รีวิวรองเท้าวิ่ง Pan Predator Marathon

Pan Predator Marathon Left

เรื่องมันเริ่มตรงที่เปิดดู facebook แล้วมีโพสต์ของเพจวิ่งเพจนึงโผล่ขึ้นมา เป็นโพสต์เกี่ยวกับงานวิ่ง แต่ที่แปลกออกไปก็คือ รูปที่โพสต์มีแต่รูปรองเท้าล้วน ๆ เต็มที่ก็สูงขึ้นมาถึงแค่หน้าแข้ง ไม่เห็นหน้าคนใส่ว่าสวยหล่อแค่ไหน แต่บอกว่า ทุกยี่ห้อที่รุ่นที่โพสต์มาวิ่งจบระยะฟูลมาราธอนมาแล้ว

เราก็ไถดูไปเรื่อย ๆ ยี่ห้อดัง ๆ ที่คนนิยมมีมาครบ ทั้ง nike adidas asics on saucony ฯลฯ สารพัดรุ่น แล้วก็มาเจอคู่นึง ดูแล้วไม่คุ้นเลย ก็เลยกดไปดูคอมเมนต์จะดูว่ายี่ห้ออะไร

แล้วก็เซอร์ไพรส์ที่เป็นยี่ห้อ Pan

ที่ว่าเซอร์ไพรส์ก็เพราะเมื่อสองสามปีก่อนอ่านเจอข่าวผ่านตาว่า Pan ปิดโรงงาน ตอนนั้นเข้าใจว่าเลิกทำยี่ห้อนี้ไปเลย ไม่มีอีกแล้ว ตอนนั้นยังเสียดายอยู่เลย เพราะรองเท้าแบดมินตันของ Pan นี่เจ๋งมาก แล้วก็ไม่เคยได้ข่าวคราวอีก ไม่เคยเดินดูตามห้างด้วย ก็นึกว่าเลิกไปแล้วจริง ๆ

หลังจากนั้นก็ลองเสิร์ชดูว่า รุ่น Predator Marathon นี่มันมีดียังไงบ้าง แต่เจอน้อยมาก แทบไม่มีรีวิวเลย แต่ไปเจอข้อมูลว่า มีนักวิ่งเคนยาใส่รองเท้ารุ่นนี้วิ่งชนะฟูลมาราธอนในงาน Bangkok Marathon เมื่อปี ๒๐๑๕

เฮ้ยยยยยยยย หยั่งงี้มันก็ไม่ธรรมดาดิ ไม่ใช่แค่พาวิ่งจบระยะฟูลธรรมดา แต่คว้าแชมป์มาแล้วด้วย

ข้อมูลที่เจอเพิ่มบอกว่า น้ำหนัก ๒๑๕ กรัม ตอนนั้นอ่านแล้วคิดในว่า แม่งโม้หรือเปล่า น้ำหนักแค่นี้นี่ถือว่าโคตรเบาเลยนะ แล้วอีกเรื่องที่เพิ่มความน่าสนใจให้สูงขึ้นไปอีกคือ ราคา

คู่ละสองพันนิด ๆ เอง!!!

ตอนนั้นก็เลยตัดสินใจว่า เอาวะ ไปลองใส่ดู ถ้าไม่เลวร้ายก็ซื้อมาลองดู ขำ ๆ ถ้าไม่เวิร์กก็ไม่เสียดายมาก แต่ถ้าเวิร์กนี่มีเฮเลยนะ

ไปเจอที่ซูเปอร์สปอร์ต เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า มีสีเหลืองที่อยากได้ด้วย จริง ๆ ตอนนั้นมีรุ่นใหม่ออกมาแล้ว ชื่อว่า Pan Predator Ace แต่ว่าไม่รู้ไง ก็เลยลองแต่รุ่นนี้ แล้วอีกอย่างชอบสีของรุ่นนี้ด้วย รุ่น Ace มันสีทูโทน มันไม่โดน

ความรู้สึกแรกที่ลองคือ มันเบาจริงว่ะ เบาแบบเบาเลย วัสดุที่ทำตัว upper จะโปร่ง ๆ หน่อย ตัวพื้น outsole เป็นยางสีดำ ไม่รู้ทนแค่ไหน แต่ก็หนาประมาณนึงนะ ลองสวมดูแล้ววิ่งเหยาะ ๆ กลับไปกลับมาอยู่ในซูเปอร์สปอร์ตหลายรอบ เฮ้ย ก็โอเคนะ ไม่ได้เด้งแบบเด้งมาก แล้วก็ไม่ได้นุ่มจนยวบ กลาง ๆ ทั่วไป ตอนนั้นซูเปอร์สปอร์ตมีเซลพอดี ได้ลด ๒๐% เหลือ ๑,๘๐๐ กว่า ๆ ก็เลยจัดสีเหลืองสดใสกลับมาหนึ่งคู่

Pan Predator Marathon BoxPan Predator Marathon ใส่มาในกล่องหน้าตาอย่างนี้แหละ

ช่วงสองสามวันแรกยังไม่มีโอกาสได้ใส่วิ่ง ก็เอาไปใส่เดินออกกำลังกายตอนเย็นเป็นเพื่อนคุณภรรยาไปก่อน ตอนนั้นเริ่มคิดแล้วว่า จะเวิร์กมั้ยวะ? เพราะรู้สึกว่าตอนที่เดินอยู่ตรง heel cup (ภาษาไทยเรียกอะไรไม่รู้ ขออภัยนะฮะ) มันจะดันเท้าไปข้างหน้า แล้วทำให้ปลายเท้าไปชนหน้ารองเท้า ทีแรกนึกว่าเป็นเพราะยังไม่ชิน แต่ลองเดินอยู่สองสามวันก็เป็นทุกวัน ถ้าดูที่รูปแรกข้างบนจะเห็นว่าตัวส้นมันเอียงมาข้างหน้านิดนึง คิดว่าอาการที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุนี้แหละ

Pan Predator Marathon Unboxแกะกล่องออกมาใหม่ ๆ หมาด ๆ สีมันจะสดใสหน่อย

แล้วก็มาถึงวันที่ใส่วิ่งจริง ต้องบอกก่อนว่า คู่ก่อนหน้านี้ใส่ nike free flyknit ๔.๐ ปี ๒๐๑๕ (อ่าน รีวิว nike free flyknit ๔.๐ ปี ๒๐๑๕ และ รีวิวตอนวิ่งครบ ๓๗๐ โล) แล้วก็ไม่ใส่ถุงเท้า เพราะมันสบายมาก ตอนที่เอา Pan ไปลองก็ไม่ใส่ถุงเท้าเหมือนเดิม จะลองดูว่าจะโอเคมั้ย

PanPredatorMarathonOutsoleoutsole เป็นลวดลายแบบนี้ ยางยังใหม่กริ๊บอยู่เลย

ผลก็คือ โอเคมาก ด้านในรองเท้าไม่มีร่องรอยหรือวัสดุจากการผลิตมาขีดข่วนเท้าเรา (หรือว่าเป็นเพราะเท้าเรามันด้านจนไม่รู้สึกไปแล้ววะ?) ไม่มีปัญหาเรื่องเหงื่อ เพราะหน้าผ้าโปร่ง แม่งโปร่งมากจนแทบมองทะลุได้ ซึ่งก็ช่วยเรื่องการระบายอากาศ (แต่ปกติเราเป็นคนไม่มีปัญหาเรื่องเหงื่อที่เท้าเวลาวิ่งอยู่แล้วนะ)

พอมาใส่วิ่งแล้วความรู้สึกที่ว่า heel cup มันดันเท้าไปข้างหน้าก็ไม่เป็นแล้วนะ คงเป็นเพราะลักษณะการลงเท้าของการเดินกับการวิ่งมันไม่เหมือนกัน ส่วนเรื่องการรับแรงกระแทกก็ปกติทั่วไป เท่าที่ใส่วิ่งมา (ยังไม่เคยใส่วิ่งเกินระยะสิบกิโลฯ) ประมาณกิโลฯ ที่เจ็ดนี่จะเริ่มรู้สึกที่ฝ่าเท้าหน่อย ๆ อันนี้ต้องบอกก่อนว่าอาจเป็นเพราะเราเองยังซ้อมไม่ถึงก็ได้ เพราะเห็นในกลุ่มวิ่งใน fb มีหลายคนมาบอกว่าเอาไปลงงานวิ่งจบฮาล์ฟจบฟูลกันมาแล้ว

ทีแรกตั้งใจจะเขียนรีวิวนี้ตั้งแต่ที่ใส่วิ่งใหม่ ๆ แต่ด้วยความสงสัยว่า ยาง outsole ของรุ่นนี้ทนแค่ไหน ก็เลยรอจนใช้สักระยะนึงก่อน นี่ใส่วิ่งมา ๓๐๐ กิโลฯ แล้ว คิดว่าน่าจะพอเห็นภาพได้ ลักษณะการใช้งานจะวิ่งบนถนนในหมู่บ้านที่เป็นคอนกรีตอย่างเดียว ไม่เคยใส่ไปวิ่งที่อื่น การสึกหรอของ outsole ก็ตามภาพประกอบนะฮะ สำหรับผมถือว่าใช้ได้ ส่วนความหม่นหมองของสีเหลืองที่เคยสดใสอันนี้ก็ตามสภาพ ไม่เคยซัก ไม่เคยทำความสะอาดอะไรครับ

อัปเดต : ดูสภาพรองเท้าคู่นี้หลังใช้งานมา ๗๔๒ โล ได้ที่โพสต์นี้ครับ สภาพรองเท้าวิ่ง Pan Predator Marathon ระยะ ๗๔๒ โล

Pan Predator Marathon Right Heelสภาพส้นเท้าข้างขวาหลังวิ่งมาแล้ว ๓๐๐ กิโลฯ

Pan Predator Marathon Right Frontสภาพพื้น หน้าเท้าข้างขวาหลังวิ่งมาแล้ว ๓๐๐ กิโลฯ

Pan Predator Marathon Left Heelสภาพส้นเท้าข้างซ้ายหลังวิ่งมาแล้ว ๓๐๐ กิโลฯ

PanPredatorMarathonLeftFrontสภาพพื้น หน้าเท้าข้างซ้ายหลังวิ่งมาแล้ว ๓๐๐ กิโลฯ จะเห็นว่าสึกไปนิดนึง

PanPredatorMarathonRight300สภาพข้างขวาหลังวิ่งมาแล้ว ๓๐๐ กิโลฯ มันก็จะเยิน ๆ หน่อย

Pan Predator Marathon Rightสภาพข้างขวา (ด้านใน) หลังวิ่งมาแล้ว ๓๐๐ กิโลฯ

ช่วงหลัง ๆ เห็นคนมาโพสต์มาคอมเมนต์ถึงรองเท้ารุ่นนี้กันเยอะ ทำให้รู้ว่ามีคนใช้กันอยู่ไม่น้อยเลย ถ้า Pan ทำการตลาดดี ๆ ก็น่าจะไปได้อีกไกล นี่ล่าสุดเห็นมีออกรุ่นพิเศษ Bangkok Marathon 2017 เป็นลิมิเต็ด เอดิชั่น มีแค่ ๒๑๗ คู่ ก็ขายได้หมดนะ

ถ้าจะสรุปข้อดีข้อด้อยของ Pan Predator Marathon จากที่ใส่วิ่งมากว่า ๓๐๐ กิโลฯ ขอบอกว่า ข้อดีคือ

  • เบา
  • หน้ากว้าง ไม่บีบเท้า
  • วัสดุที่ทำตัวรองเท้าโปร่ง ระบายอากาศดี
  • พื้นยาง outsole ทนใช้ได้
  • ข้อสุดท้ายที่เด่นมากคือ ราคา เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มวลมหาชนมาก 5555

ส่วนข้อด้อย จริง ๆ จะเรียกข้อด้อยก็ไม่ตรงเสียทีเดียว เอาเป็นว่า สิ่งที่ไม่ถูกใจดีกว่า

  • ลิ้นรองเท้าหนาไปนิดนึง เวลาผูกเชือกแน่น ๆ แล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ถ้าบางลงสักนิดจะดีมาก
  • ข้อนี้ไม่เจอเอง แต่เห็นในเพจวิ่งมีคนมาคอมเมนต์หลายคน คือ เชือกผูกแล้วไม่ค่อยแน่น แต่พอผูกสองทบแล้วก็ไม่มีปัญหา

ใครที่หารองเท้าวิ่งคู่ใหม่อยู่อยากให้ไปลอง ชอบไม่ชอบก็ค่อยว่ากัน ลองดูนะครับ

หมายเหตุ เห็นมีคนคอมเมนต์กันว่า Pan Predator Marathon นี่หน้าตายังกะพี่น้องฝาแฝดกับ asics tarther japan กันเลย ก็เลยหารูปมาให้ดูเทียบกับรูปด้านบน (ขอบคุณรูปจากร้าน monster run นะครับ) เหมือนไม่เหมือนยังไงสรุปกันเอาเอง ฮ่า…

AsicsTartherJapanหมายเหตุสอง ต้องบอกก่อนว่าถึงคุณภาพมันจะคุ้มเกินราคา แต่มันก็เท่าที่รองเท้าราคาสองพันกว่าจะทำได้นะ ไม่อยากให้คาดหวังเกินจริง เอาไปเทียบกับพวก nike zoom fly ที่มีแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์อยู่ข้างใน หรือ ultraboost ที่โฟมเด้ง ๆ หรือรองเท้าของขาแรงอย่าง newton เพราะถ้าได้ขนาดนั้นพวกรองเท้าที่ราคาห้าพันหกพันอัปมันจะอยู่ยังไง ใช่มะ…

หมายเหตุสาม (ทำไมเยอะจังวะ?) เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา นักวิ่งชาวเคนยาสวมรองเท้า Pan Predator Ace (แต่ไม่ใช่รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ว่านะครับ) เข้าที่หนึ่งในงานวิ่ง Bangkok Marathon 2017 ด้วยเวลา ๒:๒๘ ชั่วโมง ครับ #แม่งวิ่งหรือบินวะ

Pan Predator Marathon Left Lateral

 

แม่พดด้วงลงงานวิ่งครั้งแรก

RunforWheels

เมื่อวานนี้แม่พดด้วงไปลงงานวิ่งครั้งแรก!!

[ในฐานะพ่อบ้านที่บิลต์คุณภรรยาให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกายได้ เริ่มจากการเดินตอนเย็นวันเสาร์อาทิตย์ จนมาถึงลงงานวิ่งระยะมินิ (๑๐.๕ กิโลเมตร) ได้ นี่เป็นความปลื้มปริ่มส่วนตัวเป็นอย่างมาก]

งานวิ่งที่ว่าชื่อว่างาน Run for Wheels วิ่ง ให้หมาได้ วิ่ง เป็นงานวิ่งการกุศลที่เอารายได้บริจาคให้มูลนิธิ ศ.ดร.จักร พิชัยรณรงค์สงคราม ซึ่งจะใช้ในการผลิตวีลแชร์สำหรับหมาพิการ เพื่อให้เดินได้สะดวกขึ้น

ก่อนลงวิ่งงานนี้แม่พดด้วงเตรียมตัวฝึกซ้อมมาเดือนกว่า ๆ วิ่งซ้อมเก็บระยะจริงเพื่อให้มั่นใจว่าวันจริงจะวิ่งได้ครบระยะ ไม่มีหยุดเดิน แล้วก็ไม่เจ็บแน่ ๆ

เมื่อวานเราตื่นตีสี่ เพื่อออกเดินทางไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จอดรถเสร็จเดินต่อไปที่โรงพยาบาลสัตว์ ที่เป็นจุดจัดงาน จุดสตาร์ตและเส้นชัย ก่อนปล่อยตัวก็มีการวอร์มกันเล็ก ๆ น้อย ๆ สลับกับเล็งหมาสารพัดสายพันธุ์ที่เจ้าของพามาวิ่งด้วย มีตั้งแต่ตัวเล็กกว่ากำปั้นอย่างชิวาว่า ไปจนถึงตัวใหญ่บิ๊กบึ้มอย่างไซบีเรียนและลาบราดอร์ โดยเราอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพดด้วงยังอยู่และถ้าเราพามันมางานนี้คงสนุกแน่ แม่มคงป่วนงานเขากระจุยแหง ๆ 5555

ตอนหกโมงปล่อยตัวนักวิ่งชุดแรก (ระยะมินิ) แม่พดด้วงไปวิ่ง เราก็ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยส่องนักวิ่ง เฮ้ย หมาที่มาวิ่งไปพลาง ๆ ระหว่างที่เขาทยอยปล่อยตัวนักวิ่งทีละชุด

จนใกล้เวลาตามที่แม่พดด้วงซ้อมเอาไว้ก็ไปยืนรอที่เส้นชัย รอถ่ายรูปจังหวะเข้าเส้นชัยไว้เป็นที่ระลึก ก่อนแม่พดด้วงเข้ามาแป๊บนึงมีนักวิ่งสาวขาววิ๊งมากจูงหมาวิ่งเข้ามา แล้วคนแถวนั้นก็วงแตกวิ่งมาถ่ายรูปน้องคนนี้กันใหญ่ เราก็งง ใครวะ

ดูดี ๆ สักพักถึงรู้ว่า แพนเค้ก

ก็ถือว่า เป็นเรื่องราวดี ๆ ของเมื่อวานนี้นะ

นิตยสารคู่สร้างคู่สม

นิตยสารคู่สร้างคู่สม ของคุณดำรง พุฒตาล ออกวางจำหน่ายฉบับแรกในปี ๒๕๒๓ โดยเป็นการต่อยอดมาจากรายการโทรทัศน์และวิทยุในชื่อเดียวกัน เนื้อหาข้างในเล่มจะเป็นเรื่องที่ผู้อ่านส่งมาและบทความจากนักเขียนประจำ รวมทั้งจากการจัดทำของทีมงานกองบรรณาธิการ

คอลัมน์ในฉบับล้วนได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็น หนุ่มจีบสาว สาวจีบหนุ่ม ผัวเมียละเหี่ยใจ รวมไปถึงคอลัมน์ดูดวง

ปัจจุบันคู่สร้างคู่สมออกวางจำหน่ายในรายสิบวัน (จากเดิมที่เป็นรายสัปดาห์) ช่องทางจำหน่ายที่สำคัญของคู่สร้างคู่สมคือ แผงหนังสือต่าง ๆ ปัจจุบันได้ลดจำนวนลงอย่างมาก และล่าสุดร้านสะดวกซื้อ 7-11 ได้ปรับนโยบายลดการจำหน่ายหนังสือและนิตยสารลง ทำให้คู่สร้างคู่สมได้รับผลกระทบในส่วนนี้ด้วย

ท่ามกลางกระแสขาลงของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสารทยอยปิดตัวกันไปทีละฉบับและหลายฉบับที่ปิดไปอยู่มายาวนานหลายสิบปี เมื่อหลายเดือนก่อนคุณดำรงไปเป็นวิทยากรบรรยายที่กระทรวงต่างประเทศ ในหัวข้อสถานการณ์สื่อ คุณดำรงยังคงยืนยันว่า นิตยสารคู่สร้างคู่สมยังอยู่ได้…

นิตยสาร THE WISDOM ฉบับตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๖๐

THE WISDOM magazine october - december 2017

นิตยสาร THE WISDOM ที่ธนาคารกสิกรไทยแจกให้กับลูกค้ากลุ่ม Wisdom ฉบับล่าสุด (ตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๖๐) ออกแบบปกเป็นรูปในหลวงรัชกาลที่ ๙ และพิมพ์นูนในบางจุดเพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่แตกต่างเวลาลูบไปบนปก

THE WISDOM magazine october - december 2017

ส่วนเนื้อหาภายในเล่มก็มีส่วนพิเศษที่เป็นการสัมภาษณ์บุคคลในแวดวงต่าง ๆ ที่ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้อย่างใกล้ชิด อาทิ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล และปราโมทย์ ไม้กลัด เป็นต้น โดยแต่ละคนได้มาเล่าถึงชีวิตเมื่อครั้งที่ถวายงานรับใช้ รวมไปถึงความประทับใจและข้อคิดต่าง ๆ ที่ได้จากพระองค์

สำหรับเนื้อหาปกติทั้งที่เป็นบทความในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

ใครสนใจลองสอบถามไปที่ธนาคารกสิกรไทย แต่ถ้าไม่ได้เป็นลูกค้าระดับ Wisdom ก็ไม่รู้ว่าเขาจะให้หรือเปล่านะ ต้องลองเจรจาดู

๑๗ องศาเหนือ


อ่านเรื่องราวของจ่าตุ้ย พันเข็ม ใน “๑๗ องศาเหนือ” ก่อนจะต่อด้วยวีรกรรมของย้อย กฤษดาวินิจ ใน “๑๖ องศาเหนือ”

ธงไตรรงค์ที่ ‘เทียนอันเหมิน’

ในโอกาสที่วันนี้เป็นวันครบรอบ ๑๐๐ ปี ธงไตรรงค์ เห็นใครหลายคนแชร์ภาพธงไตรรงค์กันมา ผมเองเคยถ่ายภาพธงไตรรงค์เก็บไว้แค่ครั้งเดียว คือภาพด้านบนของโพสต์นี้

ภาพนี้ถ่ายเอาไว้เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘ เป็นภาพธงไตรรงค์ประดับคู่อยู่กับธงชาติจีนที่จตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง

ธงไตรรงค์ได้รับเกียรติประดับไว้ที่จตุรัสเทียนอันเหมินในช่วงเช้าของวันนั้น เนื่องจากมีการจัดงานครบรอบ ๓๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ที่หอประชุมใหญ่ (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) ในบริเวณนั้น โดยนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นคือ ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางไปร่วมงานเองพร้อมคณะที่เป็นนักการเมืองและนักธุรกิจจำนวนหนึ่ง (ซึ่งนอกจากงานพิธีดังกล่าวแล้วยังมีกิจกรรมอื่นด้วย แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้)

ตอนที่หยิบกล้องออกมาถ่ายภาพนี้คิดแค่ว่า แปลกดี มีธงไทยมาโบกสะบัดอยู่ที่เทียนอันเหมินหน้าท่านประธานเหมา

เหยี่ยวเดือนเก้า

เหยี่ยวเดือนเก้า เล่ม ๑

“ในโลก มีสักกี่คนที่สามารถเลือกวิถีชีวิตของตนเองตามความพอใจ”

เหยี่ยวเดือนเก้า, โก้วเล้ง (ว. ณ เมืองลุง แปล)

Last Issue: Health & Cuisine ฉบับ ๑๙๙ สิงหาคม ๒๕๖๐

Health & Cuisine ฉบับที่ ๑๙๙ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๐

นิตยสาร Health & Cuisine ของบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ฉบับล่าสุดเดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ เป็นฉบับที่ ๑๙๙ และเป็นฉบับสุดท้ายของนิตยสารฉบับนี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับแฟนนิตยสารแนวทำอาหารลักษณะนี้คงใจหายไม่น้อย เพราะเมื่อเดือนที่แล้วนิตยสาร ครัว ก็เพิ่งปิดตัวไปหลังจากที่ยืนระยะบนแผงมาได้ยาวนานถึง ๒๔ ปี

คุณเมตตา อุทกพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งนิตยสาร Health & Cuisine ระบุสาเหตุของการปิดตัวเอาไว้ในเล่มว่า

“ปัญหาใหญ่คือความนิยมของสินค้าโฆษณาที่มีทางเลือกอื่น ๆ มากขึ้น ทำให้หน้าโฆษณาในนิตยสาร Health & Cuisine ลดลงจนไม่คุ้มกับการทำนิตยสารต่อไป”

แต่ก็ใช่ว่า Health & Cuisine จะหายไปเลยนะครับ เพราะได้เปลี่ยนรูปจากอนาล็อกไปเป็นดิจิทัล ไปอยู่ที่เว็บไซต์ goodlifeupdate.com และที่ facebook fan page ในชื่อว่า Health & Cuisine

แฟน ๆ นิตยสารและผู้สนใจเรื่องราวอาหารและสุขภาพก็ขอเชิญติดตามกันได้ทางช่องทางใหม่ที่เขาบอกมานะครับ 😊

ติดตาม What We Read Blog อีกหนึ่งช่องทางได้ที่ https://www.facebook.com/whatwereadblog/

คิดแค่ ๑ แต่ได้ผล ๑๐๐

คิดแค่ ๑ แต่ได้ผล ๑๐๐

“ไม่ว่าผู้คนจะต้องการสิ่งใด คนที่สามารถจัดหาสิ่งนั้นให้พวกเขาได้ก็จะอยู่รอดถึงแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปสักแค่ไหนก็ตาม นี่คือกฎเกณฑ์เพียงข้อเดียวของการทำธุรกิจ”

หนังสือ : คิดแค่ ๑ แต่ได้ผล ๑๐๐
ผู้เขียน : โมะริกะวะ อะกิระ
สำนักพิมพ์ : วีเลิร์น

ติดตาม What We Read Blog อีกหนึ่งช่องทางได้ที่ https://www.facebook.com/whatwereadblog/

คนที่ “ใช่”

การหาใครซักคนมาแทนคนที่จากไปนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กว่าจะมีโอกาสได้เจอกัน ถูกชะตากัน นั่งคุยกัน รอบแรก รอบสอง มีหลายคนที่ทีแรกคิดว่าใช่ พอคุยกันไปมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้นได้ข้อสรุปว่า ไม่ใช่ ก็ต้องจากกันไป

บางครั้งได้เจอคนที่คิดว่าใช่แล้ว แต่คนนั้นกลับคิดว่าเราไม่ใช่ ก็ต้องลาจากอีกเหมือนกัน

เรื่องแบบนี้แต่ละคนใช้เวลาเร็วช้าไม่เท่ากัน แต่ถ้าเราตั้งใจ จริงใจและมีความอดทนพอ สักวันเราจะเจอคนที่ใช่

เหมือนที่เมื่อวานนี้หลังจากคุยกันมาพอสมควร เราคิดว่าเธอน่าจะใช่ เธอเองก็ไม่มีพันธะอะไร สุดท้ายเลยเอ่ยถามไปว่า ถ้าพี่ตกลงรับ น้องจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่?

สัมภาษณ์เลขาฯ แผนกมาหลายคนเจอที่ใช่เสียที หลังจากหามานาน ที่พูดมาทั้งหมดนี่หมายถึงการหาพนักงานมาร่วมทีมแทนคนที่ลาออกนะฮะ อย่าคิดไปเรื่องอื่น นี่เพิ่งได้มาคนนึง ยังมีตำแหน่งอื่นอีก…