สื่อสิ่งพิมพ์เอายังไงกันดี?

man_read_tablet

เมื่อเดือนที่แล้วมีโอกาสได้เข้าไปนั่งตัวลีบอยู่ในวงสนทนาที่มีผู้บริหารนิตยสารชื่อดังอยู่ด้วย (ที่ว่าชื่อดังนี่หมายถึงนิตยสารนะ แต่เอาจริง ๆ ผู้บริหารนี่ก็ดังอยู่) นิตยสารนี้อยู่มาหลายสิบปีแล้วและถือได้ว่าเป็นเบอร์หนึ่งในหมวดที่ทำอยู่ ผู้บริหารคนนี้เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์นิตยสารทุกวันนี้ว่า ยอดคนอ่านลดลงและยอดโฆษณาก็ลดลง (ซึ่งอันนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรกัน)

ในส่วนของคนอ่าน นิตยสารที่ว่านี้ก็พยายามปรับตัวไปออนไลน์ มีเว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์จากหนังสือไปลง แล้วยังไปทำแฟนเพจด้วย ผู้บริหารเล่าว่า แฟนเพจของนิตยสารนี้ติดอยู่ในกลุ่มสิบอันดับแฟนเพจที่ทำคอนเทนต์ด้านนี้ (วัดจากยอดแฟนเพจ) เพราะชื่อเสียงก็เรียกคนได้ แถมยังมีการโพสต์สม่ำเสมอ

แต่ประเด็นน่าสนใจที่ผู้บริหารเล่ามาก็คือ ในสิบอันดับแฟนเพจที่ว่าจะเป็นเพจของนิตยสารอยู่ไม่กี่เพจ อีกประมาณ ๔-๕ เพจเป็นเพจที่ทำออนไลน์อย่างเดียว ไม่มีฐานคนอ่านจากสิ่งพิมพ์มาก่อน (นี่เป็นเรื่องน่าสนใจอันดับหนึ่ง) และมีอีกกลุ่มนึงที่มาใหม่และเป็นที่กังวลมากในตอนนี้คือ เพจที่บรรดาสินค้า/บริการต่าง ๆ มาทำคอนเทนต์เอง เรียกว่ายิงตรงจากแบรนด์สู่ผู้บริโภคโดยไม่ต้องผ่านคนกลางกันเลย และที่น่าตกใจก็คือ คอนเทนต์ในเพจประเภทนี้น่าสนใจเสียด้วย ไม่ใด้เป็นแคตตาล็อกที่จะเอาแต่ขายของอย่างเดียว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแบรนด์ก็จ้างคนทำคอนเทนต์นั่นแหละทำให้

เมื่อเป็นอย่างนี้เสียแล้ว แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อไปแน่ ๆ ก็คือ แบรนด์ต่าง ๆ จะลดการโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ลง จากที่ลดลงมาแล้วหลายปีต่อเนื่อง (ดูกราฟประกอบนะฮะ) เท่านั้นยังไม่พอ แบรนด์ยังเปลี่ยนสถานะจากลูกค้ากลายมาเป็นคู่แข่งในการผลิตคอนเทนต์และดึงยอดคนอ่าน (visitor) ไปจากสื่อเดิม ๆ เสียอีก

สื่อสิ่งพิมพ์เอายังไงกันดี?

สำหรับเรื่องโฆษณาที่ลดลงนี้ขอให้ดูภาพประกอบที่สอง เล่าให้ฟังก่อนว่า นี่เป็นข้อความในหนังสือ facebook : โลกอันซ้อนกันอยู่ ของพี่ชาติ กอบจิตติ (รายละเอียดของหนังสือเล่มนี้ดูได้จากเพจ โลกอันซ้อนกันอยู่ นะฮะ) ซึ่งพี่ชาติเล่าว่า นอกจากเป็นนักเขียนแล้วแกยังทำเสื้อยืดขายด้วย ใช้แบรนด์ว่า Phanmaba (พันธุ์หมาบ้า) แล้วก็ทำเพจขึ้นมาเพื่อขายเสื้อ มีโพสต์รูปบ้าง เล่าเรื่องราวอะไรบ้าง ส่วนรายละเอียดลองดูที่พี่ชาติเขียนนะครับ โดยเฉพาะตรงที่ไฮไลต์ข้อความเอาไว้ อันนี้เป็นความเห็นตรงของแบรนด์มาเองเลย

สื่อสิ่งพิมพ์เอายังไงกันดี?

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นปัญหาใหญ่ของคนในแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์ เชื่อว่าทุกคนรู้ตัวแล้วและกำลังพยายามปรับตัว บางคนยังพอไปได้ บางคนก็ยกธงขาวไปแล้ว (อย่างที่เราเห็นในข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้) ในส่วนของผู้บริหารคนนี้ก็มีแนวทางของเขาอยู่ แต่ก็ไม่ควรที่จะนำมาเล่าในที่นี้นะฮะ

สวัสดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s