ภาพประทับใจจากงาน Jungle-Trail KhaoEto 2024

Jungle-Trail KhaoEto A5

ทุกภาพถ่ายล้วนมีเรื่องราว

งานวิ่งล่าสุดที่ไปมาถ้าให้เลือกภาพที่บอกความรู้สึกได้ดีที่สุดเพียงภาพเดียวต้องเป็นภาพนี้

ภาพนี้ช่างภาพถ่ายที่ซีพี A5 (๖๘ กิโลเมตร) จังหวะเพิ่งเข้ามาถึงแล้วเดินไปนั่งหมดแรงตรงเก้าอี้บริเวณหน้าทีมพยาบาล นั่งอยู่ท่านี้สักพักนึงเลย เหนื่อยมาก

ระหว่างที่นั่งก็คิดไปด้วยว่า นี่เพิ่งผ่านอิเขาซี่หวีมาได้ลูกเดียว แถมเป็นลูกเล็กสุด เกนประมาณสองร้อยเมตร ชันจนหน้าแหงน แล้วยังต้องเจออีกสองลูกที่เกนเกือบ ๆ สามร้อย แค่คิดเข่าก็ท้อแล้วมั้ย

แต่ยังดีที่ตุนเวลาไว้เยอะ เข้า A5 มาตอนทุ่มครึ่ง โดยที่คัตออฟตีหนึ่ง คิดในใจว่างานนี้เวลาไม่ใช่ปัญหาล่ะ กุจบแน่ ๆ ขอแค่พาตัวเองไปถึงเส้นชัยให้ได้ พอสรุปแบบนี้เลยตัดสินใจ นอน!!

วิ่งเทรลมาก็หลายปีไม่เคยนอนในเรซซักที งานนี้งานแรก ตั้งใจว่าจะได้พักขาขวาที่เริ่มมีอาการตึงที่พับในให้ดีขึ้นหน่อย บอกพี่พยาบาลว่าอีกครึ่งชั่วโมงถ้าผมไม่ตื่นช่วยเรียกด้วย ปรากฏว่าพยายามนอนสักพักแล้วยังไม่หลับก็เลยลุกมาก่อน

เดินมาเติมน้ำเตรียมออกไปต่อ เจอน้ำตาลสดแช่เย็น เลยหยิบมากินขวดนึง ชื่นใจมาก นั่งต่ออีกสักพักแล้ว ฮึบ ไปต่อ

สรุปออกจาก A5 มาตอนสองทุ่มสี่สิบห้า ใช้เวลาในซีพีนี้ไปชั่วโมงสิบห้านาทีเลยนะ

อ้อ ก่อนออกเดินไปให้พี่พยาบาลฉีดสเปรย์ พี่ฉีดไปพูดไปว่า ทำไมขาเล็กอย่างนี้!! 😆😂

เจอนักวิ่งเทรลไต้หวันที่ชอบมาวิ่งเมืองไทย

เขาอีโต้

ไปงานวิ่งครั้งนี้เจอนักวิ่งไต้หวัน อยู่ไต้หวันแต่ชอบมาวิ่งเทรลประเทศไทย นั่งเครื่องมาวิ่ง วิ่งเสร็จนั่งเครื่องกลับ ไม่เที่ยวที่ไหนต่อด้วย

นั่งคุยกันพักใหญ่คุณพี่บอกที่เคยไปก็ utcm utcr และงานเทรลที่กระบี่ เอาแค่ปีนี้แกมา cm5 / lampang65 / เขาอีโต้ 100 แล้วเดือนหน้าไปโป่งแยง 100 ต่อด้วย cuesta 100 เดือนถัดไป

ทั้งหมดที่ว่ามานี่ลงระยะร้อยโล ยกเว้นงานลำปางที่แกลงแค่ 65 โลด้วยเหตุผลว่า งานเพิ่งจัดปีแรกยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง ขอไปแค่นี้ก่อน

บอกแกว่าโป่งแยงปีนี้มีร้อยไมล์ด้วยนะ ยังสมัครได้ ยูไปเพิ่มระยะสิ แกส่ายหน้าบอกอายุเยอะแล้วเอาแค่ร้อยโลก็พอ (ดูทรงแล้วอายุน่าจะ 55 บวกลบ)

แกเล่าว่านอกจากที่ไทยแกไปวิ่งมาเลเซีย เวียดนาม ลาว มาแล้ว สรุปว่า งานเทรลที่ไทยนี่ดีสุด ทั้งสภาพภูมิประเทศและการจัดการ การซัพพอร์ตที่ซีพี

ฟังแบบนี้ก็ชวนให้คิดว่าประเทศไทยนี่ไหน ๆ ก็ตั้งเป้าจะเป็นฮับออฟเอฟวรีติงจิงกะเบลทั้งหลายแล้ว เราอาจจะต่อยอดการท่องเที่ยวด้วยการเป็นฮับออฟเทรลรันนิ่งอีกอันด้วยได้มั้ยนะ? 

วันเสาร์ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ ทำอะไร

ตื่นตีสี่ ออกจากบ้านตีห้า ขับรถไปร้อยกว่าโล วิ่ง ๆ เดิน ๆ จริง ๆ เดินซะมากกว่า ทรมานร่างกาย รีดไขมัน (เอ็งมีด้วยเหรอ?) อยู่ห้าชั่วโมง 

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขับรถมากินก๋วยเตี๋ยวเรือในห้างละแวกบ้าน (ห้างที่กำลังเป็นไวรอลอยู่ตอนนี้นั่นแหละ) กลับถึงบ้านห้าโมงเย็น

โคตรเหนื่อยแต่มีความสุขมากจ้ะ เลิฟ เลิฟ ❤️

น้ำตกสลัดไดสี่ยอด
วิ่งเส้นน้ำตกสลัดไดได้สี่ยอด
เห็ดแชมเปญที่น้ำตกสลัดได
เห็ดแชมเปญที่น้ำตกสลัดได
น้ำตกสลัดได น้ำใสมาก
น้ำใสและเย็นมาก

ก๋วยเตี๋ยวเรือนแพ ซอยสวนผัก ๕๐

พาแม่พดด้วงไปกินมื้อกลางวันเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวริมคลองเล็ก ๆ ร้านนี้น้องในทีมเคยพามาเมื่อซักสิบปีที่แล้ว หลังจากนั้นเคยเห็นออกรายการตลาดสดสนามเป้า แต่ก็ไม่รู้เลยว่าเจอโควิดเข้าไปแล้วเป็นยังไงบ้าง วันนี้นึกขึ้นได้ก็เลยลองเปิดกูเกิลแมปดู เออ ยังอยู่เว้ย ก็เลยลองมาดู

ที่ร้านนี้แต่ละโต๊ะจะมีวิธีเรียกพนักงานแตกต่างกันไป บางโต๊ะใช้ตีกลอง บางโต๊ะเขย่าเซียมซี อีกโต๊ะเคาะขวด ส่วนโต๊ะที่พี่นั่งใช้บีบไก่

บีบทีก็ร้องโอ้ก อ้าก โอ้ก อ้าก เป็นที่สนุกสนาน โต๊ะใกล้ ๆ มีหันมายิ้มให้

เจ้าของร้านยังมีลูกเล่นอื่นอีก อย่างตอนมารับออเดอร์โต๊ะข้าง ๆ ไม่รู้ว่าเขาสั่งเครื่องดื่มอะไร แต่เจ้าของร้านพูดทวนเสียงดังว่า น้ำปาล์มมี่นะ เราได้ยินก็งง น้ำอะไรของมึง น้ำปาล์มมี่

เหมือนเจ้าของจะรู้ เพราะเจ้าตัวรีบพูดต่อมาว่า น้ำปาล์มมี่ ชาดำ ชาดำ!!

แหม่ นะ ลูกเล่นแพรวพราวแบบนี้ท่าจะเมียหลายคน 😆🤣

ค่าครองชีพปี ๒๕๖๖

เมื่อเช้าเห็นโพสต์ fb ในกลุ่ม นึงพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจตอนนี้ หลายคอมเมนต์บอกตรงกันว่าทำมาหากินลำบากขึ้น ค่าใช้จ่ายประจำวันก็สูงขึ้น หลายคนบอกว่าอย่าพูดถึงเงินออมเลยเอาให้ชักหน้าถึงหลังได้ก่อนมั้ย

เห็นคอมเมนต์มาแนวนี้ก็เลยลองเอาข้อมูลตัวเองที่บันทึกเอาไว้มาลองคำนวณดู เออ น่าสนใจ เลยเอามาแชร์เป็นข้อมูล เผื่อใครมีความคิดเห็นยังไงมาถกกันได้

จากข้อมูลพบว่า ค่าใช้จ่ายรวมทั้งปีของปี ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๕ อยู่ ๘.๙๗% (ถ้าปัดกลม ๆ ก็ ๙%)

หมายเหตุไว้ก่อนว่า ไลฟ์สไตล์เป็นแบบเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรนะ

โดยที่ค่าใช้จ่ายนี้รวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ค่าสาธารณูปโภค ค่าส่วนกลางหมู่บ้าน ไปยันค่าสมัครงานวิ่งและอุปกรณ์ทั้งหลายทั้งปวง

แต่ถ้าแยกหมวดออกมาเฉพาะค่าอาหารจะพบว่า ค่าอาหารของปี ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๕ อยู่ ๑๓.๙๘% (ปัดกลม ๆ ก็ ๑๔%)

แปลว่าอะไร?

เอาคร่าว ๆ นะ ข้อแรก ถ้าปี ๒๕๖๖ ได้เงินเดือนขึ้นไม่ถึง ๘.๙๗% แปลว่า รายได้จริง ๆ ลดลง (ชิหายล่ะ 5555)

ข้อสอง อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าใช้จ่ายหมวดอื่น ๆ 

อันนี้แก้ไม่ยาก กินให้น้อยลงมั้ย?

เดี๋ยววววววว มันได้เหรอ

อย่างที่บอกข้างต้นว่าอันนี้คิดจากไลฟ์สไตล์ตัวเอง ซึ่งของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป ถ้าใครผ่อนบ้านอยู่มีดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายด้วย ถ้าเมื่อไหร่ดอกเบี้ยขยับขึ้นก็จะกระทบกับยอดค่าใช้จ่ายรวมไปด้วย อันนี้ก็ต้องระวัง

ถ้าใครว่าง ๆ ก็ลองคำนวณของตัวเองดูแล้วมาแชร์กันนะฮะ… ❤

เงินเก็บเพื่อใช้หลังเกษียณ

An old Thai man with lots of money

วันก่อนได้คุยกับน้องที่สนิทกันเรื่องที่ว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ถึงจะพอใช้ยามหลังเกษียณ?

(อันนี้เนื่องจากเรามาถึงวัยที่ควรจะคิดถึงเรื่องนี้กันได้แล้วนะถึงปากจะไม่ยอมรับก็เถอะ 😆🤣)

คำตอบของคำถามนี้สำหรับแต่ละคนแตกต่างกันไป สำหรับตัวเองมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาสองข้อ

ข้อแรก ไลฟ์สไตล์หลังเกษียณที่ต้องการจะใช้เงินเดือนละเท่าไหร่ อันนี้เอาตามที่ใจอยากเลย

ข้อสอง เงินเก็บก้อนที่มีอยู่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ปีละเท่าไหร่?

อันนี้หมายเหตุไว้นิดนึงว่าความต้องการส่วนตัวคืออยากให้ผลตอบแทนของเงินเก็บมีพอ (หรือเกินพอ) กับเงินที่ต้องใช้แต่ละเดือน เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องไปยุ่งกับตัวเงินต้นเลย เผื่อเอาไว้กรณีฉุกเฉินหรือที่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่จริง ๆ ค่อยดึงเงินต้นมาใช้

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรากะว่าชีวิตหลังเกษียณจะใช้เงินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท น่าจะอยู่ได้ (อ๋าาาาา จริง ๆ อยู่ได้มั้ย?) -> อันนี้เสียงพี่จอง 😆🤣

และคาดว่าเงินเก็บที่เราทำงานหลังขดหลังแข็งอดออมมาทั้งชีวิตน่าจะได้ผลตอบแทนซัก ๓.๕% ก็พอ (ตัวเลขนี้ประเมินคร่าว ๆ จากอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้บริษัทที่พอไว้ใจได้ อาจจะไม่ถึงขนาดปตท หรือเอสซีจี แต่ก็ยังพอหาได้)

คำนวณย้อนกลับไปจะได้ว่าเงินเก็บที่ต้องมีคือ สิบล้านบาท!!! (เอากลม ๆ นะ)

ถ้าใครประเมินว่าหลังเกษียณจะต้องใช้เงินแต่ละเดือนมากกว่านี้ก็มีสองทางเลือกคือ เพิ่มตัวเลขเงินเก็บก่อนที่จะเกษียณให้มากขึ้นอีก

หรือหาวิธีเพิ่มผลตอบแทนจากเงินเก็บให้สูงขึ้น แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องความเสี่ยงที่อาจจะเพิ่มขึ้นไปด้วย เพราะวัยนี้แล้วถ้าพลาดพลั้งขึ้นมาเงินหดหายไปจะกลับไปทำงานใหม่ก็ลำบากแล้ว

หรือถ้าเห็นตัวเลขสิบล้านแล้วถอดใจ (เหมือนที่พี่เป็นอยู่) ก็พยายามทำใจว่าอาจต้องทำงานต่อหลังจากที่ชีวิตถึงวัยเกษียณแล้วนะฮะ

ชีวิตมันก็แบบนี้ จะให้ได้อย่างใจทุกอย่างก็คงยากอ่ะนะ…

นิตยสารบริจาคสิ้นปี ๒๕๖๖

Magazines for donation 2023

ภารกิจสำคัญของทุกสิ้นปี เคลียร์ของในบ้านเพื่อบริจาคและทิ้ง

ทำมาต่อเนื่องร่วมสิบปีแล้ว ปีแรก ๆ ก็ง่าย เพราะของเยอะ ของบางอย่างก็ไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่ได้แล้ว ตัดใจไม่ยาก

พอมาปีหลัง ๆ เริ่มไม่ค่อยมีของให้เคลียร์แล้วก็ยากขึ้น และสุดยอดไอเท็มที่ยากที่สุดคือ ของที่มีความผูกพัน ของที่คิดว่าวันนึงจะได้ใช้ วันนึงจะเป็นประโยชน์

แต่โปรดอย่าถามว่าวันนึงคือวันไหน และวันนั้นจะมาถึงจริง ๆ มั้ย?

ปีนี้สเต็ปอัป ยากขึ้นมาอีกขั้น เคลียร์แมกกาซีนเก่าที่เก็บมานาน ๒๐ กว่าปี มีทั้ง eCompany NOW ที่เป็นยุคแรกของ Business 2.0 มี Fast Company มี Red Herring Dwell Elle Decor Vanity Fair ฯลฯ

นี่ต้องตัดใจไม่พลิกเปิดดูเลยนะ เพราะถ้าเริ่มพลิกดู ปีนึ้ไม่ได้เคลียร์แน่แม่อิด้วงเอ๊ย 😆🤣

ยังมีอีกชุดที่เป็นผลงานเก่าของตัวเอง อันนั้นขอแม่พดด้วงไว้ รอเป็นล็อตสุดท้ายละกันนะ… 🙄😆

การ์ดกล้องหน้ารถ error ได้นะ

ความรู้ใหม่วันนี้ :

micro sd card ที่ใช้ในกล้องหน้ารถมัน error ได้ด้วยว่ะ การ์ดไม่เสีย กล้องทำงาน แต่บันทึกภาพล่าสุดไม่ได้ เปิดดูคลิปในการ์ดล่าสุดบันทึกไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน สามปีที่แล้วโน่น

เสิร์ชหาข้อมูลเจอคำแนะนำว่า ควร format การ์ดทุกหกเดือนนะจ๊ะ เพื่อป้องกันปัญหาการ์ด error

นี่ยังโชคดีว่าช่วงสามปีที่ผ่านมาไม่มีเหตุอะไรที่ต้องใช้หลักฐานจากคลิปในกล้อง… 🙏😳

car microsdcard

ดักจิ้งจก

ที่บ้านมีจิ้งจกมากวนใจทำยังไงก็ไม่ได้ผล ฉีดสเปรย์ไล่ก็ไม่ไป แถมกลิ่นสเปรย์ยังทำให้ไมเกรนแม่พดด้วงกำเริบอีก วันก่อนมีคนมาโพสต์ถามในกลุ่มงานบ้านที่รัก แล้วมีเมนต์มาแนะนำอันนี้

ที่ดักแมลงสาบ

ก็เลยสั่งมาลองมั่ง ต้นทางบอกว่าใช้ข้าวสวยเป็นเหยื่อล่อ พี่ลองแล้วไม่ได้ผลก็เลยใช้กับข้าวนี่แหละ ลองเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนเกือบจะถอดใจล่ะ

ตื่นเช้ามาวันนี้ สำเร็จแล้วเว้ยยยยยยย… 😁👍

lizard trap
ตาแป๋วเชียวนะ

ซ้อมที่เขาตีนไก่ในวันแรงงาน

วันนี้ไปซ้อมที่เขาตีนไก่ ระยะทางไม่ได้เยอะอะไร เกนก็นิดเดียว เพซยิ่งไปกันใหญ่ แต่ที่ประทับใจคือตอนที่วิ่งเส้นน้ำตกสลัดไดมีน้องหมาคู่นึงวิ่งไปวิ่งกลับด้วยจนสุดทาง

เรื่องมันเริ่มจากตอนที่เราลงมาจากผานางดำ ผ่านมาถึงบริเวณหน้าสถานีเพาะกล้าไม้มีน้องหมาตัวผู้สีเทาวิ่งมาจากไหนไม่รู้แล้ววิ่งคู่ไปกับเรา ตัวนี้ดูทรงดีเลย (อันนี้ไม่ใช่คำราชาศัพท์นะฮะ 😊) มีกล้ามเนื้อพอประมาณ เป็นหมาหนุ่มกำลังฟิต

ไปได้อีกประมาณร้อยเมตร เจออีกตัวเป็นตัวเมียยืนจังก้าอยู่กลางถนน (กลางถนนจริง ๆ) แต่กระดิกหางแกว่งซ้ายขวาดูท่าแล้วน่าจะมาดี พอเราเข้าไปใกล้ก็พุ่งมาเลย กระโดดเข้าหา มีงับต้นขา งับมือ งับแบบงับกิ๊บ ๆ งับเบา ๆ ไม่ให้เราเจ็บอ่ะ ใครเคยเลี้ยงหมาหรือเคยเล่นกับหมาน่าจะพอนึกออก

พอเราเดินต่อน้องก็ตามมาทั้งสองตัวโดยที่เราไม่ได้เรียก อันนี้ต้องบอกก่อน ปกติไปที่ไหนเวลาเจอหมาเราจะไม่เรียกให้ตามมา เพราะ หนึ่ง กลัวแม่งหลง วิ่งไปกับเราแล้วกลับบ้านไม่ถูก สอง กลัวไปเจอเจ้าถิ่นข้างหน้า เดี๋ยวจะโดนเล่นงานเอา ด้วยเหตุนี้ นอกจากจะไม่เรียกให้วิ่งตามแล้ว เรายังไล่ไม่ให้ตามมาด้วย

พอเราเริ่มอัปฮิลน้องทั้งสองตัวก็วิ่งออกนำหน้าไป แม่งอัปฮิลสบาย ๆ เลย เห็นแล้วอิจฉาหมา พอไปข้างหน้าได้ซักหน่อยมีหยุดรอให้เราเดินตามทัน บางจังหวะมีหันมามอง ประมาณว่า ทำไมพวกพี่ช้ากันจังวะ?

ที่แสบคือบางช่วงที่ชันมาก น้องแม่งคงรอนาน พอเราไปถึงแม่งนอนรอเลย นี่ยังดีที่มันไม่ส่งสายตาหยามเหยียดมาด้วย

ตลอดทางน้องตัวผู้จะมีแวะฉี่ข้างทางซ้ายขวาเป็นระยะ เพื่อเอาไว้เป็น GPS navigation จะได้ดมหาทางกลับได้ถูก ตอนแรกพี่ก็ว่าจะเลียนแบบมันมั่งนะ แต่นึกขึ้นได้ว่าจมูกพี่แยกกลิ่นฉี่ไม่ออก เดี๋ยวดมไปดมมา ไปตามกลิ่นฉี่คนอื่นหลงทางจะยุ่งตายห่ะ 5555

ตอนแรกนึกว่าคงวิ่งตามไปแป๊บเดียว พอไปสักหน่อยแล้วก็คงจะกลับ แต่ไม่ใช่ ทั้งสองตัวไปกับเราจนถึงน้ำตกสลัดได โดยที่ระหว่างทางมีวิ่งออกไปไล่จิ้งเหลนกิ้งก่าตามข้างทางเป็นระยะ พอขากลับก็กลับออกมาพร้อมกับเรา ลงมาจนถึงจุดที่เจอกันตอนแรก รวมระยะทางไปกลับร่วมห้าโล โดยที่ทั้งสองตัวไม่มีท่าทางจะเหนื่อยสักนิดเดียว ส่วนพี่นั้น

หอบเป็นหมาเลย… 5555