มาวิ่งกันเถอะ

nike free 4.0 flyknit

ผมเพิ่งซื้อรองเท้าวิ่งคู่ใหม่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จะเอามาใช้แทนคู่เดิมที่โทรมไปตามการใช้งาน (พื้นสึกส้นก็สึก) จะว่าไปจริง ๆ ก็ยังใช้ได้อยู่หรอก แต่คนเราบางครั้งก็พ่ายแพ้ให้แก่กิเลสบ้างเหมือนกัน ก็ได้แต่แก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ ว่า เอาวะ ถึงจะจ่ายเงินไปหลายพันแต่ก็เอามาใช้งานจริง ๆ แถมยังใช้เพื่อสุขภาพด้วย ดีกว่าเอาไปทำอย่างอื่นน่า

ข้อแก้ตัวนี้เป็นเรื่องจริง ต้องเล่าย้อนหลังกันนิดนึงว่า แต่ไหนแต่ไรมาผมไม่เคยออกกำลังกายแบบจริงจังได้เลย จนกระทั่งเมื่อประมาณสามหรือสี่ปีก่อนที่เริ่มมาคิดว่า ถ้าหาก (กู) ไม่ทำอะไรกับสุขภาพตัวเองซะบ้าง แก่ตัวไปเกิดเป็นโรคอะไรขึ้นมาท่าจะลำบาก ต่อให้บรรลุเป้าหมายมีอิสรภาพทางการเงิน แต่นอนพะงาบอยู่บนเตียงตลอดวันนี่ไม่ไหวแน่ คิดได้อย่างนี้ก็เลยเกิดลูกฮึดที่จะออกกำลังกายขึ้นมา

หมายเหตุ ๑ : ข้อความหลังจากนี้เป็นความเชื่อของผมล้วน ๆ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือคล้อยตาม บางเรื่องอาจมีเหตุผลรองรับ บางเรื่องก็ไม่มี แต่ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความคิดกันนะฮะ

หลังจากคิดสะระตะอะไรหลายอย่างแล้ว สรุปว่า วิ่งนี่แหละวะน่าจะดีที่สุด ด้วยเหตุผลว่า หนึ่ง เป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก (ไม่อธิบายนะฮะ ลองเสิร์ชดูเอาเอง) สอง ได้เหงื่อ (อันนี้สำคัญ เพราะเคยไปหัดโยคะแล้วเจอปัญหาว่า เล่นแล้วเหงื่อไม่ออก รู้สึกมันอึดอัดมาก อารมณ์เหมือนคนปวดขี้แต่ขี้ไม่ออก ประมาณนั้น – แต่จริง ๆ โยคะนี่ก็ดีนะ)

สาม ถูก (หรือจะว่าประหยัดก็ได้) ใช้เสื้อยืดที่มีอยู่แล้ว กางเกงขาสั้นก็มี ซื้อรองเท้าดี ๆ คู่เดียวก็พอ ค่าสนามค่าสระไม่ต้องเสีย ค่าลูกไม่มี สี่ เล่นคนเดียวได้ นี่ก็จำเป็น เพราะทุกวันนี้ไม่มีใครคบ จะเล่นอะไรที่เป็นกลุ่มเป็นทีมกว่าจะนัดกันได้ครบ เหนื่อยกว่าอีก จะออกไปวิ่งนี่จะไปตอนเช้าก็ได้ เย็นก็ได้ ไม่ต้องรอใคร ห้า สะดวก ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล วิ่งในหมู่บ้านได้เลย ไม่ต้องกลัวเจอโจทย์ หรือจะมีใครดักตีหัว ได้ห้าข้อนี่ก็พอล่ะ

ข้อสี่กับข้อห้านี่สำคัญมาก โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้น ลองไปถามคนรอบตัวดูเถอะอย่างน้อยต้องมีสักครึ่งนึงแหละที่บอกว่าอยากจะออกกำลังกาย แต่ที่ไม่สามารถทำได้เพราะปัจจัยที่คอยขัดขวางมันเยอะ บ้างก็ไม่มีเวลา บ้างก็ไม่มีเพื่อน บางคนไม่มีอุปกรณ์ บางคนสนามอยู่ไกล บางคนเจอแม่มหลายอย่างที่ว่ามานี่เลย สรุปว่าอยากทำแต่ไม่ได้ทำซักที เพราะอย่างนี้ก็เลยต้องพยายามหาวิธีออกกำลังกายอะไรที่มีปัจจัยขัดขวางน้อยที่สุด เพื่อให้เริ่มได้ง่ายและทำได้ต่อเนื่อง อันนี้ก็แล้วแต่วิธีใครวิธีมันนะฮะ

ได้ข้อสรุปมาแบบนี้ แต่เพื่อความแน่ใจมันก็ต้องลองดูก่อน เพื่อเป็นการเช็ก proof of concept ก็เลยไปซื้อรองเท้าวิ่งธรรมดา ๆ มาคู่นึง เอาแบบไม่แพง ไม่เกินสองพัน เพื่อที่ว่าถ้าลองวิ่งแล้วไม่ใช่จะได้ไม่เสียดายเงิน ก็ซื้อ new balance มาใช้เพราะได้ยินว่า มีไซส์ที่หน้าเท้ากว้าง วิ่งแล้วจะได้ไม่รัด ไม่อึดอัด ลองวิ่งดูได้สักอาทิตย์ก็ใช่แล้วเว้ย วิ่งนี่แหละ รอดแน่

พอตัดสินใจว่าจะวิ่ง มันก็น่าจะจบแต่ยังไม่จบ เพราะมีเสียงเตือนกันเยอะเรื่องอายุเริ่มเยอะมาวิ่งให้ระวังเข่าจะมีปัญหา ทีนี้ก็จำได้ว่า เมื่อหลายปีก่อนมีพี่ที่สำนักเดียวกันทำบทความการออกกำลังกายของผู้บริหารคนไทยที่อยู่ธนาคารต่างชาติคนนึง ตอนนั้นแกอายุห้าสิบกว่าแล้วมั้ง แกออกกำลังกายด้วยการวิ่งแล้วแกบอกว่า มันมีวิธีที่วิ่งแล้วไม่เป็นอันตรายกับเข่า คือ วิ่งอย่าเอาส้นเท้าลง ซึ่งแกต้องฝึก พอฝึกได้แล้วทีนี้ก็สบาย วิ่งได้วิ่งดี

ปัญหาคือ แกไม่ได้บอกว่าฝึกยังไง (ฟระ?) ก็เลยเสิร์ชเอาในเน็ต เสิร์ชไปเสิร์ชมาก็เจอข้อมูลผลการศึกษาของมหาวิทยาลัย Harvard ว่า การวิ่งโดยเอาเท้าส่วนหน้าหรือกลางเท้าลงพื้น (เขาเรียกงี้เปล่าไม่รู้นะ แปลมาจาก forefoot strike หรือ midfoot strike) จะมีแรงที่เกิดขึ้นน้อยกว่าการเอาส้นเท้าลง (heel strike) ซึ่งอาจจะ (อาจจะนะ) ส่งผลให้มีโอกาสบาดเจ็บน้อยลงตามไปด้วย

ดูข้อมูลพวกนี้แล้ว ก็เชื่อตามเค้านะ ทีนี้พอจะวิ่งแบบนี้มันก็ต้องหารองเท้าวิ่งที่เหมาะกับสไตล์นี้ด้วย เพราะรองเท้าวิ่งส่วนใหญ่ที่ขายกันอยู่ทำมาเน้นให้วิ่งเอาส้นเท้าลง (พวกที่มีส้นหนา ๆ ที่เอาไว้รองรับแรงกระแทกทั้งหลาย) ซึ่งมันไม่เอื้อกับการวิ่งแบบเอาหน้าเท้าหรือกลางเท้าลง นี่เองจึงเป็นที่มาของการหาข้อมูลรองเท้าก่อนซื้อ

เลือกไปเลือกมาสุดท้ายเหลือสองตัวเลือกต้องไปลองของจริงคือ new balance minimus road 10V2 กับ nike free 4.0 ลองใส่ทั้งสองคู่ วิ่งอยู่ในซูเปอร์สปอร์ต คนแม่มก็มอง ไอ้ห่านี่ทำอะไร เราก็ไม่สนใจ กูมาซื้อรองเท้าวิ่ง กูก็ต้องลองวิ่งสิวะ สุดท้ายตัดสินใจเลือก new balance เพราะถูกกว่า เฮ้ย ไม่ใช่ เพราะใส่สบายกว่า แล้วที่สำคัญ แม่มโคตรเบา เบามากกกกกกก ตอนหาข้อมูลซื้อคู่ใหม่นี่ยังไม่เจอคู่ไหนเบาได้เท่าคู่นี้อีกเลยนะ ทั้งสองข้างหนักรวมกัน ๑๘๔ กรัม ข้างนึงไม่ถึงขีดอ่ะ

newbalance minimus road 10v2สภาพปัจจุบัน วิ่งมาแล้วพันกว่ากิโลฯ

ใช้รองเท้าคู่นี้มาตลอด รวมระยะแล้วพันกว่ากิโลฯ จนกระทั่งมีเหตุให้หยุดวิ่งไปปีกว่า ๆ ช่วงนี้กลับมาวิ่งใหม่ก็เกิดกิเลส จริง ๆ คู่นี้ก็ยังใช้ได้อยู่แหละ แต่อยากได้คู่ใหม่ไง เลยมานั่งหาข้อมูลอีกรอบ ทีแรกก็ว่าจะเอารุ่นใหม่ของคู่เดิมคือ minimus road 10V3 แต่เท่าที่เช็กดูไม่เห็น new balance เอารุ่นนี้เข้ามาขาย ก็กลับมาหาข้อมูลใหม่ เลือกไปเลือกมาดูสารพัดยี่ห้อ เปิดดูเว็บรีวิวเว็บโน้นเว็บนี้ ดู youtube เปรียบเทียบ เลือกคู่เปรียบมาได้สองรุ่น เหมือนรีแมทช์ครั้งที่แล้วเลยนะ เพราะอันดับหนึ่งที่จะไปลองเป็น new balance 1500 เบอร์สองเป็น nike free 4.0 flyknit ไปถึงซูเปอร์สปอร์ต พนักงานบอกไม่มี รุ่นนี้ไม่ได้เอาเข้ามา เราก็อะไรวะ เดินออกไปที่ช็อป พนักงานก็บอกว่าไม่มีเหมือนกัน อ้าวเลยทีนี้

nike_4_flyknit_2สีสองข้างไม่เหมือนกันซะทีเดียว พนักงานบอกว่า อันนี้ปกติ

nike free 4.0 flyknit outsoleอันนี้พื้นรองเท้า ที่เห็นดำ ๆ นั่นไม่ใช่อะไร เอาไปวิ่งมาแล้วครั้งนึงฮะ

สุดท้ายเดินเข้าช็อป nike กะว่าไปลองดูก่อน ถ้าไม่ชอบก็ไม่เอา แต่ปรากฎว่าชอบแฮะ ก็เลยเรียบร้อยโรงเรียน nike ไปด้วยประการฉะนี้…

หมายเหตุ ๒ : ที่เล่ามายืดยาวนี่ไม่ได้มีเจตนาจะอวดอะไร แค่อยากบอกเล่าวิธีคิดที่มาออกกำลังกายด้วยการวิ่งและวิธีคิดในการซื้อรองเท้าวิ่ง รวมทั้งข้อมูลที่หามาได้ เผื่อว่าใครที่กำลังคิดจะซื้อรองเท้าวิ่งอยู่พอดีจะได้ประหยัดเวลาหรือเอาไปต่อยอดอะไรได้นะฮะ

หมายเหตุ ๓ : จะเห็นได้ว่าอะไรบางอย่าง (หรือหลายอย่าง) ที่เราตั้งใจ เราอุตส่าห์วางแผน หาข้อมูลมาอย่างดิบดี บางทีมันก็มีเหตุให้ไม่เป็นไปตามที่หวังและตั้งใจได้เสมอ เหมือนอย่างที่พระท่านบอกว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เรื่องนี้ฝรั่งมันถึงกับสรุปออกมาเป็นกฎเลยนะ เรียกว่า Murphy’s Law บอกว่า Anything that can go wrong, will go wrong. แปลเป็นไทยแบบเด็กบ้านนอกอย่างผมได้ว่า อะไรที่แม่มจะผิดพลาดได้ แม่มก็จะผิดพลาดจนได้แหละน่า พอเรารู้อย่างนี้ สิ่งที่ตามมาก็คือ การวางแผนสำรอง มีแผนสองเตรียมเอาไว้กรณีที่แผนแรกมันไม่เป็นอย่างที่คิด จังหวะจะได้ไม่สะดุด นั่นล่ะฮะ ท่านผู้ชมฮะ

หมายเหตุ ๔ : อันนี้เป็นเก็บตกจากการหาข้อมูล ได้ยินมาหลายเสียงว่ารองเท้ายี่ห้อนึงดีมาก ๆ ใช้ gel ในการซับแรงกระแทก ชูเรื่องนี้เป็นจุดขาย ก็เลยนั่งหาข้อมูล ปรากฎว่า ตึ่งโป๊ะ!!

ไปเจอเว็บรีวิวรองเท้าวิ่งที่ลงทุนผ่ารองเท้ายี่ห้อนี้ให้ดูว่า gel ที่ว่าดีน่ะยังไง ยังไงจ๊ะ ผลที่ได้คือตามรูปจ้ะ

ฝรั่งใช้คำว่า marketing scam นะฮะ คือใช้ gel ก้อนเท่าขี้แมวอยู่สองก้อนเท่าที่เห็นนั่นล่ะ อารมณ์ประมาณเราเห็นโฆษณาแฮมเบอร์เกอร์ทางทีวี เนื้องี้ฉ่ำ juicy มาก ผักก็ดูสดกรอบน่ากินอิ๊บอ๋าย พอไปถึงที่ร้าน เฮ้ย เนื้อไหงมันแห้งงี้อ่ะ ผักก็เหี่ยว อี๋เลย

แต่ถึงยังงั้นนะในส่วนที่ด่าคนรีวิวมันก็ด่า แต่ก็สรุปให้คะแนนออกมาในเกณฑ์ดีใช้ได้ เพราะอย่างอื่นมันก็โอเคอยู่

2 thoughts on “มาวิ่งกันเถอะ

  1. ผ้า knit นี่มันยั่วใจจริงๆ อยากได้ nike แต่เดี๋ยว คู่ที่ใช้อยู่ ซื้อมายังไม่ถึงปีเลย

    1. งั้นต้องตัดใจ หรือไม่งั้นก็ซื้อแม่มเลย ให้เหตุผลกับตัวเองว่า เอามาใช้สลับกัน… 🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s