รีวิวหนังสือ : สารวัตรเถื่อน – ปฐมบทชายร่างสูง ผิวคล้ำ

สารวัตรเถื่อน

เรื่องมันเริ่มมาจากการที่มีโอกาสได้ไปเดินงานสัปดาห์หนังสือมาแป๊บนึง และในช่วงเวลาแป๊บนึงนั้นเองผมได้หนังสือมาสี่ห้าเล่ม สองเล่มในนั้นเป็นหนังสือในชุด ธนุส นิราลัย ชายร่างสูง ผิวคล้ำ ผลงานของคุณวสิษฐ เดชกุญชร คือ ประกาศิตอสูร กับอวสานสายลับ (สองเล่มนี้ต้องบอกว่า โคตรหนานะครับ แต่ละเล่มเกินหนึ่งพันหน้า ห้ามนอนอ่านเด็ดขาด หลุดมือตกใส่หน้านี่อาจบาดเจ็บได้)

พอกลับมาพลิกๆ จะอ่านอวสานสายลับ ซึ่งเป็นเล่มที่เรื่องราวเกิดขึ้นก่อนก็พบว่า ผมจำวีรกรรมที่ผ่านมาของชายร่างสูง ผิวคล้ำคนนี้ไม่ค่อยได้แล้ว เหตุที่อ่านทิ้งช่วงมานานมาก จริงๆ จะอ่านลุยไปเลยก็ได้เพราะคิดว่าเนื้อเรื่องคงไม่ได้มีการคาบเกี่ยวอะไรกันมากนัก แต่มาคิดอีกที ไหนๆ ก็ไหนๆ วะ กลับมาเริ่มตั้งแต่เล่มแรกแล้วจัดยาวๆ ไปเลยดีกว่า ก็เลยเป็นที่มาของการหยิบเอาสารวัตรเถื่อน ซึ่งเป็นผลงานเล่มแรกในชุด ธนุส นิราลัย มาอ่านใหม่อีกครั้ง

สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านนิยายชุดนี้มาก่อน ถ้าจะให้อธิบายคร่าวๆ น่าจะประมาณว่า ถ้าอังกฤษมีเจมส์ บอนด์ ไทยก็มี ธนุส นิราลัย นี่ล่ะครับ ถ้าจะต่างกันก็คือ ธนุสไม่เพลย์บอยเหมือนบอนด์ และภารกิจส่วนใหญ่จะหนักไปทางจัดการกับขบวนการค้ายาเสพติด

สารวัตรเถื่อนเป็นเรื่องราวของขบวนการค้ายาเสพติดที่อำเภอวัฒนานิมิต จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นอำเภอที่ผู้เขียนสมมุติขึ้น ที่อำเภอนี้ทุกอย่างอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักธุรกิจใหญ่ ผู้มีทั้งธุรกิจถูกกฎหมายและใต้ดิน ทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากการทำธุรกิจทั้งสองประเภทมีการจัดสรรปันส่วนให้กับผู้มีอำนาจในเครื่องแบบอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้อิทธิพลของนักธุรกิจผู้นี้ครอบคลุมทั้งอำเภออย่างสมบูรณ์

จนกระทั่งมีชายร่างสูง ผิวคล้ำ ปรากฎกายขึ้นที่นี่เพื่อรับตำแหน่งสารวัตรคนใหม่แทนคนเก่าที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ สถานการณ์ถึงเริ่มเปลี่ยนไป คนอ่านจะได้ความมันส์จากการขับเคี่ยวกันระหว่างชายร่างสูง ผิวคล้ำ กับนักธุรกิจผิดกฎหมายชนิดที่ว่าถ้าเป็นหนังก็เป็นหนังแอกชั่น เร้าใจ ใส่กันตูม ตูม ตูม ขนาดนั้น

แล้วกว่าที่คนอ่านจะรู้จักชื่อจริงของชายร่างสูง ผิวคล้ำ ก็ตอนเกือบจะจบเรื่องแล้วนะครับ

ถ้าใครชอบแนวอาชญากรรม สายลับ สืบสวนสอบสวน เล่มนี้ไม่ผิดหวังครับ

ป.ล. สารวัตรเถื่อน เล่มนี้ขึ้นบนปกไว้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๐ จำไม่ได้ว่าตอนนั้นกระดาษเป็นสีอะไรแต่ตอนนี้กลายเป็นสีน้ำตาลหมดแล้ว

 

สารวัตรเถื่อน
ผู้เขียน : วสิษฐ เดชกุญชร
สำนักพิมพ์ : มติชน
ราคา : ๗๐ บาท

 

ก่อนหน้าเล่มนี้อ่านอะไรไป… 

หนังสือเล่มแรกของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สองของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สี่ของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่ห้าของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่หกของปี ๒๕๕๘

 

หนังสือเล่มที่หกของปี ๒๕๕๘ : ลวง

ลวง

เนื่องจากยังติดใจกับ แกล้ง ของ Harlan Coben ซึ่งเป็นเล่มล่าสุดที่เพิ่งอ่านจบไป (และเป็นผลงานเล่มแรกของพี่เค้าด้วย) ผมหยิบผลงานล่าสุดของโคเบนมาอ่านต่อเลย ก็คือ ลวง (แปลจาก Missing You) และคุณมณฑารัตน์ ทรงเผ่า เป็นผู้แปลเหมือนเล่มที่แล้ว เล่มนี้เพิ่งได้มาในช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ พลิกดูในหน้าข้อมูลเห็นลงไว้ว่าพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคมนี่เอง ก็น่าจะเป็นเล่มล่าสุดจริงๆ

เล่มนี้ต้องบอกว่า คุณพี่โคเบนขยายวงเรื่องราวกว้างขึ้นจากเดิม จากประสบการณ์ที่ผมอ่านงานคุณพี่มา (พูดเหมือนเยอะ แต่จริงๆ เพิ่งไม่กี่เล่มนะครับ ถ้าผิดพลาดหรือเข้าใจผิดต้องขอโทษล่วงหน้ามาก่อนเลย) มักจะเป็นเรื่องราวของการฆาตกรรมในแวดวงคนใกล้ตัว โดยมีที่มาหรือต้นเหตุมาจากอดีตแล้วมาปรากฎในเหตุการณ์ปัจจุบัน แต่เล่มนี้โคเบนใส่ประเด็นเรื่องแก๊งอาชญากรรมเข้าไปด้วย แล้วอาชญากรรมที่ว่าเป็นเรื่องของ G&j*(k%4$,: (คือถ้าบอกมันจะสปอยล์นะครับ อันนี้ต้องอ่านเอง) ซึ่งที่เมืองนอกมีแน่ๆ ส่วนในไทยนี่ไม่รู้ว่ามีหรือยัง ถ้ายังไม่มีอีกไม่นานก็จะมีแน่ๆ เตรียมตัวรับมือไว้ได้เลย

เรื่องราวแบบย่อๆ ก็คือ ตัวเอกของเรื่องเป็นตำรวจสาวแห่งกรุงนิวยอร์กที่มาเป็นตำรวจหลังจากพ่อที่เป็นตำรวจถูกฆ่าตาย ถึงฆาตกรจะถูกจับได้และรับสารภาพแต่ก็ไม่ยอมซัดทอดไปถึงตัวผู้บงการ กลายเป็นประเด็นคาใจตัวเอกของเราตลอดมา ขณะเดียวกันเพื่อนสนิทของตัวเอกก็แอบไปสมัครเว็บไซต์หาคู่เอาไว้ให้ พอตัวเอกเข้าไปใช้ก็ไปเจอว่าแฟนเก่าที่เลิกรากันไปเมื่อนานนมมาแล้วก็ใช้เว็บนี้อยู่เหมือนกัน พอทักไปก็ปรากฎว่าหมอนี่จำเธอไม่ได้

จากนั้นก็มีเหตุที่เกิดขึ้นและเป็นประเด็นชักนำให้ตัวเอกของเราต้องสืบต่อไปเรื่อยๆ จนเรื่องราวคลี่คลายในที่สุด ทั้งเรื่องของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นและเรื่องการตายของพ่อเธอ

สนุกและไม่ผิดหวังแน่นอนครับสำหรับคอหนังสือแนวนี้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนพี่โคเบนหรือไม่ก็ตาม

ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ ❤

 

ลวง (Missing You)
ผู้เขียน : Harlan Coben
ผู้แปล : มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ราคา : ๓๒๕ บาท

 

ก่อนหน้าเล่มนี้อ่านอะไรไป…

หนังสือเล่มแรกของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สองของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สี่ของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่ห้าของปี ๒๕๕๘

รีวิวหนังสือ : ลวง (Missing You)

ลวง

เนื่องจากยังติดใจกับ แกล้ง ของ Harlan Coben ซึ่งเป็นเล่มล่าสุดที่เพิ่งอ่านจบไป (และเป็นผลงานเล่มแรกของพี่เค้าด้วย) ผมหยิบผลงานล่าสุดของโคเบนมาอ่านต่อเลย ก็คือ ลวง (แปลจาก Missing You) และคุณมณฑารัตน์ ทรงเผ่า เป็นผู้แปลเหมือนเล่มที่แล้ว เล่มนี้เพิ่งได้มาในช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ พลิกดูในหน้าข้อมูลเห็นลงไว้ว่าพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคมนี่เอง ก็น่าจะเป็นเล่มล่าสุดจริงๆ

เล่มนี้ต้องบอกว่า คุณพี่โคเบนขยายวงเรื่องราวกว้างขึ้นจากเดิม จากประสบการณ์ที่ผมอ่านงานคุณพี่มา (พูดเหมือนเยอะ แต่จริงๆ เพิ่งไม่กี่เล่มนะครับ ถ้าผิดพลาดหรือเข้าใจผิดต้องขอโทษล่วงหน้ามาก่อนเลย) มักจะเป็นเรื่องราวของการฆาตกรรมในแวดวงคนใกล้ตัว โดยมีที่มาหรือต้นเหตุมาจากอดีตแล้วมาปรากฎในเหตุการณ์ปัจจุบัน แต่เล่มนี้โคเบนใส่ประเด็นเรื่องแก๊งอาชญากรรมเข้าไปด้วย แล้วอาชญากรรมที่ว่าเป็นเรื่องของ G&j*(k%4$,: (คือถ้าบอกมันจะสปอยล์นะครับ อันนี้ต้องอ่านเอง) ซึ่งที่เมืองนอกมีแน่ๆ ส่วนในไทยนี่ไม่รู้ว่ามีหรือยัง ถ้ายังไม่มีอีกไม่นานก็จะมีแน่ๆ เตรียมตัวรับมือไว้ได้เลย

เรื่องราวแบบย่อๆ ก็คือ ตัวเอกของเรื่องเป็นตำรวจสาวแห่งกรุงนิวยอร์กที่มาเป็นตำรวจหลังจากพ่อที่เป็นตำรวจถูกฆ่าตาย ถึงฆาตกรจะถูกจับได้และรับสารภาพแต่ก็ไม่ยอมซัดทอดไปถึงตัวผู้บงการ กลายเป็นประเด็นคาใจตัวเอกของเราตลอดมา ขณะเดียวกันเพื่อนสนิทของตัวเอกก็แอบไปสมัครเว็บไซต์หาคู่เอาไว้ให้ พอตัวเอกเข้าไปใช้ก็ไปเจอว่าแฟนเก่าที่เลิกรากันไปเมื่อนานนมมาแล้วก็ใช้เว็บนี้อยู่เหมือนกัน พอทักไปก็ปรากฎว่าหมอนี่จำเธอไม่ได้

จากนั้นก็มีเหตุที่เกิดขึ้นและเป็นประเด็นชักนำให้ตัวเอกของเราต้องสืบต่อไปเรื่อยๆ จนเรื่องราวคลี่คลายในที่สุด ทั้งเรื่องของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นและเรื่องการตายของพ่อเธอ

สนุกและไม่ผิดหวังแน่นอนครับสำหรับคอหนังสือแนวนี้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนพี่โคเบนหรือไม่ก็ตาม

ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ ❤

 

ลวง (Missing You)
ผู้เขียน : Harlan Coben
ผู้แปล : มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ราคา : ๓๒๕ บาท

 

ก่อนหน้าเล่มนี้อ่านอะไรไป…

หนังสือเล่มแรกของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สองของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สี่ของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่ห้าของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่ห้าของปี ๒๕๕๘ : แกล้ง

แกล้ง

จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับหนังสือเล่มที่ห้าของปีนี้ เล่มนี้เป็นผลงานของนักเขียนที่ผมเพิ่งมารู้จักและเริ่มอ่านเมื่อปีที่แล้วนี่เอง (ทำไมเชยยังงี้วะ?) ก็คือ แกล้ง (แปลจาก Play Dead) โดย Harlan Coben และ คุณมณฑารัตน์ ทรงเผ่า เป็นผู้แปล

เล่มนี้ตอนเห็นทีแรกในร้านหนังสือก็สองจิตสองใจว่าจะซื้อดีมั้ย เพราะโปรยปกเอาไว้ว่าเป็นนวนิยายเรื่องแรกของคุณพี่โคเบน (เออ พอเขียนโคเบนเฉยๆ แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้ก็มี Kurt Coben นี่หว่า สองคนนี้เป็นญาติเป็นอะไรกันมั้ยนี่) ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะสนุกมั้ย ลองหยิบพลิกๆ ดู อ่านดูนิดนึงก็ยังตัดสินไม่ได้ แถมเปิดมาหน้ารองปกเจอข้อความที่พี่โคเบนแกเขียนไว้ทำนองว่า ถ้านี่จะเป็นงานแกเล่มแรกที่เราจะอ่าน ให้หยุดเลย เอาไปคืนร้านซะ แล้วเอาเล่มอื่นมาอ่านแทน นี่ขนาดคนเขียนเองนะ ยังบอกยังงี้เลย ผมก็ เอาไงดีวะ ระหว่างที่กำลังสองจิตสองใจในสมองก็แว๊บถึงนิยายเล่มแรกของนักเขียนหลายคนขึ้นมา ไล่มาตั้งแต่ Carrie ของพี่ Stephen King มา A Time to Kill ของพี่ John Grisham แล้วก็ Numbered Account ของ Christopher Reich ซึ่งต่อมาก็โด่งดังระเบิดระเบ้อทุกคนนะครับ ก็เลยเอาวะ มือระดับนี้ถึงจะเป็นเล่มแรกก็ไม่ขี้ไก่หรอกน่า

แล้วก็จริงครับ

อ่านยังไม่ทันจบผมก็เริ่มคิดแล้วว่า ถ้าเล่มแรกพี่เขียนได้ขนาดนี้ ผมไม่แปลกใจเลยที่พี่จะดังและขายดีขนาดนี้ แม่มโคตรสนุกอ่ะ (ขออนุญาตใช้คำเพื่อบอกระดับนิดนึง)

ช่วงเริ่มต้นไปถึงกลางๆ เรื่อง อ่านไปเราจะคิดว่า โห แค่นี้เองเหรอว้า ปมเรื่องที่วางไว้นี่กูเดาได้แต่แรกเลยนะ ชื่อก็บอกไว้โต้งๆ ขนาดนั้น อืม เอาวะ เล่มแรกก็คงได้ประมาณนี้ แต่พอเรื่องเริ่มเข้าใกล้ไคลแมกซ์นะ เฮ้ย นี่พี่ใส่ปมใส่ประเด็นเข้ามาเต็มตั้งแต่เล่มแรกยังงี้เลยเรอะ

องค์ประกอบของเรื่องแนวนี้มีอยู่ครบนะครับ แถมด้วยสไตล์ที่เป็นลายเซ็นของพี่โคเบนก็ครบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีตที่เป็นปมเหตุของสถานการณ์ปัจจุบัน กีฬาบาสเก็ตบอล วิธีการเล่าที่หลอกให้คนอ่านเขว แล้วก็อีกเรื่องที่ผมเห็นโคเบนใส่เข้ามาในหนังสือหลายเล่มแล้วคือ พี่เค้าจะมีอะไรนิดๆ หน่อยๆ เกี่ยวกับเมืองไทย ไม่รู้ติดใจอะไร

เรื่องย่อๆ ก็คือ ตัวเอกเป็นอดีตนางแบบระดับโลกที่ผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจ แล้วมาแต่งงานกับซูเปอร์สตาร์ของทีม Boston Celtics ระหว่างฮันนีมูนที่ออสเตรเลียก็เกิดเหตุคุณสามีจมน้ำตาย พอกลับมาจัดการเรื่องทรัพย์สินก็ไปเจอว่าเงินก้อนใหญ่ของสามีถูกโอนหายไป แล้วก็มีเรื่องราวไม่ชอบมาพากลชวนให้สงสัยเกิดตามมาเรื่อยๆ ยิ่งสางไปก็ยิ่งเจอปมใหม่ แค่นั้นยังไม่พอ ระหว่างนั้นก็มีเรื่องส่วนตัวชีวิตครอบครัวเกิดคู่ขนานกันไปอีก นำไปสู่ตอนเฉลยเรื่องราวทั้งหมดนั่นแหละ

เล่มนี้ ๔๔๔ หน้า หนากว่าเล่มอื่นๆ ของพี่โคเบนอยู่พอสมควร แต่อ่านแป๊บเดียวแหละเพราะหยิบแล้ววางไม่ค่อยลงหรอก

ใครที่ชอบแนวนี้และใครที่เป็นแฟนคุณพี่โคเบน ไม่น่าพลาดนะครับ

หมายเหตุ : ที่หน้า ๖๘ มีจุดที่น่าจะใช้คำผิดอยู่จุดนึง ผมไม่มีเล่มภาษาอังกฤษให้เทียบ แต่ดูจากบริบทของกีฬาบาสเก็ตบอลแล้วคิดว่าไม่น่าจะใช่ ถ้ามีโอกาสไปร้านหนังสือจะดูให้แน่อีกทีครับ

 

แกล้ง (Play Dead)
ผู้เขียน : Harlan Coben
ผู้แปล : มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ราคา : ๓๒๕ บาท

 

ก่อนหน้าเล่มนี้อ่านอะไรไป…

หนังสือเล่มแรกของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สองของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สี่ของปี ๒๕๕๘

รีวิวหนังสือ : แกล้ง (Play Dead)

แกล้ง

จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับหนังสือเล่มที่ห้าของปีนี้ เล่มนี้เป็นผลงานของนักเขียนที่ผมเพิ่งมารู้จักและเริ่มอ่านเมื่อปีที่แล้วนี่เอง (ทำไมเชยยังงี้วะ?) ก็คือ แกล้ง (แปลจาก Play Dead) โดย Harlan Coben และ คุณมณฑารัตน์ ทรงเผ่า เป็นผู้แปล

เล่มนี้ตอนเห็นทีแรกในร้านหนังสือก็สองจิตสองใจว่าจะซื้อดีมั้ย เพราะโปรยปกเอาไว้ว่าเป็นนวนิยายเรื่องแรกของคุณพี่โคเบน (เออ พอเขียนโคเบนเฉยๆ แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้ก็มี Kurt Coben นี่หว่า สองคนนี้เป็นญาติเป็นอะไรกันมั้ยนี่) ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะสนุกมั้ย ลองหยิบพลิกๆ ดู อ่านดูนิดนึงก็ยังตัดสินไม่ได้ แถมเปิดมาหน้ารองปกเจอข้อความที่พี่โคเบนแกเขียนไว้ทำนองว่า ถ้านี่จะเป็นงานแกเล่มแรกที่เราจะอ่าน ให้หยุดเลย เอาไปคืนร้านซะ แล้วเอาเล่มอื่นมาอ่านแทน นี่ขนาดคนเขียนเองนะ ยังบอกยังงี้เลย ผมก็ เอาไงดีวะ ระหว่างที่กำลังสองจิตสองใจในสมองก็แว๊บถึงนิยายเล่มแรกของนักเขียนหลายคนขึ้นมา ไล่มาตั้งแต่ Carrie ของพี่ Stephen King มา A Time to Kill ของพี่ John Grisham แล้วก็ Numbered Account ของ Christopher Reich ซึ่งต่อมาก็โด่งดังระเบิดระเบ้อทุกคนนะครับ ก็เลยเอาวะ มือระดับนี้ถึงจะเป็นเล่มแรกก็ไม่ขี้ไก่หรอกน่า

แล้วก็จริงครับ

อ่านยังไม่ทันจบผมก็เริ่มคิดแล้วว่า ถ้าเล่มแรกพี่เขียนได้ขนาดนี้ ผมไม่แปลกใจเลยที่พี่จะดังและขายดีขนาดนี้ แม่มโคตรสนุกอ่ะ (ขออนุญาตใช้คำเพื่อบอกระดับนิดนึง)

ช่วงเริ่มต้นไปถึงกลางๆ เรื่อง อ่านไปเราจะคิดว่า โห แค่นี้เองเหรอว้า ปมเรื่องที่วางไว้นี่กูเดาได้แต่แรกเลยนะ ชื่อก็บอกไว้โต้งๆ ขนาดนั้น อืม เอาวะ เล่มแรกก็คงได้ประมาณนี้ แต่พอเรื่องเริ่มเข้าใกล้ไคลแมกซ์นะ เฮ้ย นี่พี่ใส่ปมใส่ประเด็นเข้ามาเต็มตั้งแต่เล่มแรกยังงี้เลยเรอะ

องค์ประกอบของเรื่องแนวนี้มีอยู่ครบนะครับ แถมด้วยสไตล์ที่เป็นลายเซ็นของพี่โคเบนก็ครบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีตที่เป็นปมเหตุของสถานการณ์ปัจจุบัน กีฬาบาสเก็ตบอล วิธีการเล่าที่หลอกให้คนอ่านเขว แล้วก็อีกเรื่องที่ผมเห็นโคเบนใส่เข้ามาในหนังสือหลายเล่มแล้วคือ พี่เค้าจะมีอะไรนิดๆ หน่อยๆ เกี่ยวกับเมืองไทย ไม่รู้ติดใจอะไร

เรื่องย่อๆ ก็คือ ตัวเอกเป็นอดีตนางแบบระดับโลกที่ผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจ แล้วมาแต่งงานกับซูเปอร์สตาร์ของทีม Boston Celtics ระหว่างฮันนีมูนที่ออสเตรเลียก็เกิดเหตุคุณสามีจมน้ำตาย พอกลับมาจัดการเรื่องทรัพย์สินก็ไปเจอว่าเงินก้อนใหญ่ของสามีถูกโอนหายไป แล้วก็มีเรื่องราวไม่ชอบมาพากลชวนให้สงสัยเกิดตามมาเรื่อยๆ ยิ่งสางไปก็ยิ่งเจอปมใหม่ แค่นั้นยังไม่พอ ระหว่างนั้นก็มีเรื่องส่วนตัวชีวิตครอบครัวเกิดคู่ขนานกันไปอีก นำไปสู่ตอนเฉลยเรื่องราวทั้งหมดนั่นแหละ

เล่มนี้ ๔๔๔ หน้า หนากว่าเล่มอื่นๆ ของพี่โคเบนอยู่พอสมควร แต่อ่านแป๊บเดียวแหละเพราะหยิบแล้ววางไม่ค่อยลงหรอก

ใครที่ชอบแนวนี้และใครที่เป็นแฟนคุณพี่โคเบน ไม่น่าพลาดนะครับ

หมายเหตุ : ที่หน้า ๖๘ มีจุดที่น่าจะใช้คำผิดอยู่จุดนึง ผมไม่มีเล่มภาษาอังกฤษให้เทียบ แต่ดูจากบริบทของกีฬาบาสเก็ตบอลแล้วคิดว่าไม่น่าจะใช่ ถ้ามีโอกาสไปร้านหนังสือจะดูให้แน่อีกทีครับ

 

แกล้ง (Play Dead)
ผู้เขียน : Harlan Coben
ผู้แปล : มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ราคา : ๓๒๕ บาท

 

ก่อนหน้าเล่มนี้อ่านอะไรไป…

หนังสือเล่มแรกของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สองของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สี่ของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สี่ของปี ๒๕๕๘ : กับดักฆาตกร

กับดักฆาตกร (I'll be  seeing you)

เมื่อหลายวันก่อนผมปิดจ็อบหนังสือเล่มที่สี่ของปีนี้เป็นที่เรียบร้อยครับ คราวนี้เป็นหนังสือสืบสวนสอบสวนจากฝีมือนักเขียนสตรีรุ่นใหญ่สูงวัยอย่าง Mary Higgins Clark ก็คือ กับดักฆาตกร ที่แปลมาจาก I’ll be seeing you แปลโดย วัฒนิจ คงธนารัตน์ ของแพรวสำนักพิมพ์

เนื้อเรื่องคร่าวๆ ก็คือ ตัวเอกของเรื่องเป็นนักข่าวทีวีที่วันนึงตอนกำลังรอทำข่าวอยู่ที่โรงพยาบาลเกิดมีผู้หญิงถูกแทงและนำตัวมาส่งที่โรงพยาบาลนี้ (และสุดท้ายก็เสียชีวิต) เมื่อตัวเอกของเราไปเจอก็ถึงกับผงะ เพราะผู้หญิงคนนี้หน้าเหมือนเธอยังกับฝาแฝดแถมยังอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ในตัวผู้หญิงคนนี้ยังมีชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเธออยู่ด้วย ที่สำคัญ ชื่อและเบอร์โทรที่ว่านี้เขียนด้วยลายมือของพ่อเธอที่ตายไปเมื่อเก้าเดือนก่อนจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

จากจุดเริ่มนี้เองทำให้ตัวเอกของเรื่องต้องสืบหาความจริงว่าผู้หญิงคนตายนี้เป็นใคร ทำไมถึงได้หน้าเหมือนเธอขนาดนี้และทำไมถึงได้มีกระดาษที่เป็นลายมือพ่อเธออยู่กับตัว แต่ดูเหมือนเรื่องราวแค่นี้จะยังไม่สะใจพอ คนเขียนก็เลยเพิ่มประเด็นเข้ามาอีกนั่นก็คือธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นสมบัติประจำตระกูลฝั่งแม่เธอกำลังประสบปัญหาทางการเงิน สถานการณ์ร่อแร่จะไปแหล่ไม่ไปแหล่ ให้คนอ่านต้องคอยลุ้นไปด้วย

Mary Higgins Clark เขียนเรื่องนี้ออกมาสนุก ตื่นเต้นและน่าติดตามมากนะครับ แต่ละประเด็นผูกปมเอาไว้ดี มีมุขหลอกให้เขว (ตามสไตล์เรื่องแนวนี้) และค่อยๆ คลี่คลายทีละปมทีละเปลาะจนเฉลยเหตุการณ์ทั้งหมด ใครชอบเรื่องแนวนี้นี่ไม่ควรพลาด

มีเรื่องที่สะดุดอยู่นิดเดียว คือมีบางคำที่ผู้แปลมักจะใช้ แต่ผมอ่านแล้วรู้สึกตะหงิดๆ อย่างคำว่า “ของตน” ซึ่งตรงนี้อาจเป็นที่ความไม่ชินของผมเองนะครับ คนอื่นอ่านแล้วอาจไม่รู้สึกก็ได้

กับดักฆาตกร
ผู้เขียน : Mary Higgins clark
ผู้แปล : วัฒนิจ คงธนารัตน์
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ราคา : ๒๔๕ บาท

 

ต่ออีกนิด พออ่านจบเล่ม ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยซื้อหนังสือแปลในชุดของ Mary Higgins Clark มานี่หว่า ก็เลยไปรื้อชั้นหนังสือดู ก็เจอเล่มนี้ครับ

สืบสยอง (I'll be seeing you)

เล่มเดียวกันเป๊ะ ให้มันได้อย่างนี้ ทำไมไม่นึกได้ก่อนที่จะซื้อ เวอร์ชั่นนี้ของคุณสุวิทย์ ขาวปลอด เป็นผู้แปล เปิดดูรายละเอียดข้างในบอกไว้ว่าพิมพ์ออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ถึงตอนนี้ก็ ๒๑ ปีแล้วนะครับ ก็คงไม่แปลกที่จะจำไม่ได้แล้ว คราวหน้าก่อนจะซื้อคงต้องย้อนไปรื้อดูที่บ้านก่อนว่ามีหรือยัง จะได้ไม่ซื้อซ้ำแบบคราวนี้อีก

 

ก่อนหน้าเล่มนี้อ่านอะไรไป… 

หนังสือเล่มแรกของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สองของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๘

รีวิวหนังสือ : กับดักฆาตกร (I’ll Be Seeing)

กับดักฆาตกร (I'll be  seeing you)

เมื่อหลายวันก่อนผมปิดจ็อบหนังสือเล่มที่สี่ของปีนี้เป็นที่เรียบร้อยครับ คราวนี้เป็นหนังสือสืบสวนสอบสวนจากฝีมือนักเขียนสตรีรุ่นใหญ่สูงวัยอย่าง Mary Higgins Clark ก็คือ กับดักฆาตกร ที่แปลมาจาก I’ll be seeing you แปลโดย วัฒนิจ คงธนารัตน์ ของแพรวสำนักพิมพ์

เนื้อเรื่องคร่าวๆ ก็คือ ตัวเอกของเรื่องเป็นนักข่าวทีวีที่วันนึงตอนกำลังรอทำข่าวอยู่ที่โรงพยาบาลเกิดมีผู้หญิงถูกแทงและนำตัวมาส่งที่โรงพยาบาลนี้ (และสุดท้ายก็เสียชีวิต) เมื่อตัวเอกของเราไปเจอก็ถึงกับผงะ เพราะผู้หญิงคนนี้หน้าเหมือนเธอยังกับฝาแฝดแถมยังอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ในตัวผู้หญิงคนนี้ยังมีชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเธออยู่ด้วย ที่สำคัญ ชื่อและเบอร์โทรที่ว่านี้เขียนด้วยลายมือของพ่อเธอที่ตายไปเมื่อเก้าเดือนก่อนจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

จากจุดเริ่มนี้เองทำให้ตัวเอกของเรื่องต้องสืบหาความจริงว่าผู้หญิงคนตายนี้เป็นใคร ทำไมถึงได้หน้าเหมือนเธอขนาดนี้และทำไมถึงได้มีกระดาษที่เป็นลายมือพ่อเธออยู่กับตัว แต่ดูเหมือนเรื่องราวแค่นี้จะยังไม่สะใจพอ คนเขียนก็เลยเพิ่มประเด็นเข้ามาอีกนั่นก็คือธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นสมบัติประจำตระกูลฝั่งแม่เธอกำลังประสบปัญหาทางการเงิน สถานการณ์ร่อแร่จะไปแหล่ไม่ไปแหล่ ให้คนอ่านต้องคอยลุ้นไปด้วย

Mary Higgins Clark เขียนเรื่องนี้ออกมาสนุก ตื่นเต้นและน่าติดตามมากนะครับ แต่ละประเด็นผูกปมเอาไว้ดี มีมุขหลอกให้เขว (ตามสไตล์เรื่องแนวนี้) และค่อยๆ คลี่คลายทีละปมทีละเปลาะจนเฉลยเหตุการณ์ทั้งหมด ใครชอบเรื่องแนวนี้นี่ไม่ควรพลาด

มีเรื่องที่สะดุดอยู่นิดเดียว คือมีบางคำที่ผู้แปลมักจะใช้ แต่ผมอ่านแล้วรู้สึกตะหงิดๆ อย่างคำว่า “ของตน” ซึ่งตรงนี้อาจเป็นที่ความไม่ชินของผมเองนะครับ คนอื่นอ่านแล้วอาจไม่รู้สึกก็ได้

กับดักฆาตกร
ผู้เขียน : Mary Higgins clark
ผู้แปล : วัฒนิจ คงธนารัตน์
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ราคา : ๒๔๕ บาท

 

ต่ออีกนิด พออ่านจบเล่ม ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยซื้อหนังสือแปลในชุดของ Mary Higgins Clark มานี่หว่า ก็เลยไปรื้อชั้นหนังสือดู ก็เจอเล่มนี้ครับ

สืบสยอง (I'll be seeing you)

เล่มเดียวกันเป๊ะ ให้มันได้อย่างนี้ ทำไมไม่นึกได้ก่อนที่จะซื้อ เวอร์ชั่นนี้ของคุณสุวิทย์ ขาวปลอด เป็นผู้แปล เปิดดูรายละเอียดข้างในบอกไว้ว่าพิมพ์ออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ถึงตอนนี้ก็ ๒๑ ปีแล้วนะครับ ก็คงไม่แปลกที่จะจำไม่ได้แล้ว คราวหน้าก่อนจะซื้อคงต้องย้อนไปรื้อดูที่บ้านก่อนว่ามีหรือยัง จะได้ไม่ซื้อซ้ำแบบคราวนี้อีก

 

ก่อนหน้าเล่มนี้อ่านอะไรไป… 

หนังสือเล่มแรกของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สองของปี ๒๕๕๘

หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๘

หนังสือเสียง : เรื่องเล่าจากป่า

เรื่องเล่าจากป่า

ช่วงปลายปีที่แล้วทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำหนังสือออกมาเล่มนึงในโอกาสที่ครบรอบ ๒๐ ปี โครงการปลูกป่า กฟผ. เฉลิมพระเกียรติฯ หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า เรื่องเล่าจากป่า ซึ่งนอกจากจะมีข้อมูลของโครงการปลูกป่าที่ว่าแล้ว ยังมีเนื้อหาและข้อมูลของป่าเมืองไทยด้วย

มีบทสัมภาษณ์สั้นๆ ของผู้คนที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ป่าในพื้นที่ต่างๆ ทั้งที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ และคนที่เป็นที่รู้จักกันดีในสังคม อย่างคุณบัณฑูร ล่ำซำ ซีอีโอ แบงก์กสิกรไทย พระไพศาล วิสาโล ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี เป้ อารักษ์ และดีเจพี่อ้อย (งานนี้มาคนเดียว ไม่มีพี่ฉอดมาด้วย) ฯลฯ

สำหรับคนที่สนใจจะศึกษาธรรมชาติ หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมเส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณพื้นที่รอบเขื่อนและโรงไฟฟ้าจำนวน ๑๒ แห่ง กระจายไปทั่วทั้งประเทศไล่มาตั้งแต่ภาคเหนือที่เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ลงมาภาคตะวันตกที่เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ ลงไปภาคใต้ที่เขื่อนรัชชประภาและโรงไฟฟ้ากระบี่ ย้อนกลับขึ้นมาที่ภาคตะวันออกที่โรงไฟฟ้าบางปะกง และขยับต่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนสิรินธร เขื่อนอุบลรัตน์และโรงไฟฟ้าลำตะคอง

ซึ่งแต่ละจุดที่ว่ามานี้จะมีรายละเอียดทั้งที่เป็นแผนที่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง ฤดูกาลที่เหมาะสม (จะได้ไม่พลาดมาแล้วเสียเที่ยว) รวมไปถึงข้อมูลที่บอกให้รู้ว่าจุดไหนมีอะไรให้ดู อาจจะเป็นพืช นกหรือสัตว์น้ำ แตกต่างกันไป และใครที่อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเขื่อนและโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งเพิ่มเติมก็สามารถใช้ QR Code ดูได้

ลูกเล่นอีกอย่างของหนังสือเล่มนี้ที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือเมื่อพลิกเปิดปกหน้าจะได้ยินเสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล อยู่พักนึง ประมาณว่าให้เข้าบรรยากาศหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับป่านี่แหละ

อ่านมาถึงตรงนี้อาจมีคำถาม ถ้าสนใจหนังสือเล่มนี้จะหาซื้อได้ที่ไหน?

งานนี้ไม่ต้องซื้อครับ กฟผ. เขาแจกฟรี ถ้าใครจะไปเดินงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่กำลังจัดอยู่ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ให้เดินไปที่บูธร้านนายอินทร์ ที่โซน C หนังสือจะมีวางแจกอยู่ที่นั่น ถ้าหาไม่เจอถามเจ้าหน้าที่ได้เลย แต่ถ้าไปแล้วเกิดหนังสือหมด ไม่ต้องเสียใจ ลงชื่อและที่อยู่เอาไว้ครับ ทางกฟผ. จะส่งตามไปให้ถึงที่บ้าน และถ้าใครมีจิตศรัทธาจะร่วมบริจาคเงินก็ได้ เงินที่บริจาคนี้จะรวบรวมนำไปมอบให้กับกองทุนผู้พิทักษ์ป่า มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ครับ

บูธร้านนายอินทร์

มีป้ายบอกให้เห็นชัดๆ ว่า ฟรี นะครับ แต่ถ้าใครอยากร่วมบริจาคเข้ากองทุนผู้พิทักษ์ป่าก็หยอดเงินใส่กล่องที่เห็นตั้งอยู่ข้างหน้านี่ล่ะครับ

นิตยสาร Offscreen ฉบับที่ ๖

offscreen 6

ตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ว่าปีนี้จะอ่าน “หนังสือ” ตามที่ได้เขียนเอาไว้ในโพสต์นี้ ล่าสุดผมปิดจบหนังสือเล่มที่สามของปีไปเป็นที่เรียบร้อย เล่มนี้จริงๆ เป็นนิตยสารนะครับ ก็คือ Offscreen เล่ม ๖

ผมได้เคยเขียนเล่าถึงนิตยสาร Offscreen เอาไว้แล้วที่โพสต์นี้ (หากใครอยากรู้รายละเอียดลองคลิกไปอ่านดูก่อนได้ แต่เล่าคร่าวๆ ก็คือ  เป็นนิตยสารเกี่ยวกับคนในแวดวงเว็บดีไซน์และ app developer นะครับ) สำหรับเล่มนี้รายละเอียดด้านในมีบทสัมภาษณ์ให้อ่านกันจุใจ ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง VSCO แอพแต่งภาพยอดนิยม มีผู้ก่อตั้งร่วมของ The Verge บลอกไอทีชื่อดัง (แต่ตอนนี้ย้ายค่ายไปอยู่ที่ Bloomberg เป็นที่เรียบร้อยแล้ว) ยังมีผู้บริหารหญิงของ Tumblr ที่เป็นคนดูงานตลาดต่างประเทศ โดยที่ต้องเดินทางไปมาระหว่างเบอร์ลินและนิวยอร์กอยู่เป็นประจำ ฯลฯ

ส่วนคอลัมน์เล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยลดความหนักของเนื้อหาในเล่ม และยังช่วยผ่อนคลายสายตาด้วยภาพสวยๆ ก็ยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาพบรรยากาศออฟฟิศบริษัทไอทีชื่อดังหลายแห่ง ภาพโต๊ะทำงานของคนในแวดวงนี้ (ซึ่งเท่าที่เห็นส่วนมากจะไม่ขาดแก้วกาแฟเลยนะ)

บอกได้ว่า ถ้าสนใจเรื่องราวพวกนี้จะรู้สึกจุใจมาก อ่านแล้วที่เสียดายมีอยู่อย่างเดียวคือ ยังไม่มีวางในร้านหนังสือเมืองไทย ต้องสั่งเข้ามาจากเว็บของ Offscreen โดยตรง ถ้ามีร้านไหนเอามาวางขายจะขอบคุณมากครับ

หนังสือเล่มที่สามของปี ๒๕๕๘ : Offscreen

offscreen 6

ตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ว่าปีนี้จะอ่าน “หนังสือ” ตามที่ได้เขียนเอาไว้ในโพสต์นี้ ล่าสุดผมปิดจบหนังสือเล่มที่สามของปีไปเป็นที่เรียบร้อย เล่มนี้จริงๆ เป็นนิตยสารนะครับ ก็คือ Offscreen เล่ม ๖

ผมได้เคยเขียนเล่าถึงนิตยสาร Offscreen เอาไว้แล้วที่โพสต์นี้ (หากใครอยากรู้รายละเอียดลองคลิกไปอ่านดูก่อนได้ แต่เล่าคร่าวๆ ก็คือ  เป็นนิตยสารเกี่ยวกับคนในแวดวงเว็บดีไซน์และ app developer นะครับ) สำหรับเล่มนี้รายละเอียดด้านในมีบทสัมภาษณ์ให้อ่านกันจุใจ ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง VSCO แอพแต่งภาพยอดนิยม มีผู้ก่อตั้งร่วมของ The Verge บลอกไอทีชื่อดัง (แต่ตอนนี้ย้ายค่ายไปอยู่ที่ Bloomberg เป็นที่เรียบร้อยแล้ว) ยังมีผู้บริหารหญิงของ Tumblr ที่เป็นคนดูงานตลาดต่างประเทศ โดยที่ต้องเดินทางไปมาระหว่างเบอร์ลินและนิวยอร์กอยู่เป็นประจำ ฯลฯ

ส่วนคอลัมน์เล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยลดความหนักของเนื้อหาในเล่ม และยังช่วยผ่อนคลายสายตาด้วยภาพสวยๆ ก็ยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาพบรรยากาศออฟฟิศบริษัทไอทีชื่อดังหลายแห่ง ภาพโต๊ะทำงานของคนในแวดวงนี้ (ซึ่งเท่าที่เห็นส่วนมากจะไม่ขาดแก้วกาแฟเลยนะ)

บอกได้ว่า ถ้าสนใจเรื่องราวพวกนี้จะรู้สึกจุใจมาก อ่านแล้วที่เสียดายมีอยู่อย่างเดียวคือ ยังไม่มีวางในร้านหนังสือเมืองไทย ต้องสั่งเข้ามาจากเว็บของ Offscreen โดยตรง ถ้ามีร้านไหนเอามาวางขายจะขอบคุณมากครับ