มาครับ โควิดมันพาพี่มาถึงวันนี้แล้ว
วันที่ล้างแอร์เอง
ต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ได้อยากทำ แต่มันจำเป็น เรื่องของเรื่องก็คือปกติที่บ้านจะล้างแอร์ทุกหกเดือน ซึ่งตามกำหนดจะต้องล้างตั้งแต่ต้นปี
ทีนี้มันดันมีโควิดเวฟสามมาตอนปลายปี แล้วก็ยิงยาวต่อเนื่องมาไม่มีช่วงชะลอให้หายใจหายคอได้เลย เราก็ระวังตัวไม่อยากเสี่ยงให้ช่างเข้าบ้านก็เลยยังไม่ได้ล้างแอร์ คิดว่าเอาน่า รอนิดนึงคงไม่เป็นไร เดี๋ยวโควิดซาแล้วค่อยล้างก็น่าจะโออยู่
ก็ใช้มาจนเมื่อหลายวันก่อน เปิดแอร์ตามปกติ เปิดได้สักพักมีเสียงดังออกมาในระดับเกินปกติ แล้วอยู่ ๆ ดับไปเองเฉย เราก็เอาไงดีวะ ลองหยิบรีโมตมากดเปิดปิด เปิดปิด ก็ไม่ติด เอาแล้วมึง
ระหว่างที่ยังไม่รู้จะเอาไงก็เดินลงมายกพัดลมจากชั้นล่าง ยังไม่ทันขึ้นไปถึงแอร์มันกลับติดขึ้นมาเอง ก็อ่ะ แม่งคงรวนมั้ง คงไม่มีอะไร
แป๊บเดียวเท่านั้นแหละแม่งดับอีก นี่ดีนะที่บ้านพี่ที่อยู่มานี่ไม่มีประวัติอะไรแปลก ๆ (ยกเว้นช่วงแรกหลังจากไอ้ด้วงตาย) ไม่งั้นจะเผลอคิดไปว่า เอาแล้ววววว แม่งเล่นกุแล้ว
เพื่อความปลอดภัยก็เลยตัดเบรกเกอร์ก่อนแล้วไปเปิดดู
เปิดขึ้นมาตกใจ นี่แม่งแอร์หรือตู้เย็น!! มีน้ำแข็งเกาะหน้าแอร์ขาวเต็มทั้งแผงเลย หันมาบอกแม่พดด้วงให้ไปหยิบโค้กมา น้ำแข็งไม่ต้อง ตรงนี้มีแล้ว ไม่ใช่ มึงอย่ามาตลก!!
งานงอกเลยมึงทีนี้
มานั่งเสิร์ชหา แอร์เป็นน้ำแข็ง ในกูเกิล โอ้โห ไม่เหงาล่ะมึง อาการเดียวกันเพียบเลย หลังจากไล่ดูทั้งที่เป็นบทความทั้งที่เป็นคลิป สรุปได้ว่าน่าจะเป็นเพราะหน้าแอร์สกปรก อันเนื่องมาจากไม่ได้ล้างนี่แหละ
ทีนี้ก็ยากเลย เอาไงดีวะ ไอ้เราก็กลัวที่จะให้ช่างเข้าบ้าน กุอุตส่าห์ประคองตัวมาได้จนขนาดนี้ เกิดมาติดโควิดเพราะให้ช่างเข้ามาล้างแอร์นี่แม่งไม่ฮาเลยนะ แถมช่วงนี้ระบบสาธารณสุขกำลังปริ่ม ๆ มาถึงจมูกแล้วเนี่ย กุไม่เสี่ยงดีกว่า
ก็เลยลองเสิร์ช youtube แหล่งความรู้ที่ช่วยพี่มาแล้วหลายครั้ง เจอคลิปสอนล้างแอร์เองเพียบเลย แต่ปัญหาคือเขาใช้อุปกรณ์ที่พี่ไม่มี นั่นคือ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงกับที่เป่าลม และถ้าจะซื้อ สองตัวนี่ราคารวมกันหลายพันอยู่นะ
อย่ากระนั้นเลย ลองหาอะไรง่าย ๆ ไม่แพง มาลอง proof of concept ดูก่อนว่า มึงทำได้แน่ ๆ ไม่งั้นซื้อมาแล้วทำไม่ได้ เอามาวางกองอยู่เฉย ๆ มันจะเสียเปล่า
นึกขึ้นได้ว่ามันมีกระบอกฉีดน้ำแรงดันนี่หว่า แต่ไม่รู้ว่าจะแรงพอที่จะใช้ล้างแอร์ได้มั้ย หาไปหามาไปเจอร้านนึงโพสต์ขาย บรรยายสรรพคุณเลยว่าใช้ล้างแอร์ได้ มีรูป มีคลิปสั้น ๆ ให้ดู ราคาไม่แพง ก็เอาวะลองดูก่อน
ส่วนที่เป่าลม ยังไม่ซื้อละกัน ใช้วิธีปล่อยให้แม่งแห้งเองนี่แหละ กุไม่รีบ 5555
สรุปว่าอุปกรณ์ที่ใช้จะมีผ้าใบล้างแอร์ กระบอกฉีดน้ำแรงดัน (สองอันนี้หาได้จาก Shopee / Lazada นะฮะ มีเพียบ) แปรงสีฟันเก่าที่ไม่ใช้แล้ว (อันที่ไม่ใช้แล้วนะ อย่าไปเอาของเมีย อันนี้พี่จะไม่ยุ่ง) เครื่องดูดฝุ่นกับหัวดูดพื้นที่เล็ก ไขควงหัวแฉก แล้วก็คู่มือแอร์ของเรา (ใครมั่นใจจะไม่ใช้ก็ได้นะ แต่พี่กลัวญี่ปุ่นทำเกิน)
ก่อนจะเริ่ม สิ่งสำคัญมากคือ ตัดเบรกเกอร์ก่อนครับ จะทำอะไรกับเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องระวังให้มาก อย่าลืมเด็ดขาด
สำหรับขั้นตอนการล้างแอร์ด้วยตัวเองก็ตามในภาพเลยครับ
อุปกรณ์ที่ใช้ครับ ในนี้ไม่มีแปรงสีฟันกับเครื่องดูดฝุ่น ผ้าใบล้างแอร์นี่มีหลายราคา ที่ซื้อมานี่ร้อยกว่าบาท ส่วนกระบอกฉีดน้ำก็สองร้อยกว่าบาท
เริ่มล่ะนะ แกะฝาหน้าอันนี้ออกก่อน ต้องบอกว่าแต่ละยี่ห้อจุดล็อกอาจจะต่างกันบ้างแต่โดยรวมจะคล้าย ๆ กัน แล้วแอร์นี่ดีตรงที่ออกแบบมาให้ถอดได้ด้วยมือเปล่า จะมีน็อตที่ต้องใช้ไขควงอยู่แค่สามตัวเท่านั้นเอง เวลาแกะก็ค่อย ๆ บิดไปบิดมา ดูว่าสลักมันอยู่ตรงไหนนะฮะ
ถอดฟิลเตอร์
แล้วก็ถอดแผ่นกรองฝุ่น
ตามด้วยโครงตัวเครื่อง ซึ่งจะมีน๊อตยึดอยู่สามตัว อันนี้เป็นขั้นตอนเดียวที่ต้องใช้ไขควง จะไปใช้อีกทีก็ตอนประกอบกลับ
แล้วก็ถอดใบสวิง (อ่านว่า สะ-วิง นะ ไม่ใช่ สะ-หวิง แม่งเปลี่ยนจากชิ้นส่วนแอร์เป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำเลย 5555) ตรงนี้จะมีล็อกอยู่ เลื่อนปลดล็อกออกได้เลย
ถอดเสร็จจะได้มาประมาณนี้ ถ้าดูในคลิปส่วนใหญ่จะถอดรางน้ำทิ้งออกมาด้วย แต่เนื่องจากกระบอกฉีดน้ำที่พี่ใช้มันไม่ได้แรงเหมือนเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงก็เลยไม่ได้ถอดออกมานะฮะ
จากนั้นเอาผ้าใบล้างแอร์มาครอบเหมือนเวลาที่ช่างแอร์ทำนะฮะ แล้วใช้แปรงสีฟันแปรงลงตามแนวครีบที่เป็นแผ่นโลหะบาง ๆ ที่เห็นให้ทั่ว ตรงนี้ต้องเบามือนิดนึง เพราะถ้าแรงไปมันอาจจะเบี้ยวเสียรูปได้ แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นมาดูดออกไปก่อนหนึ่งรอบ
สาเหตุที่ต้องแปรงฝุ่นและดูดออกรอบนึงก่อนยังงี้ก็ด้วยความที่แรงน้ำของกระบอกที่ใช้ไม่แรงเท่าเครื่องฉีดน้ำของช่างเลยต้องมีตัวช่วยนิดนึง
ตอนนี้ก็ได้เวลาฉีดน้ำล้างฝุ่นออกล่ะ เราก็ใช้กระบอกฉีดน้ำให้ทั่ว ข้อสำคัญคือระวังอย่าให้โดนส่วนที่เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ไม่งั้นงานงอกกว่าเดิมแน่
จะมีชิ้นส่วนอีกอันนึงไม่รู้เขาเรียกอะไร มองเข้าไปจากช่องนี้ อย่าลืมฉีดทำความสะอาดด้วยนะ
จะฉีดซ้ำเพื่อความมั่นใจกี่รอบก็ตามสะดวก เสร็จแล้วก็ปล่อยไว้ให้แห้ง หลายชั่วโมงอยู่นะ จะเอาพัดลมมาช่วยเป่าก็ได้ เสร็จแล้วก็ประกอบกลับคืน เปิดเบรกเกอร์แล้วก็เปิดสวิตซ์ทดลองดู ซึ่งถ้าไม่ผิดพลาดอะไรก็ควรจะทำงานได้นะ
ว่าแต่นี่มึงหาอะไรอยู่?
หมายเหตุ ถ้าใครอ่านจบมาถึงตรงนี้ คุณมีความอดทนสูงมากครับ ขอให้ถูกหวยงวดนี้เลย สาธุ 🙏