหรือเคราะห์ของไอ้ด้วงกันแน่ 5555)

ได้มาแล้วต้องตั้งชื่อ ถ้าจะตามลำดับตัวนี้ก็ต้อง ทองทศ แต่พอดีช่วงนั้นคุณทองแดงดังมาก เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ รวมไปถึงชื่อลูก ๆ ที่เป็น ทองทั้งหลายด้วย

เราก็เลยไม่เอาดีกว่า ขยับข้ามไปอันดับนึงละกัน แทนที่จะชื่อทองทศ ก็เลยได้มาเป็น พดด้วง นี่แหละ… ❤️