Podcast ว่าด้วยเรื่องค่าตัวของตัววิ่งใน NFL ลดลง

เป็น podcast ที่เหมาะเหม็งมากกับช่วงเวลาที่จะแข่ง Super Bowl ในอีกไม่กี่วันนี้ คุยกันว่าด้วยเรื่อง ทำไมนักกีฬาตำแหน่งตัววิ่ง (running back) ในอเมริกันฟุตบอลถึงมีค่าตัวลดลง

สั้น ๆ คือ เป็นไปตามกลไกตลาด แต่อะไรเป็นสาเหตุของกลไกตลาดแบบนี้ มาคุยกันแบบนักเศรษฐศาสตร์และนักวิจัย ว่าด้วย demand supply กติกาของ NFL ที่เปลี่ยนไป และ ฯลฯ

เหมือนเอาเนื้อหาช่วงแรกของหนังสือ the blind side ของพี่ michael lewis มารวมกับคอนเซ็ปต์ของ moneyball (ของพี่ lewis อีกเหมือนกัน) แล้วเติมหนัง jerry maguire ที่ป๋าทอม ครูซ เข้าชิงออสการ์ เข้าไปอีกหน่อย

สนุกเลยสำหรับคนที่ดู NFL และสนใจด้าน business side ของกีฬานี้นะฮะ

เลิฟ เลิฟ ♥️

https://podcasts.apple.com/th/podcast/freakonomics-radio/id354668519?i=1000687251397

สองเรื่องที่คนวัยทำงานควรทำ

มีสองเรื่องที่คนในวัยทำงานสามารถทำได้และจะช่วยให้ชีวิตของพ่อแม่พี่น้องหรือครอบครัวเราง่ายขึ้นถ้าเราตาย สองเรื่องนี้จะลดความวุ่นวายปวดหัวไปได้เยอะ

เรื่องแรก ทำรายการทรัพย์สินที่มีเอาไว้ให้ครบและบอกให้ครอบครัวรู้ว่ารายการนี้อยู่ที่ไหน

รายการทรัพย์สินนี่ใส่ไว้ให้ครบเลยนะ เพราะทุกวันนี้ asset class มีหลายแบบมาก ทั้งบัญชีเงินฝาก มีกี่สถาบันการเงิน มีกี่บัญชี บัญชีละเท่าไหร่ หุ้นกู้มีมั้ย ตัวไหนบ้าง ตัวละเท่าไหร่ หุ้นล่ะมีมั้ย อยู่โบรกฯ ไหน ในพอร์ตมีตัวไหนบ้าง บางคนมีทองคำด้วย มีกี่บาท ฯลฯ

แล้วยังต้องรวมพวกเงินประกันชีวิต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์ศพ ทั้งหลายทั้งปวงอีกนะ ลิสต์มาให้ครบว่าต้องได้เท่าไหร่ ติดต่อใคร

ส่วนว่าทำรายการเสร็จแล้วจะให้ใครเก็บเอาไว้บ้าง อันนี้ก็ตามสะดวกเลยนะฮะ แต่อย่าลืมอัปเดตรายการเรื่อย ๆ ด้วยล่ะ

เรื่องที่สอง เขียนพินัยกรรมให้เรียบร้อย อะไรจะให้ใคร แล้วก็ตั้งผู้จัดการมรดกระบุเอาไว้ด้วย อย่าให้คนข้างหลังต้องมาวุ่นวายทะเลาะกันเสียเวลา

คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ถ้าเตรียมไว้ให้เรียบร้อย ปุบปับไม่หายใจขึ้นมาอย่างน้อยคนข้างหลังก็ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรื่องนี้นะฮะ

เลิฟ เลิฟ ♥️

ai กับงานเขียนภาษาไทย

ตามเรื่อง ai มาซักพักล่ะเพราะช่วงหลังเริ่มใกล้ตัวเข้ามาทุกที มีฟีเจอร์ที่เอามาช่วยงานในวงการที่ทำอยู่ได้ ซึ่งในอีกทางหนึ่งก็แปลว่ามันเป็นภัยคุกคามกับคนทำงานอยู่เหมือนกันนะ

แรก ๆ ก็ยังพออุ่นใจว่า ai เข้ามาบุกสาย visual พวกวงการภาพกับวิดีโอก่อน ส่วนเรื่องของงานเขียน โดยเฉพาะภาษาไทยนี่น่าจะยังอีกนาน เพราะตลาดมันเล็ก มีคนใช้อยู่ไม่กี่สิบล้านคน ไม่เหมือนภาษายอดฮิตอย่างจีน อังกฤษ สเปน อะไรพวกนั้นที่ทำแล้วคุ้ม

แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนความคิดล่ะ

วันก่อนลองใช้ ai ตัวนึง ใส่ข้อมูลบริษัทนึงเข้าไป บริษัทนี้กำลังจะออกสินค้าใหม่ก็ใส่ข้อมูลสินค้าเข้าไป แล้วให้ ai ตัวนี้เขียนข่าวในรูปแบบของข่าวการตลาดออกมา โดยที่ทั้งข้อมูลและผลลัพธ์เป็นภาษาไทยล้วน ๆ เลยนะ

จะบอกว่าไงดี จะเป็นเรื่องดีหรือน่าตกใจก็แล้วแต่มุมมองละกัน แต่ข่าวการตลาดที่ ai เขียนออกมานี่แม่งใช้ได้เลย ไม่ต้องแก้เลย รู้ด้วยว่าจะดึงผู้บริหารคนไหนมาเป็นแหล่งข่าว ภาษาที่ใช้เป็นภาษาข่าว มีคำการตลาดกำลังดี มีพาดหัวน่าสนใจ ใส่โปรยมาให้ด้วย สรุปสั้น ๆ ว่าหยิบไปใช้ได้เลย

ลองคิดภาพกองบรรณาธิการที่เอา ai นี่มาใช้จะเหมือนกับมีนักเขียนที่ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่พักกินข้าว ไม่ต้องเบรกจิบกาแฟ เขียนงานได้ภายในไม่เกินห้านาที เขียนมาแล้วบ.ก.ไม่ชอบเหรอ เปลี่ยนได้เลยในอีกห้านาที ไม่ชอบอีกเหรอ เอาไปอีก เปลี่ยนได้จนกว่าจะพอใจ เจอแบบนี้เข้าไปทั้งกองใช้คนแค่ไม่กี่คนก็พอ

มันเปลี่ยนการทำงานไปแทบจะโดยสิ้นเชิงเลยนะ

ว่าแล้วก็น่าเห็นใจน้อง ๆ ที่ยังเหลืออายุงานอีกหลาย ๆ ปีที่น่าจะต้องปรับตัวครั้งใหญ่กันอีกครั้งหลังจากที่ผ่านช่วงเขย่าวงการสื่อมาแล้วรอบนึงนะฮะ

Winter is coming อีกแย้ว 😳

หนังสือวิชาคนตัวเล็ก

อ่าน red rabbit ได้ไม่กี่วันเจอว่ามีแต่คนพูดถึงเล่มนี้ เลยไปหาซื้อแล้วลัดคิวอ่านก่อน

เป็นฮาวทูจากประสบการณ์จริง ย่อยเป็นบทสั้น ๆ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ประดิษฐ์คำ ไม่มีศัพท์แสงที่เข้าใจยาก

ถึงคนเขียนจะเล่าเรื่องราวการทำธุรกิจหนังสือ แต่คนอ่านที่ไม่ได้ทำหนังสือก็ได้ประโยชน์นะฮะ 📚♥️

สารอาหารของเครื่องดื่ม High Protein

High Protein Milk Nutrition

จากข้อสมมุติฐานที่ว่าตัวเองได้โปรตีนไม่พอในแต่ละวัน ก็เลยมาหาข้อมูลว่าจะเติมโปรตีนได้จากไหนยังไงบ้าง ทางเลือกนึงที่สะดวกใช้ได้คือ เครื่องดื่ม high protein ซึ่งตอนนี้ก็มีมากมายหลายยี่ห้อหลายรสชาติให้เลือก

มีทางเลือกเยอะมันก็ดีแหละ แต่ความมึนมันตามมาด้วย เพราะแต่ละยี่ห้อก็มีส่วนผสมและสารอาหารไม่เหมือนกัน

แล้วเราจะเลือกตัวไหนดี ?

ก็เลยเป็นที่มาของตารางข้างบนโน่น (เอาที่พี่หาซื้อได้นะ มากกว่านี้ก็ลองไปดูเอาละกัน) ใครอยากได้ตัวไหน ไม่อยากได้ตัวไหน มีประเด็นกับอะไรเลือกเอาได้เลย บางคนอยากได้โปรตีนจากพืช บางคนบอกไม่เป็นไร นมวัวมาก็ได้ บางคนไม่อยากได้คอเลสเตอรอล บางคนขอโซเดียมน้อย ๆ ฯลฯ

เลือกเอาเลยจ้ะ ❤️

หมายเหตุ เพื่อเป็น benchmark เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

– ไข่หนึ่งฟองวางอยู่บนโต๊ะ เฮ้ย ไม่ใช่ ไข่หนึ่งฟองมีโปรตีน 7 กรัม มีคอเลสเตอรอล 214 มิลลิกรัม

– มาม่ารสหมูสับ ขนาด 60 กรัม ได้โปรตีน 6 กรัม มีโซเดียม 1,170 มิลลิกรัมจ้าาาาาา

เลิฟ เลิฟ ❤️❤️

เจดีย์แห่งความทรงจำ


วันนี้ตั้งใจว่าจะไปหาอะไรกินแถวบ้านแล้วแวะตุนของกินจากตลาดใกล้ ๆ ไม่อยากไปไหนไกลเพราะกลัวเจอรถติดจากคนกลับกรุงเทพฯ

แต่มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหันแล้วขับรถข้ามเมืองไปพื้นที่ที่เคยอยู่ในช่วงวัยเด็กสมัยประถม

พอไปถึงก็เริ่มย้อนอดีต จุดนี้จำได้ เมื่อก่อนเป็นแบบนี้ วัดนี้ตอนนั้นเคยเป็นแบบโน้น นี่ ๆ เคยอยู่บ้านหลังนี้ ถนนเส้นนี้สมัยเด็กรู้สึกเหมือนมันไกลกว่านี้ ฯลฯ

แต่ที่ต้องจอดรถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกคือที่นี่เลย โรงเรียนที่เคยเรียนมาตั้งแต่ป.๑ ถึง ป.๖ เทอมต้น

โรงเรียนอำนวยวิทย์

และที่ต้องถ่ายมุมนี้ก็เพื่อให้เห็นเจดีย์ที่อยู่กลางสนาม (เมื่อก่อนเป็นสนามดิน ใช้เล่นลูกแก้วกับทอยหุ่นตอนก่อนเข้าเรียนกับพักกลางวัน)

และที่เจดีย์นี้เองที่พี่ได้สร้างวีรกรรมไว้ด้วยการไปปีนเล่นในตอนเช้าก่อนเข้าเรียน ไม่รู้ตอนนั้นเมิงคิดอัลลัย อะไรดลใจเมิง เมิงว่างเหรออออออ กุอยากจะย้อนเวลากลับไปถามตัวเองเหลือเกิน 😆

แล้วที่เด็ดคือ ระหว่างที่พี่ปีนเล่นอยู่มีบุรุษไปรษณีย์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาแล้วมองเข้าไปเห็นเด็กเปรตกำลังปีนเจดีย์เล่นอยู่ ก็เลยเข้าไปบอกครู

เช้านั้นพี่โดนหวดโชว์หน้าเสาธงนะฮะ 😂😅

โหมดต้องรอดของเจ้าของกิจการ

หมายเหตุ : เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่มีนัยทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าผู้ถูกกล่าวถึงในเรื่องนี้จะชวนให้คิดไปทางนั้นก็ตาม เล่าแค่ในมุมของทางธุรกิจล้วน ๆ ตามนี้นะ โอเคนะ

วันก่อน fb ขึ้นรูปในอดีตมาเป็นหนังสือ shoe dog ที่อ่านไปหลายปีแล้ว เล่มนี้ฟิล ไนต์ ผู้ก่อตั้งไนกี้เขียนเล่าถึงประวัติช่วงเริ่มต้นของไนกี้ ซึ่งมีช่วงที่ต้องดิ้นเอาตัวรอดจะไปแหล่มิไปแหล่อยู่หลายรอบ จนพี่ฟิลต้องเข้าโหมดต้องรอด (survival mode) ทำทุกทางเพื่อให้รอดมาได้

แล้วก็เลยพาให้นึกถึงเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการต้องทำเรื่องที่หมิ่นเหม่เพื่อให้อยู่รอดเหมือนกัน

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายปีแล้วน่าจะเล่าได้แล้ว

หลายปีขนาดไหน ขนาดที่ว่าคุณทักษิณยังไม่เข้าแวดวงการเมืองนั่นล่ะ (เด็กยุค Gen Z คงงงว่ามีด้วยเหรอวะ ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นทักษิณในหมวกนักการเมืองมาตลอด)

ตอนนั้นคุณทักษิณเป็นนักธุรกิจใหญ่และรวยแล้ว เพราะแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เข้าตลาดหุ้นแล้ว เปิดศักราชทุนสื่อสารแห่งตลาดหุ้นไทยก่อนที่จะขยับไปสู่การเมืองอีกที

วันนึงพี่นก ไพเราะ หัวหน้าในตอนนั้นสั่งงานให้ไปฟังคุณทักษิณบรรยายพิเศษที่สโมสรตำรวจ ตรงวิภาวดี เผื่อจะได้ประเด็นอะไรมาบ้าง เพราะตอนนั้นคุณทักษิณขยับอะไรก็เป็นข่าว

เราก็ไป คิดว่าคงเป็นเซสชั่นเปิด คงเจอสื่อมวลชนเต็มไปหมด แต่เปล่าเลย พี่นกไปเอาหมายมาได้ไงวะ นอกจากเราก็มีแค่น้องตา ไทยโพสต์ อีกคนเท่านั้นเอง คนอื่นที่มาฟังก็เป็นนายตำรวจกันแทบทั้งหมด ไปถึงก็ขอเข้าฟัง เจ้าหน้าที่ก็อึกอักนิดหน่อย คงไม่รู้จะจัดการยังไง แต่สุดท้ายก็ให้เข้าแต่ขอให้นั่งข้างหลัง ซึ่งไม่มีปัญหา

ตอนคุณทักษิณบรรยายคงไม่มีใครบรีฟก่อนว่ามีนักข่าวมาฟังอยู่ด้วย เพราะคุณทักษิณเล่าไปถึงตอนช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ ที่ยังเป็นชินวัตร คอมพิวเตอร์ฯ (ตอนนี้คือ อินทัช โฮลดิ้งส์ นะฮะ) และยังถือว่าเป็นบริษัทเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับเจ้าอื่นในวงการ

คุณทักษิณเล่าว่า ในตอนนั้นต้องเข้าประมูลงานระบบคอมพิวเตอร์ตามหน่วยงานภาครัฐ และหลายแห่งเจอเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการได้งาน

ทีนี้จะเอายังไง งานก็อยากได้ เงินก็ไม่มี คุณทักษิณเลยตัดสินใจบินไปฮ่องกงแล้วซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ปลอมกลับมาให้กับคนที่เรียกผลประโยชน์ ซึ่งก็ส่งผลให้ได้งาน

คุณทักษิณเล่าไปก็หัวเราะชอบใจไป คนที่นั่งฟังอยู่ก็หัวเราะชอบใจตามไปด้วย แล้วก็เล่าต่อไปเรื่องอื่น

จนจบการบรรยายตอนนี้คงมีเจ้าหน้าที่บอกให้รู้กันแล้วล่ะว่ามีนักข่าวมาฟังอยู่ด้วย ก็มีนายตำรวจสี่ห้าคนเดินมาหาพี่กับน้องตาที่นั่งอยู่ด้วยกัน

พี่ตำรวจคนนึงถามว่า มาจากไหนกัน? ดูสถานการณ์แล้วใจนี่คิดว่า ถ้าตอบว่า มาจากบางบัวทองนี่น่าจะเป็นคำตอบที่ผิด ก็เลยบอกสังกัดไป พี่เขาฟังแล้วก็บอกว่า เรื่องที่คุณทักษิณเล่าเมื่อกี้บางเรื่องก็ไม่ต้องไปเขียนก็ได้นะ ก็บอกพี่เขาว่าสบายใจได้ นี่สายเศรษฐกิจเรื่องแบบนั้นไม่สนใจหรอก

ที่เล่ามานี่ไม่ได้ตัดสินใครใด ๆ ทั้งสิ้น แค่จะเล่าเป็นตัวอย่างถึงการปากกัดตีนถีบของเจ้าของกิจการที่ต้องดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อพาองค์กรให้รอด ส่วนจะทำแค่ไหนอันนี้ก็แล้วแต่ปัจเจกนะฮะ

เลิฟ เลิฟ ♥️

ออกจากงานแล้วจะทำอะไรดี?

วันก่อนน้องที่เคยอยู่ทีมเดียวกันโพสต์อัปเดตประมาณว่า หลังจากที่ได้ไปเรียนตัดผมชายที่ศูนย์ฝึกวิชาชีพ กทม. มา ตอนนี้เริ่มมาเปิดให้บริการแล้วในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้อีกทาง

นี่ก็ชื่นชมน้องเขามากนะ เพราะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน อาชีพการงานก็ไม่แน่นอน อิห่าทรัมป์ก็ยิ่งไม่แน่ไม่นอนแบบนี้ การเตรียมอะไรเป็นทางเลือกทางออกเผื่อไว้สำหรับวันข้างหน้านี่ถือว่ารอบคอบดีมาก

แล้วก็มาคิดถึงตัวเองว่าถ้าปุบปับเกิดอะไรขึ้นมานี่จะทำอะไรดี อายุอานามก็มากแล้ว สติปัญญาอะไรก็ไม่มี ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าถ้ามีอะไรนะ กุจะซื้อฮอนด้าเวฟซักคันแล้วเอามาวิ่งแกร็บฟู้ด น่าจะพอมีรายได้ให้อยู่รอดไปได้

แต่พอแกร็บเริ่มเป็นเจ้าตลาด ทีนี้พี่ก็ลดค่าวิ่งไรเดอร์ลง ดูทรงแล้วไปวิ่งแกร็บไม่น่าจะรอด แล้วจะไปทำอะไร

บรรดากูรูเขาก็แนะนำว่าให้ดูว่าเรามีทักษะอะไรที่เอามาใช้หาเงินได้ คิดไปคิดมาก็นี่ล่ะวะ พี่จะรับจ้างพาหมาเดินเล่นเดินออกกำลัง อาศัยประสบการณ์จากที่เคยพาพดด้วงเดินมาสิบกว่าปี (หรือจริง ๆ คือพดด้วงมันลากพี่เดิน) เอามาเป็นโปรไฟล์ได้อยู่

ค่าจ้างพาหมาเดินตัวนึงซักสี่สิบห้าสิบบาท สิบตัวก็สี่ห้าร้อยแล้วนะ ร้อยตัวก็สี่พันนะเว้ย

แล้วถ้าล้านตัวนะ แม่มได้สี่สิบล้านนนนน 😳

รวยไม่รู้เรื่องล่ะมึ้งงงงงงง

แค่นี้ก่อนนะ หมอเรียกไปกินยาแป๊บ 😆🤣

หนังเซอร์ไพรส์

ไม่เคยดูหนังเรื่อง MIDSOMMAR มาก่อน (แล้วก็ไม่เคยรู้เรื่องย่ออะไรใด ๆ ด้วย) เพราะดูหน้าหนังแล้ว คิดว่าเป็นหนังแนวคู่รักวัยรุ่นไปเที่ยวหน้าร้อน สดใส โรแมนติกไรแบบนี้ (ดูภาพประกอบนะครับ)

จนวันก่อนมีเพจหนังมาโพสต์ถามว่ามีหนังเรื่องไหนที่ดูแล้วเซอร์ไพรส์ ไม่เป็นอย่างที่คิดบ้าง มีหลายคอมเมนต์พูดถึงหนังเรื่องนี้ จนกระตุ้นต่อมอยากดูขึ้นมา

ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงต้องรอว่าเมื่อไหร่ Big Cinema จะเอามาฉาย แต่ตอนนี้พี่มี Netflix มาทดแทนแล้วเว้ย เมื่อคืนลองเปิดเข้าไป มีอยู่ใน Netflix ด้วยก็เลยดูได้เลย

เนื้อเรื่องเป็นยังไงขอไม่เล่าละกัน เดี๋ยวจะสปอยล์คนที่ยังไม่ได้ดู แต่พอดูจบมาคิดต่อแบบนี้

สมมุติพี่ผู้ซึ่งเป็นมนุษย์เจน x ย้อนเวลากลับไปอยู่ในวัยเริ่มทำงาน แล้วเริ่มจีบหญิง มีชวนไปดูหนัง พอดูโปสเตอร์หน้าโรงก็ โอ๊ย หนังคู่รัก ใส ๆ  เธอ ๆ เราดูเรื่องนี้กันมั้ย 😆🤣

ออกจากโรงมานี่ไม่รู้จะทำหน้ายังไงเลย จะบอกว่า ขอโทษนะ เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ งี้เหรอ หญิงจะเชื่อมั้ย หรือเกิดหนักกว่านั้น ฝ่ายหญิงบอกว่า เธอเราชอบมากเลย!! เธอรู้ได้ไงว่าเราชอบแบบนี้ 😳

ถ้ามาแบบนี้เอาไงดีวะ 😅

ภาพหลอนที่งาน Pong Yaeng 2024

งานโป่งแยงปีนี้ส่วนตัวได้ประสบการณ์ใหม่จากการวิ่งเทรล เป็นสิ่งที่เคยได้ยินนักวิ่งคนอื่นพูดถึงแต่ไม่เคยได้สัมผัสกับตัวเองมาก่อน ที่ผ่านมาก็ยังคิดอยู่ว่า มันมีจริงมั้ยวะ?

สิ่งที่ว่านั่นคือ การเห็นภาพหลอน (hallucination) ครับ 😳

เรื่องนี้ได้ยินนักวิ่งพูดถึงมาตั้งแต่เริ่มวิ่งเทรลใหม่ ๆ บางคนเล่าว่า วิ่ง ๆ อยู่มองไปเห็นเป็นคนกวักมือเรียก บ้างก็เห็นเป็นสัตว์ร้ายยืนรออยู่ก็มี หลากหลายรูปแบบแล้วแต่จะเห็นเป็นอะไร แล้วก็เห็นกันไม่เลือกเวลาด้วยนะ มาได้ทั้งกลางวัน กลางคืนอ่ะ เอาสิ

สาเหตุของการเห็นภาพหลอนนี่เชื่อว่าเป็นเพราะการอดนอนนาน ๆ  ประกอบกับร่างกายอ่อนเพลียจากการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง (แต่ถ้าสายไสยศาสตร์ก็อาจจะเชื่ออีกแบบนะฮะ 😆)

แต่อย่างที่บอก ส่วนตัวยังไม่เคยเจอ ซึ่งก็อาจเป็นเพราะยังอดนอนไม่นานพอ คนที่เจอส่วนมากจะเจอในเรซระยะร้อยไมล์ ที่ต้องอดนอนนานเอาเรื่องอยู่ ที่ผ่านมาตัวเองลงระยะไกลสุดก็ยังแค่ร้อยโล อดนอนยังพอท้วม ๆ ก็เลยยังไม่เคยเห็นภาพหลอนที่ว่า

แต่งานโป่งแยงปีนี้มั่นหน้ามั่นโหนก (ตามคำของแม่พดด้วง) ไปลงระยะร้อยไมล์ เรซสตาร์ตตอนห้าโมงเย็นก็จริง แต่วันนั้นตื่นตั้งแต่ตีห้าแล้วก็ลากยาวไปถึงตอนสตาร์ต ไม่ได้นอนเก็บแรงไว้ก่อนเลย

ในเรซตั้งแต่สตาร์ตมาก็ตามสภาพแหละ วิ่ง ๆ เดิน ๆ มาเรื่อย ๆ จนมาถึงลานกางเต็นต์ดอยปุย (A4) ออกจากซีพีนี้ประมาณบ่ายสองเพื่อไปลานต้นสน (A5) ทางช่วงแรกก็ดาวน์ฮิลชิล ๆ เลย ไม่ได้เทคนิคอลอะไร เดินมั่งจ๊อกมั่งไปได้สักชั่วโมง ฟ้ายังสว่างอยู่เลย มองไปข้างหน้าเห็นแว๊บ ๆ มีหมานั่งอยู่กลางถนน เหมือนเป็นหมาจร เราก็ เอ๊ะ หมามาจากไหน เพราะตลอดทางนี่ถ้าไม่ได้เข้าหมู่บ้านจะไม่เจอหมาเลย จังหวะก้มไปมองทางแล้วเงยขึ้นมาอีกที อ่ะ หายไปแล้ว

ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร ตาฝาดแหละ

เดินไปอีกหน่อยมองไปซ้ายมือข้างหน้ามีผู้หญิงลักษณะเหมือนชาวบ้านยืนอยู่ข้างทางแล้วก็มีผู้ชายมีอายุหน่อยนั่งอยู่ หันหน้ามองมาทางเรา แว๊บแรกที่เห็นคิดว่าเป็นชาวบ้านมาหาของป่าพวกหน่อไม้ เก็บเห็ด อะไรแบบนี้แล้วคงนั่งพัก นั่งจัดข้าวของกันอยู่

เราก็เหมือนเดิม ก้มมองทางเดินแป๊บนึงกะจังหวะว่าพอเข้าใกล้ได้ระยะจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มทัก พอเงยขึ้นมา อ้าว ผู้หญิงคนที่ว่ารูปร่างเปลี่ยนไปแล้ว ยังยืนอยู่แหละ แต่รูปร่างเปลี่ยนไปเหมือนคนละคน ส่วนผู้ชายที่นั่งอยู่ก็ยังอยู่มองมาทางเราเหมือนเดิม จังหวะนี้ก็เริ่มเอ๊ะแล้ว กุยังไงเนี่ย เลยตั้งใจมองไปตลอดที่เดินเข้าใกล้ไปทีละก้าว ๆ

ระหว่างที่เดินเข้าไปก็ยังเห็นสองคนนี่อยู่ตลอด แต่พอกะพริบตาปึ้บ หายไปต่อหน้าต่อตาเลย กลายเป็นผนังดินริมถนนว่าง ๆ

เจอแบบนี้เลยหันไปบอกน้องนักวิ่งสองคนที่เดินตามมาห่าง ๆ ว่า พี่เห็นภาพหลอนว่ะ น้องตอบกลับมาว่า งั้นพี่คงอดนอนถึงจุดแล้ว พี่น่าจะต้องนอนแล้วล่ะ

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดประเด็นนี้ เพราะเห็นว่าสตาร์ตห้าโมงเย็นเมื่อวาน ตอนนั้นเพิ่งบ่ายสามบ่ายสี่ ยังไม่ ๒๔ ชั่วโมงเลย มานึกได้หลังจากนั้นว่าถ้ารวมเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงสตาร์ตเข้าไปด้วย รวมกันมันสามสิบกว่าชั่วโมงแล้ว

หลังจากจุดนี้ก็ยังดีที่ไม่เห็นอะไรมาอีกพักใหญ่ จนดาวน์ฮิลลงไปสุดแล้วทางหักกลับเป็นขาขึ้น ระหว่างทางมีต้นกล้วยขึ้นทางทางเป็นระยะ ตอนนี้เดินอยู่คนเดียวล่ะ เดินไปก็ดีใจเป็นพัก ๆ เพราะมองไปเห็นหลังคาเต็นต์เช็คเวลาที่เป็นจุดซีพี แต่พอเดินเข้าไปใกล้ อ้าว กลายเป็นใบกล้วย ยังไม่ใช่ซีพี เป็นอย่างนี้อยู่สี่ห้าครั้ง 

ที่จำได้แม่น มีอยู่ครั้งนึงเงยหน้ามองขึ้นไปเห็นเต็นต์ตั้งอยู่ตรงหน้ากลางทางเลยนะ ไม่ใช่ข้างทางเหมือนที่ผ่านมา คิดว่า อันนี้แม่งต้องใช่แล้วล่ะ แต่พอละสายตาก้มมามองทางแป๊บเดียว เงยหน้ามองไปใหม่ หายไปอีกแล้ว

จนไปถึงซีพีลานต้นสน ได้นอนพักสิบห้านาที ไม่ค่อยหลับหรอกแต่เหมือนดีขึ้น เพราะหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรโผล่มาให้เห็นอีกนะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมันมืดแล้วก็เลยมองอยู่แค่แสงไฟเฮดแลมป์ไม่กี่เมตรข้างหน้า ไม่ได้มองข้างทางไปไหนเลยหรือเปล่า

วันนั้นทุกครั้งที่เห็นภาพหลอนที่ว่าไม่ได้กลัวเลยนะ เพราะไม่คิดว่าเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติอะไร แล้วก็ยังดีที่ภาพหลอนที่เกิดขึ้นเป็นภาพนิ่ง ๆ ไม่ได้มามีปฏิสัมพันธ์อะไรกับเรา ถ้ามีโบกมือหรือเดินเข้ามาหาด้วยนี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าจะยังไง ฮ่า 😆🤣