เป้าหมายในชีวิต

เป้าหมายในชีวิต

เมื่อเสาร์-อาทิตย์ก่อนที่แผนกผมออกไปสัมมนานอกสถานที่กัน วิทยากรเป็นนายทหารระดับพันเอกมาจากกองทัพบก ในช่วงหนึ่งของการสัมมนา วิทยากรตั้งคำถามว่า เรามีเป้าหมายอะไรในชีวิต?

คำถามข้อนี้ผมตอบได้ทันที ไม่ต้องคิดเลย เพราะอยู่ในความคิดมาตลอดเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ก็คือ อิสรภาพทางการเงิน

ฟังแล้วอาจจะคิดว่า ไอ้นี่โคตรทุนนิยม บูชาเงิน อยากอยู่สบายๆ ไม่ต้องทำงาน เพราะคนส่วนมากเขาก็อยากมีความสุข อยากให้ครอบครัวมีความสุข อยากให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วยกัน

เปล่าเลย ผมไม่ได้ตั้งเป้าหมายแบบนี้เพื่อที่จะไม่ต้องทำงาน เอาเข้าจริงผมนึกภาพตัวเองอยู่เฉยๆ ไม่ทำงานไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ผมแค่อยากมีอิสรภาพทางการเงิน เพื่อจะทำงานอะไรก็ได้ที่ผมอยากทำ ไม่จำเป็นต้องทนทำงานที่ไม่อยากทำเพียงเพราะต้องหาเงินไปเลี้ยงชีพ ผมอยากเลือกได้ว่าทีมงานคนไหนที่อยากร่วมงานด้วย ลูกค้าคนไหนที่ผมอยากทำงานด้วย ใครที่ไม่ซิงค์กันก็ขอเถอะ

แน่นอน อยากจะทำอย่างนี้ได้ต้องไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน

การที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างนี้ มันนำไปสู่การปรับแนวคิดและการปฏิบัติอีกหลายอย่างที่ตามมา

ประการแรก ผมรู้อยู่เต็มอกว่า สายงานที่ทำเลี้ยงชีพอยู่นี้ไม่ได้ผลตอบแทนมากมายอะไรเมื่อเทียบกับสายงานอื่น เมื่อเป็นอย่างนี้ ถ้าอยากจะมีอิสรภาพทางการเงินก็ต้องรู้จักอดออม เก็บสะสมและลงทุนให้งอกเงย ซึ่งก็นำไปสู่รูปแบบการใช้ชีวิต (หรือจะเรียกว่า ไลฟ์สไตล์) ที่เรียบง่าย กินง่าย อยู่ง่าย ไม่บ้าแบรนด์ ไม่วัตถุนิยม เลือกซื้อเลือกใช้อย่างคุ้มค่า อาจจะไม่ถึงขนาดคำกล่าวที่ว่า “ถ้าอยู่อย่างจนเราจะไม่จน ถ้าอยู่อย่างรวยเราจะไม่รวย” แต่ก็เป็นคติที่พอจะใกล้เคียง ที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตมันไม่มาก เป้าหมายที่วางไว้จะได้มาถึงเร็วหน่อย

ประการต่อมา ไม่ว่าจะเก็บเงินได้มากแค่ไหน แต่ถ้าสุขภาพมีปัญหา มันจะไปมีความสุขอะไร ทำอะไรก็ไม่ได้ เงินที่มีก็ต้องเอาไปรักษาตัว ทำให้ต้องรักษาสุขภาพกันอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยออกกำลังกายได้สำเร็จเลย แต่ปีที่แล้วสามารถลุกมาวิ่งตอนเช้าได้ จนตอนนี้ทำได้สม่ำเสมออยู่ตัวแล้ว รู้สึกได้ว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น สุขภาพดีขึ้น บวกกับใส่ใจในเรื่องอาหารการกินมากขึ้น กินผักมากขึ้น ลดอาหารที่คอเลสเตอรอลสูงไปบ้าง ลดน้ำอัดลมบ้าง ก็หวังว่าจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคในยามที่สูงวัยกว่าตอนนี้ได้

อีกประการหนึ่งที่ต้องคอยเตือนตัวเองเอาไว้ก็คือ เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้มันก็คือความตั้งใจของเรา ซึ่งในบางครั้ง (หรือหลายครั้ง) อาจมีปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้มาทำให้มันบิดเบนไปบ้าง ก็อย่าได้ท้อใจ อย่าเพิ่งล้มเลิกไปก่อน มันอาจจะเสียเวลาไปบ้าง มีอุปสรรคบ้าง แต่ถ้าเราตั้งใจจริง อดทนอยู่กับมันจริงๆ วันนึงเราต้องไปถึงเป้าหมายได้แน่ หรือถ้าไม่ถึงมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเท่าไหร่ สำนวนฝรั่งบอกว่า Reach for the moon, even if you miss, you will land among the stars.

เหมือนอย่างเป้าปืนในรูปประกอบข้างบนนั่นแหละ ทุกคนเล็งที่ตรงกลางเป้า แต่ผลที่ออกมาอาจจะหลุดไปบ้าง เฉไปบ้าง ไม่เข้าตรงกลางแต่มันก็ยังได้คะแนนนะ…

๓๐ ปี ‘๑๙๘๔’

เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๑๙๘๔ ระหว่างการถ่ายทอดสดการแข่งขัน Super Bowl ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์ที่มีเรตติ้งจำนวนผู้ชมสูงสุดของปี Apple ได้ออกอากาศโฆษณาเปิดตัว Macintosh เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของบริษัท

โฆษณาตัวนั้นมีชื่อว่า ‘๑๙๘๔’ ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับการกล่าวขาน (อย่างไม่เป็นทางการ) ว่าเป็นโฆษณาทางทีวีที่ดีที่สุดที่เคยมีมา

๑๙๘๔ เป็นผลงานของเอเจนซี่ Chiat/Day กำกับโดย Ridley Scott ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานคลาสสิคอย่าง Alien และ Blade Runner

มีความเชื่อกันว่าโฆษณาชิ้นนี้มีการออกอากาศเพียงครั้งเดียว แต่ความจริงแล้วมีการออกอากาศฉบับเต็มก่อนหน้า Super Bowl เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๑๙๘๓ ก่อนเวลาเที่ยงคืน ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้เข้าเกณฑ์สามารถส่งโฆษณาชิ้นนี้เข้าประกวดในปีนั้นได้ นอกจากนี้ยังมีการออกอากาศฉบับ ๓๐ วินาทีในอีก ๑๑ เมืองของสหรัฐฯ ด้วย

เพื่อให้เห็นถึงการพัฒนาทางเทคโนโลยีในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมา ลองดูข้อมูลเปรียบเทียบเครื่อง Macintosh รุ่นแรก กับ iPhone 5c ดูครับ

เปรียบเทียบ Macintosh รุ่นแรก กับ iPhone 5c

พดด้วง ออน เดอะ บีช

090

เมื่อหลายปีก่อนมีโอกาสพาพดด้วงไปปราณบุรี เป็นการไปเที่ยวทะเลครั้งแรกของพดด้วงหลังจากที่ขึ้นเหนือไปรับอากาศหนาวมาแล้วหลายครั้ง ภาพชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้จากการไปทะเลครั้งนั้น

051
ครั้งแรกที่ลงไปชายหาด คุณพี่ไปผูกมิตรกับเจ้าถิ่นก่อน

052
แล้วบังเอิญว่าเจ้าถิ่นเป็นตัวเมีย ก็เลยเกิดการขอสำรวจกันนิดนึง

082
ตอนนี้หลังจากลงเล่นน้ำทะเลมาแล้วก็ขึ้นมาพักผ่อนอิริยาบถ

083
แต่ เอ๊ะ นอนคลุกแล้วสนุกดีนี่หว่า ที่บ้านไม่มีอย่างนี้ให้เล่น เอาซะหน่อย

089
สภาพก็เลยเป็นอย่างนี้แหละครับ

ซ่อน (Stay Close)

ซ่อน (Stay Close)

ซ่อน (Stay Close) นิยายแนวสืบสวนสอบสวนโดยฮาร์ลาน โคเบน เล่มนี้เป็นเล่มเดี่ยว ไม่ได้อยู่ในชุด Myron Bolitar และ Mickey Bolitar ที่เคยเขียนถึงมาก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีผู้ชายที่หายตัวไปเมื่อ ๑๗ ปีก่อนและผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนั้นต่างก็แยกย้ายไปดำเนินชีวิตของตัวเอง บางคนเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม เปลี่ยนประวัติความเป็นมาแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ บางคนชีวิตและหน้าที่การงานตกต่ำลง

เรื่องคงจะไม่มีอะไรถ้าหากไม่ได้เกิดเหตุการณ์คนหายในลักษณะที่คล้ายคลึงกันขึ้นมาอีก แล้วก็พอดีกับตัวเอกบางตัวเกิดโหยหาชีวิตในอดีตขึ้นมา ทำให้มีการขุดคุ้ยและปะติดปะต่อเหตุการณ์คนหายทั้งสองกรณีขึ้นมาเพื่อตามหาความจริง

พลอตเรื่องและการเล่าเรื่องน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเฉพาะตอนเฉลยตัวฆาตกรที่ต้องบอกว่าฝีมือเหนือชั้นจริงๆ เพราะความจริงมันอยู่ตรงหน้าเรานี่เอง เพียงแต่เรามองไม่เห็น

เพิ่งอ่านงานของฮาร์ลาน โคเบน มาสามเรื่อง สนุกทุกเรื่องแต่เรื่องนี้สนุกที่สุด…ขนาดนั้น

ซ่อน (Stay Close)
ผู้เขียน : ฮาร์ลาน โคเบน
ผู้แปล : มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ราคา : ๒๙๕ บาท

หมายเหตุ : มีจุดที่ผู้แปลแปลผิดที่หน้า ๒๙๙ เข้าใจว่าเป็นเพราะผู้แปลไม่คุ้นเคยกับสำนวนกีฬาทางฝั่งอเมริกัน หวังว่าทางสำนักพิมพ์จะมีการแก้ไขในการพิมพ์ครั้งต่อไปครับ

เฉียด (Seconds Away)

เฉียด (Seconds Away)

นิยายสืบสวนสอบสวนจากฮาร์ลาน โคเบน (Harlan Coben) ชุดนี้ตัวเอกชื่อ Mickey Bolitar ซึ่งเป็นหลานของ Myron Bolitar (ตัวเอกของชุดก่อนหน้า)

Mickey Bolitar เป็นนักเรียนมัธยมปลายที่บังเอิญสาวสวยเพื่อนร่วมโรงเรียนและแม่ถูกยิง จนแม่ของเพื่อนเสียชีวิต ก็เลยต้องออกแรงสืบเพื่อหาตัวผู้ลงมือตามแนว Whodunit โดยในระหว่างนั้นก็มีความวุ่นวายในชีวิตประจำวันตามประสาวัยรุ่นในโรงเรียนมัธยมปลายเข้ามาประกอบเป็นน้ำจิ้ม

สนุกไม่แพ้ชุด Myron Bolitar นะครับ

เฉียด (Seconds Away)
ผู้เขียน : ฮาร์ลาน โคเบน (Harlan Coben)
ผู้แปล : มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์

หมายเหตุ : เล่มนี้พบจุดที่ปรู๊ฟผิดอยู่ ๓-๔ จุด คาดว่าทางสำนักพิมพ์จะแก้ไขให้เรียบร้อยถ้ามีโอกาสพิมพ์ซ้ำ

พลาด (One False Move)

พลาด (One False Move) ผู้เขียน : ฮาร์ลาน โคเบน (Harlan Coben) ผู้แปล : อริณี เมธเศรษฐ สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์ ราคา : ๒๓๕ บาท

นิยายสืบสวนสอบสวนในชุด Myron Bolitar ซึ่งเป็นชื่อของตัวเอกที่ไม่ได้เป็นตำรวจ ไม่ได้เป็นนักสืบ แต่เป็นตัวแทนนักกีฬา (แบบเดียวกับ Tom Cruise ใน Jerry Maguire) ในเล่มนี้ตัวเอกเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัจจุบันที่ทำให้ต้องสืบหาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อนและส่งผลต่อเนื่องให้มีคนตายหลายคน

นอกจากพลอตเรื่องแล้วจุดที่ชอบอีกอย่างคือ ตัวเอกมีลักษณะชอบกล่าวถึงเหตุการณ์หรือคนอื่นเชิงเปรียบเทียบในแบบ “เหน็บ” และเสียดสี เช่น เอ่อ…อย่าเล่าดีกว่า ต้องอ่านเจอเอง

อ่านสนุกจนตั้งใจว่าต้องหาเล่มอื่นในชุดเดียวกันมาอ่านอีก ขนาดนั้น…

พลาด (One False Move)
ผู้เขียน : ฮาร์ลาน โคเบน (Harlan Coben)
ผู้แปล : อริณี เมธเศรษฐ
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์

วาระแห่งปี ๒๕๕๗

2014 resolution

ปกติแล้วปีใหม่แต่ละปีที่มาถึงผมไม่เคยมีวาระที่จะทำอะไรเป็นพิเศษ (อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า resolution) แต่เมื่อต้นปีนี้ (๒๕๕๖) เกิดนึกคึกอะไรขึ้นมาไม่รู้ นั่งทำรายการสิ่งที่อยากจะทำให้ได้ในปีนี้เอาไว้ ๔-๕ ข้อ แล้วก็พยายามตั้งใจทำให้ต่อเนื่อง ปรากฎว่าเวิร์ค ทำได้หลายข้อ แล้วก็รู้สึกดีเพราะแต่ละข้อเป็นเรื่องที่อยากทำมานานแต่ไม่เคยทำได้สำเร็จซักที อย่างเช่น การออกกำลังกาย ซึ่งทีแรกเขียนไว้ว่าจะปั่นจักรยาน แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นการวิ่งตอนเช้าแทน ซึ่งก็โอเคมาก หรือการเขียนบันทึก (journal) ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เขียนๆ หยุดๆ พอลิสต์ลงรายการเอาไว้ก็ทำได้บ่อยครั้งขึ้น

สำหรับปี ๒๕๕๗ นี้ หลังจากลิสต์รายการสิ่งที่อยากทำมาแล้ว ตัดเอาเฉพาะเนื้อๆ คัดเฉพาะที่อยากทำให้ได้จริงๆ จะเหลืออยู่ ๓ ข้อ

  • Learn to code
  • Live minimally
  • Keep blogging

ถ้าทำได้จริง ปีนี้จะฟินมาก สาธุ…