เตรียมพบกับ Creativity Inc. ฉบับภาษาไทย (เดานะ)

คิดว่าอีกไม่นานจะมีหนังสือ Creativity Inc. ที่เขียนโดย Ed Catmull (หน้าตาตามภาพประกอบนะฮะ) ฉบับแปลภาษาไทยออกมาให้ได้อ่านกัน ที่เดาอย่างนี้เพราะเมื่อกี๊นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟที่นึง เห็นหญิงสาวพร้อมปากกาในมือกำลังนั่งเปิดหนังสือเล่มนี้ฉบับ hardcover พลิกไปพลิกมาเทียบกับกระดาษ A4 หนาเป็นปึกที่วางอยู่ตรงหน้า หน้าตานี่เอาจริงเอาจังมาก อาการนี้บอกได้เลยว่า ถ้าไม่ใช่กำลังแปล ก็คงกำลัง edit อยู่ ไม่รู้ว่าสำนักพิมพ์ไหนซื้อลิขสิทธิ์มา ใครที่รออ่านเล่มนี้อยู่อดใจรอสักพักนะฮะ... หมายเหตุ รูปประกอบนี่เป็นหนังสือของผมเองนะ ไม่ใช่ของหญิงสาวคนที่กล่าวถึง ขออภัยที่ไม่มีภาพประกอบ ไม่กล้าถ่าย กลัวโดนหาว่าโรคจิต หน้ายิ่งให้อยู่ 5555

วิกฤติสื่อสิ่งพิมพ์ : ความเห็นจากคนทำ PR

เมื่อวานเจอน้องที่ทำงานพีอาร์เอเจนซี่คนนึงโดยบังเอิญ หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันเรียบร้อยก็ถามน้องเขาว่า ช่วงนี้สื่อสิ่งพิมพ์ปิดตัวกันไปหลายเล่มกระทบการทำงานมั่งมั้ย? น้องตอบว่า ยังไม่กระทบ เพราะยังเหลืออีกหลายเล่ม แต่ปีหน้าก็ไม่รู้นะ เพราะเห็นนักข่าวที่รู้จักในบางเล่มก็เริ่มมีโพสต์ fb ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีกันบ้างแล้ว ถามน้องต่อว่า แล้วช่วงหลังนี้ลูกค้ายังสนใจสื่อสิ่งพิมพ์กันอยู่อีกเหรอ ไม่ได้ไปสื่อดิจิทัลหมดแล้วเหรอ? น้องตอบเร็วเลยว่า ม่ายยยยย ลูกค้ายังอยากลงสิ่งพิมพ์อยู่ เราฟังก็ เฮ้ย แปลก ทำไมอ่ะ น้องขยายความว่า เพราะสื่อสิ่งพิมพ์ลูกค้าสามารถวัดมูลค่าได้ ว่าที่ได้ลงน่ะตีเป็นมูลค่าสื่อเท่าไหร่ การลงสื่อดิจิทัลลูกค้าวัดเป็นมูลค่าไม่ได้ แล้วน้องก็เสริมว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ยังอยากลงสิ่งพิมพ์ แต่ก็จะเอาดิจิทัลเป็นของแถมด้วย ยกเว้นรายที่เป็นรุ่นลูกเข้ามาทำแล้ว แบบนั้นจะเริ่มมองสื่อดิจิทัลเป็นตัวเลือกแรกมากขึ้น ก็เล่าสู่กันฟังนะฮะ อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับข้อมูลที่คนอื่นมีอยู่ก็ขอให้คิดว่าเป็นเพราะกลุ่มลูกค้าอาจจะต่างกัน ที่จริงมีประเด็นอื่นที่คุยกันมากกว่านี้ แต่เป็นข้อมูลภายในของวงการสื่อที่คิดว่ายังไม่น่าจะเล่าตอนนี้ เพราะยังไม่พร้อมจะโดนสหบาทารอบทิศนะ...

อ่านเล่มไหนดี?

ปกติแล้วหลังจากอ่านหนังสือจบ พอจะหยิบเล่มใหม่มาอ่านถ้าไม่ใช่เล่มต่อจากเล่มก่อนหน้าผมจะเกิดอาการ "เลือกไม่ถูก" ไม่รู้จะหยิบเล่มไหนมาอ่านดี อาการที่เป็นก็คือ จะหยิบเล่มที่คิดว่าน่าสนใจมาพลิก ๆ ดู แล้ววาง แล้วหยิบเล่มอื่นมาพลิกดู แล้ววาง เป็นอย่างนี้วนลูปไปซักพัก จนตัดสินใจได้ว่า เอาเล่มนี้ล่ะวะ ก็จะหยิบมานั่งอ่านเป็นเรื่องเป็นราว แต่ในช่วงที่เริ่มอ่านถ้าหากสะดุด หรือเกิดอาการ เอ๊ะ ขึ้นมา ก็อาจกลับไปวนลูปที่ว่ามาได้อีก จนกว่าจะได้เล่มที่จะอ่านจริง ๆ ก็จะอ่านไปจนจบ อาการที่เป็นแบบนี้ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อยเหมือนกัน เอาที่เห็นชัด ๆ ก็อย่างตอนนี้ที่อ่าน The Blind Side จบไปได้สักพักแล้ว (อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ) ยังเลือกไม่ได้เลยว่าจะอ่านอะไรต่อ กองหนังสือที่เห็นในภาพเป็นเล่มที่เลือกมาเป็นเบื้องต้นแล้วแต่ยังรอตัดสินใจขั้นสุดท้ายอีกทีว่าจะเป็นเล่มไหน เกณฑ์อย่างนึงตอนนี้ก็คือตั้งใจว่าจะอ่านเล่มเก่า ๆ ก่อนนะฮะ อาการนี้มีใครเป็นบ้างมั้ยครับ แล้วแก้ยังไงกัน เล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ...

เยือน The Booksmith นิมมานเหมินท์

ผมสั่งซื้อหนังสือจาก The Booksmith มาก็ตั้งหลายที แต่ยังไม่เคยไปที่ร้านเลย หลายวันก่อนมีโอกาสไปทำกิจธุระที่เชียงใหม่แล้วพอมีเวลา ก็เลยให้เจ้าถิ่นพาไปร้านที่ถนนนิมมานเหมินท์ ไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปซื้ออะไร แค่อยากไปเยือนเฉย ๆ สุดท้ายได้ติดมือกลับมาสองเล่ม นี่เหมือนชะตาต้องกัน เพราะสองเล่มนี่กรุงเทพฯ ก็มีขายเยอะอยู่แต่ไม่ซื้อ ถ่อไปซื้อถึงเชียงใหม่นะครับ ❤

หนังสือดัง & ขายดีที่คนอ่านไม่จบ

เคยมั้ยครับเวลาที่ยืนเลือกหนังสืออยู่ในร้าน พลิก ๆ ดูแล้ว เออ เล่มนี้น่าสนใจว่ะ น่าอ่านดีนะ แต่พอซื้อไปแล้ว เปิดอ่านไปได้สักหน่อยแล้ววาง อ่านไม่จบ เปลี่ยนไปอ่านเล่มอื่น จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ เขียนไม่ดี อ่านยาก เนื้อหาไม่น่าสนใจ อ่านแล้วไม่ชอบ ฯลฯ มีเหตุผลสารพัดนะครับ  ผมนี่คนนึงล่ะ ก่อนหน้านี้เราก็ไม่รู้ใช่มั้ยครับว่า มีใครเป็นอย่างเราบ้างมั้ย คนเขียนก็ไม่รู้ สำนักพิมพ์ก็ไม่รู้ แล้วถ้ามี จะมีหนังสือเล่มไหนที่คนซื้อไปแล้วอ่านไม่จบกันมั่งวะ? ตอนนี้เรารู้ได้แล้วครับ ตั้งแต่ที่มีเรามีอีบุ๊ก โดยเฉพาะ Kindle ของ amazon ที่สามารถเก็บข้อมูลการอ่านพวกนี้ได้ แล้วก็มีนักวิชาการที่ไปเอาข้อมูลจากฐานข้อมูลของ Kindle ที่ว่านี่แหละมารวบรวมวิเคราะห์และแยกแยะแล้วตั้งเป็นดัชนีที่ชื่อว่า Hawking Index เพื่อดูว่าหนังสือแต่ละเล่มมีคนอ่านจนจบมากน้อยแค่ไหน หนังสือบางเล่มที่อยู่ในรายการนี้เห็นแล้วอาจแปลกใจว่าคนอ่านจบน้อยขนาดนั้นเลยเหรอ มาดูกัน เล่มแรก Hard Choices ของ Hilary Clinton ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ ด้วย หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกความทรงจำในช่วงที่ฮิลารีดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับสามในรัฐบาล รองจากประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เล่มนี้มีคนอ่านจบแค่ ๑.๙%... Continue Reading →

งูเหลือมในหมู่บ้าน

เช้านี้ออกไปวิ่ง ตอนวิ่งผ่านบ้านคุณพี่ที่อยู่ถัดไปสองหลังแกเดินออกมาพอดี เราก็ยิ้มให้ แกยิ้มกลับ บอกเจองูที่บ้าน เปิดมาขนาดนี้จะไม่ถามไถ่อะไรหน่อยคงไม่ดี เลยหยุดถาม งูอะไรพี่? แกบอกงูเหลือมงูหลามนี่แหละ แล้วเอานิ้วมาทำวงให้ดูขนาด ก็ประมาณข้อมือเด็ก แกบอก แจ้งรปภ.ไปแล้วให้มาจับ ไม่รู้กล้าจับหรือเปล่า แล้วแกก็เดินไปทำท่าจะขึ้นรถ เราก็วิ่งของเราต่อ วิ่งกลับมาอีกรอบเจอลุงรปภ.ยืนถือไม้แบบที่เขาเอาไว้จับงูยืนอยู่ข้างบ้านแก เราก็นึก เออ มาเร็วดีนะ จะกล้าจับรึเปล่าไม่รู้ วิ่งใกล้เข้าไปอีกนิด ชิบหายยยย จับเสร็จแล้วนี่หว่า ไอ้ที่นึกว่าไม้นั่นน่ะมีงู ตัวเกือบข้อมือผู้ใหญ่ ยาวสักเมตรครึ่งได้ ลายพร้อยเลย เรานี่แทบมืออ่อนตีนอ่อน สมองสั่งการให้วิ่งฉีกออกกลางถนนทันที กูยอมเสี่ยงกับรถดีกว่า คุณพี่เพื่อนบ้านเดินลงจากรถมาถ่ายรูปแล้วถามคุณลุงว่าจะเอาไปปล่อยที่ไหน แกบอกตรงคลองในหมู่บ้านที่กั้นเฟสหนึ่งเฟสสองนี่แหละ ให้มันเลื้อยตามน้ำไป แกพูดไม่ทันจบดี คุณพี่เพื่อนบ้านเสียงสูงมาเลย ปล่อยตรงเนี๊ยะ? แล้วมันจะไม่กลับมาเหรอ หลังจากนั้นคุยอะไรยังไงไม่รู้แล้ว แต่พอวิ่งไปถึงสะพานข้ามคลองเห็นลุงปล่อยงูไปเรียบร้อย ถามลุงว่า งูมันอยู่ตรงไหนที่บ้านพี่เค้าอ่ะลุง? แกบอก นอนอยู่ตรงสวนแถวริมรั้วนั่นแหละ จ้องจะกินหมาอยู่...

ลายเซ็นนักเขียน : ชาติ กอบจิตติ

เมื่อซักประมาณ ๒๐ ปีที่แล้ว ร้านนายอินทร์ สาขาท่าพระจันทร์ จัดกิจกรรมทุกช่วงบ่ายของวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ด้วยการเชิญนักเขียนมาสนทนาที่บริเวณชั้นสองของร้านแล้วเปิดให้นักอ่านหรือผู้สนใจเข้าฟังได้ฟรี กิจกรรมนี้จัดอยู่นานแค่ไหนผมจำไม่ได้แล้ว แต่จำได้แม่นว่าไปร่วมฟังอยู่สองครั้ง คือ ตอนที่คุณวาณิช จรุงกิจอนันต์ และคุณชาติ กอบจิตติ มา ที่ไปฟังพี่ชาติวันนั้นนอกจากจะด้วยชอบงานของพี่เค้าแล้ว (พันธุ์หมาบ้านี่คนที่อ่านแล้วไม่โดนคงมีน้อยนะ) ยังอยากไปเจอและไปฟังตัวเป็น ๆ ของนักเขียนที่ได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือมานานว่าเป็นคนขี้อำ ซึ่งสิ่งที่ได้ยินวันนั้นไม่ผิดไปจากที่ได้ยินมาเลย สิ่งสำคัญที่เก็บมาจากการไปฟังพี่ชาติวันนั้นและยังจำได้มาถึงวันนี้มีสองเรื่อง เรื่องแรก พี่ชาติให้คำแนะนำกับคนเขียน (หรืออยากเขียน) หนังสือว่า เวลาอ่านหนังสือแกจะอ่านสองรอบ รอบแรกเป็นการอ่านเรื่องราวของหนังสือ แบบที่คนอ่านหนังสือตามปกติ เมื่ออ่านรอบแรกจบแล้วก็กลับมาอ่านรอบสอง แต่รอบนี้ไม่ใช่การอ่านเอาเรื่อง (เพราะรู้เรื่องจากรอบแรกไปแล้ว) แต่เป็นการอ่านเพื่อศึกษาว่า คนเขียนเล่าเรื่องอย่างไร ทำไมตรงนั้นถึงเล่าแบบนั้น หรือสถานการณ์ที่เกิดตรงนี้มันมีการปูเรื่องมาก่อนจากตรงนั้น ฯลฯ เป็นการอ่านเพื่อศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เราพัฒนาตัวเองได้ เรื่องที่สอง พี่ชาติบอกว่า คนเป็น (หรืออยากเป็น) นักเขียน ต้องฝึกเขียนอยู่เสมอ และการฝึกนี้ไม่จำเป็นต้องนั่งเขียนออกมาจริง ๆ ก็ได้ สามารถฝึกเขียนในใจได้ ยกตัวอย่างเวลานั่งรถไปไหนมาไหนก็อย่ามัวแต่นั่งเหม่อฝันหวานอะไรอย่างเดียว (ถ้าเป็นสมัยนี้พี่ชาติคงบอกว่า อย่ามัวแต่นั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์นะพวกมึง) ให้ลองสังเกตสถานที่หรือเหตุการณ์อะไรที่ผ่านตาแล้วลองคิดว่า ถ้าจะต้องเขียนบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือจะเล่ายังไง พี่ชาติบอกว่า... Continue Reading →

หนังสือ “ต้องอ่าน” ของ Richard Branson

เมื่อหลายวันก่อน คุณพี่ Richard Branson มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ผู้ก่อตั้ง Virgin Group ออกมาโพสต์รายชื่อหนังสือ ๖๕ เล่มที่ไม่ควรพลาด ในรายการนี้มีหนังสือหลากหลาย ทั้งนิยายคลาสสิก นิยายวิทยาศาสตร์ หนังสือเด็ก ชีวประวัติบุคคลสำคัญ หนังสือด้านการบริหาร ฯลฯ สารพัดมาก เอามาลงไว้เผื่อใครสนใจจะไปตามอ่านดูบ้างนะครับ ๑.            Where the Wild Things Are – Maurice Sendak ๒.            Tales of the Unexpected – Roald Dahl ๓.            George's Marvellous Medicine – Roald Dahl ๔.            The Adventures of Huckleberry Finn – Mark Twain ๕.            Oh,... Continue Reading →

บทสัมภาษณ์เจ้าของร้านหนังสือเดินทาง

อำนาจ รัตนมณี เจ้าของร้านหนังสือเดินทาง  สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า สัมภาษณ์คุณอำนาจ รัตนมณี เจ้าของร้านหนังสือเดินทาง ถึงมุมมองที่มีต่อร้านหนังสืออิสระในยุคที่อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์กำลังประสบปัญหา ในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรงที่ไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังสามารถยืนระยะอยู่ได้จนมีอายุ ๑๕ ปีแล้ว แม้วันนี้จะต้องย้ายจากทำเลเริ่มต้นบนถนนพระอาทิตย์มาอยู่บนถนนพระสุเมรุ แต่มิตรรักนักอ่านก็ยังติดตามมาแวะเวียนไม่ขาดสาย บทสัมภาษณ์นี้อาจช่วยจุดประกายให้ใครที่มีฝัน สามารถเดินไปสู่ความฝันได้โดยไม่ต้องเลิกราไประหว่างทางนะครับ http://thaipublica.org/2016/03/print-7/ ติดตาม facebook ของ What We Read Blog ได้ที่ https://www.facebook.com/whatwereadblog

Blog at WordPress.com.

Up ↑