หนังสือที่ซื้อออนไลน์ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๑

Books I bought in March 2018

วันก่อนโพสต์รูปนี้ขึ้นไปที่ facebook แล้วมีมิตรสหายมาถามไถ่ว่ามีรายชื่ออะไรบ้าง เผื่อเขาสนใจจะได้ไปซื้อมาอ่านบ้าง เลยเอามาโพสต์ไว้ที่นี่ด้วย เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้พบเห็นนะฮะ 🙂

สำหรับรายชื่อหนังสือในชุดนี้ประกอบด้วย

– ฆาตกรรมชำนาญ
– นักเขียนนวนิยายเป็นอาชีพ / มูราคามิ
– หนังสือเล่มที่ก้าว
– the handmaid’s tale
– ปฏิบัติการเดือดเชือดไฮดริช
– never let me go
– ในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
– อัตชีวประวัติ: ทหารชั่วคราว / อ.ป๋วยเขียนถึงตอนที่เป็นเสรีไทยสมัยสงครามโลกครับ ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเล่มนี้ด้วย
– Principles: Life and Work / เล่มนี้รีวิวเมืองนอกมาดีเหลือเกินครับ
– skin in the game / เล่มล่าสุดของคนเขียน fooled by randomness (หนังสือที่คนเล่นหุ้นควรอ่าน)

สี่เล่มต่อไปนี้เป็นผลมาจากบุพเพสันนิวาสครับ 😂

– จดหมายเหตุโกษาปานไปฝรั่งเศส
– จดหมายเหตุฟอร์บัง
– พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหมอบรัดเลย์
– shutdown กรุงศรี

ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ ❤

หนังสือ “ต้องอ่าน” ของ Richard Branson

Richard Branson of Virgin Group
ภาพจาก virgin.com

เมื่อหลายวันก่อน คุณพี่ Richard Branson มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ผู้ก่อตั้ง Virgin Group ออกมาโพสต์รายชื่อหนังสือ ๖๕ เล่มที่ไม่ควรพลาด ในรายการนี้มีหนังสือหลากหลาย ทั้งนิยายคลาสสิก นิยายวิทยาศาสตร์ หนังสือเด็ก ชีวประวัติบุคคลสำคัญ หนังสือด้านการบริหาร ฯลฯ สารพัดมาก เอามาลงไว้เผื่อใครสนใจจะไปตามอ่านดูบ้างนะครับ

๑.            Where the Wild Things Are – Maurice Sendak

๒.            Tales of the Unexpected – Roald Dahl

๓.            George’s Marvellous Medicine – Roald Dahl

๔.            The Adventures of Huckleberry Finn – Mark Twain

๕.            Oh, The Place You’ll Go – Dr Seuss

๖.            Peter Pan – J. M. Barrie

๗.            The Jungle Book – Rudyard Kipling

๘.            The Adventures of Tom Sawyer – Mark Twain

๙.            Swallows and Amazons – Arthur Ransome

๑๐.          The Hitchhiker’s Guide To The Galaxy – Douglas Adams

๑๑.          Treasure Island – Robert Louis Stephenson

๑๒.          The Hobbit – JRR Tolkien

๑๓.          Jurassic Park – Michael Crichton

๑๔.          Twenty Thousand Leagues Under the Sea – Jules Verne

๑๕.          1984 – George Orwell

๑๖.          Great Expectations – Charles Dickens

๑๗.          The Quiet American – Graham Greene

๑๘.          The Dice Man – Luke Rhinehart

๑๙.          Shantaram – Gregory Roberts

๒๐.          One Hundred Years of Solitude – Gabriel Garcia Marquez

๒๑.          Mountains Beyond Mountains: The Quest of Dr. Paul Farmer, A Man Who Would Cure the World – Tracy Kidder

๒๒.          The Outermost House – Henry Beston

๒๓.          Wild Swans: Three Daughters of China – Jung Chang

๒๔.          Stalingrad: The Fateful Siege – Antony Beevor

๒๕.          The Right Stuff – Tom Wolfe

๒๖.          In the Heart of the Sea: The Tragedy of the Whaleship Essex – Nathaniel Philbrick

๒๗.          I Know Why the Caged Bird Sings – Maya Angelou

๒๘.          Travels with Charley – John Steinbeck

๒๙.          Long Walk to Freedom: The Autobiography of Nelson Mandela – Nelson Mandela

๓๐.          Mao: The Unknown Story – Jung Chang

๓๑.          A Full Life: Reflections at Ninety – Jimmy Carter

๓๒.          No Future Without Forgiveness – Desmond Tutu

๓๓.          Longitude: The True Story of a Lone Genius Who Solved the Greatest Scientific Problem of His Time – Dava Sobel

๓๔.          Mandela’s Way: Lessons on Life, Love, and Courage – Stengel

๓๕.          Limitless: Leadership That Endures – Ajaz Ahmed

๓๖.          Originals: How Non-Conformists Move the World – Adam Grant

๓๗.          If I Could Tell You Just One Thing: 50 of the world’s most remarkable people pass on their best piece of advice – Richard Reed

๓๘.          Remote: Office Not Required – Jason Fried

๓๙.          Start With Why – Simon Sinek

๔๐.          101 Reasons to Get Out of Bed – Natasha Milne

๔๑.          Letters to a Stranger: A publishing project in aid of MIND – Various

๔๒.          Self Belief: The Vision – Jamal Edwards

๔๓.          The Meaning of the 21st Century – James Martin

๔๔.          Happiness: A Guide to Developing Life’s Most Important Skill – Matthieu Ricard

๔๕.          A Time for New Dreams – Ben Okri

๔๖.          A Brief History of Time – Stephen Hawking

๔๗.          The Overview Effect: Space Exploration and Human Evolution – Frank White

๔๘.          Beyond The Blue – Jim Campbell

๔๙.          Abundance: The Future Is Better Than You Think – Peter Diamandis

๕๐.          Cosmos – Carl Sagan

๕๑.          The Weather Makers: How Man Is Changing the Climate and What It Means for Life on Earth – Tim Flannery

๕๒.          Big World, Small Planet – Johan Rockström and Mattias Klum

๕๓.          An Inconvenient Truth: The Planetary Emergency of Global Warming and What We Can Do About It – Al Gore

๕๔.          Necker: A Virgin Island – Russell James

๕๕.          Lost Ocean – Johanna Basford

๕๖.          Arctica: The Vanishing North – Sebastian Copeland

๕๗.          In Patagonia – Bruce Chatwin

๕๘.          Into Thin Air: A Personal Account of the Mt. Everest Disaster – Jon Krakauer

๕๙.          The World Without Us – Weisman

๖๐.          In-N-Out Burger: A Behind-the-Counter Look at the Fast-Food Chain That Breaks All the Rules – Stacy Perman

๖๑.          In Defense of Food: An Eater’s Manifesto – Michael Pollan

๖๒.          Fast Food Nation: The Dark Side of the All-American Meal – Eric Schlosser

๖๓.          Just Mercy: A Story of Justice and Redemption – Bryan Stevenson

๖๔.          Lean In – Sheryl Sandberg

๖๕.          Ending the War on Drugs – ผู้เขียนหลายคน

ใครสนใจเล่มไหนก็ลองดูนะครับ ❤

 

ติดตาม What We Read Blog ทาง facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/WhatWeReadBlog ครับ

ปีนี้ตั้งใจจะอ่านหนังสือ non-fiction

หนังสือวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๗

ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะอ่าน “หนังสือ” (อ่านได้จากโพสต์นี้ครับ) ซึ่งก็ทำได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งเอาไว้เล็กน้อย คือ อ่านไปได้ทั้งหมด ๑๕ เล่มจากที่ตั้งเป้าเอาไว้ ๑๒ เล่ม แต่พอนั่งดูรายการหนังสือที่อ่านไปแล้วมี เอ๊ะ นิดนึง ก็คือ ถ้าตัด Offscreen ที่เป็นนิตยสารออกไปแล้ว (จริง ๆ มีนิตยสารเล่มอื่นอีก แต่ไม่เอามานับรวม) ที่เหลือเป็นนิยายทั้งนั้นเลย จะเป็นผลงานของนักเขียนไทยหรือต่างชาติก็แล้วแต่ ไม่ได้ ไม่ได้ ปีนี้มันต้องท้าทายยิ่งขึ้น (แปลว่า “คึก”)

ผมก็เลยตั้งเป้าว่า ปีนี้จะอ่านหนังสือ non-fiction (ไม่รู้จะเรียกยังไง ขอเรียกทับศัพท์แบบนี้แล้วกันนะครับ) เป็นหลัก ถ้าจะมีหลุดนิยายมาก็จะต้องเป็นเล่มที่พิเศษมากกกกกก กูอยากอ่านจริง ๆ อะไรแบบนี้ แล้วก็ตั้งเป้าจำนวนเอาไว้ด้วยเลยว่า อย่างน้อยต้องได้ ๑๒ เล่ม คือเฉลี่ยเดือนละเล่มเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าหนังสือประเภทนี้มันจะอ่านได้ช้ากว่านิยายก็เถอะ

จะทำได้แค่ไหน เดี๋ยวปลายปีมาสรุปอีกทีครับ

หมายเหตุ : ภาพนี่เอามาประกอบเฉย ๆ นะครับ ยังไม่ได้คิดว่าจะอ่านเล่มที่เห็นในภาพหรือเปล่านะ

 

ส่วนหนังสือที่อ่านปีที่แล้ว ๑๕ เล่ม มีอะไรบ้าง ตามรายการนี้เลยครับ

หนังสือเล่มแรกของปี ๒๕๕๘ : Gone Girl

หนังสือเล่มที่สองของปี ๒๕๕๘ : ระวังหลัง

หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๘ : Offscreen

หนังสือเล่มที่สี่ของปี ๒๕๕๘ : กับดักฆาตกร

หนังสือเล่มที่ห้าของปี ๒๕๕๘ : แกล้ง

หนังสือเล่มที่หกของปี ๒๕๕๘ : ลวง

หนังสือเล่มที่เจ็ดของปี ๒๕๕๘ : สารวัตรเถื่อน

หนังสือเล่มที่แปด & เก้าของปี ๒๕๕๘ : แม่ลาวเลือด

หนังสือเล่มที่สิบของปี ๒๕๕๘ : สาบสูญ

หนังสือเล่มที่ ๑๑ ของปี ๒๕๕๘ : ผู้ยิ่งใหญ่

หนังสือเล่มที่ ๑๒ ของปี ๒๕๕๘ : ห้องสมควรตาย

หนังสือเล่มที่ ๑๓ ของปี ๒๕๕๘ : ตามล่านาซี

หนังสือเล่มที่ ๑๔ และ ๑๕ ของปี ๒๕๕๘ : คดีเจ็ดแพะ & คดีศพล่องหน