Another Day in My (Running) Life – เสาร์ ๑ กันยายน ๒๕๖๑

เมื่อวานตื่นตีสี่ จะไปซ้อมลองรันที่สวนรถไฟ ตื่นแล้วเดินออกไปดูสภาพอากาศที่หน้าบ้าน ในใจภาวนาให้ฝนตกจะได้กลับไปนอนต่อ แต่ฝนฟ้ามันไม่เคยเป็นใจ ครั้งนี้อยากให้ตกมันก็ไม่ตก เดินกลับเข้าบ้านไปปลุกแม่พดด้วง บอกตีสี่แล้ว ฝนไม่ตกด้วย ต้องตื่นล่ะ

เข้าห้องน้ำ อาบน้ำเสร็จออกมากินขนมปังตุนไว้เป็นพลังงาน กำลังแต่งตัวได้ยินเสียงฝนลงเม็ดกระทบหลังคา เดินออกไปดู แม่มใช่จริง ๆ ให้มันได้อย่างนี้สิวะ!! แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ตื่นแล้วอาบน้ำแล้ว เดินหน้าต่อแล้วกัน

ตอนออกจากบ้านฝนยังลงเม็ดนิดหน่อย คิดว่าพอมีลุ้น เผื่อว่าที่สวนรถไฟจะไม่ตก ขับรถออกมาฝนลงเม็ดหนักขึ้นตลอดทางจนถึงสวนรถไฟก็ยังไม่หยุด ต้องจอดแง้มกระจกนอนรออยู่พักใหญ่ ระหว่างนั้นก็มีนักวิ่งนักปั่นทยอยเข้ามาเป็นระยะ

จนประมาณหกโมงฝนเริ่มซาไปเยอะล่ะ ลงจากรถไปที่จุดประจำ คนน้อยมากแทบไม่มีเลย วอร์มกับยืดเหยียดเสร็จก็เริ่มออกวิ่ง

ไม่รู้ว่าเพราะอากาศเย็นบวกกับอาทิตย์ที่แล้วไม่ได้มา (เพราะฝนตก) หรือยังไง ช่วงกิโลแรกเพซเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้เกือบนาที (เหมือนมึงฟิตอ่ะ) ดูนาฬิกาแล้วต้องรีบผ่อนลงมา กลัวจะหมดแรงก่อนจะวิ่งครบสิบรอบตามที่ตั้งใจ

วิ่งได้สักพักฟ้าก็เริ่มสว่าง คนทยอยมาเยอะขึ้น เห็นเจ้าหน้าที่ประกาศว่าวันนี้มีโรงเรียนแม่พระฟาติมามาจัดกิจกรรมด้วย เด็กเพียบ เยสเข้!!

ตอนวิ่งรอบที่สอง นึกไปว่า นี่วิ่งมาแล้วสี่โล เหลืออีก ๒๒ โล ชิบหาย!! ต้องวิ่งอีกฮาล์ฟนึง ฟังดูเยอะ เอาใหม่ เหลืออีกแปดรอบกว่า ฟังดูดีกว่านะ ตัวเลขมันน้อยดี นับแบบนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย

วิ่ง ๆ อยู่ ช่วงเลยสะพานไม้ที่จะข้ามไปสวนสมเด็จฯ มาหน่อยนึง จู่ ๆ สาวนักวิ่งข้างหน้าก็ผงะ แล้วโดดออกไปทางขวา พอมองตามไปก็ต้องร้อง…

เหี้ย!!

ใช่ครับ เหี้ยตัวเป็น ๆ ความยาวน่าจะประมาณสองเมตร กำลังคลานข้ามถนนอยู่ ดูแล้วไม่ได้กลัวคนซักนิด คาดว่าน่าจะคุ้นเคยอยู่ บรรดานักวิ่งนี่แหละที่ต้องหลบทางให้พี่เค้า

ตอนวิ่งรอบที่สี่ วิ่ง ๆ อยู่มีพี่ผู้ชายคนนึงใส่รองเท้า altra (เออ กูนี่เป็นอะไร หน้าตาไม่ได้ดู ดูตีนก่อน 😆) วิ่งมาเทียบแล้วหันมาบอกว่า ขอเกาะไปด้วยคน เพซใกล้ ๆ กัน ไอ้เรานี่เกรงใจ อยากจะบอกว่าผมนี่กากสัสเดี๋ยวพี่จะผิดหวังนะ แต่ก็กลัวแกเสียน้ำใจ วิ่งคู่กันไปสักพัก ดูทรงแล้วชักไม่มั่นใจว่ากูจะเป็นภาระพี่เค้าป่าววะ เลยหันไปบอก ถ้าพี่เร็วกว่าไปก่อนได้เลยนะครับ แกยังบอกว่า พี่น่ะกลัวจะทำให้คุณช้า ปกติวิ่งเพซแปด แต่นี่เจ็ดกว่า ยังพอเกาะไปด้วยได้ วิ่งมาด้วยกันจนเลยซุ้มขายน้ำมาหน่อยพี่เค้าบอกไปก่อนได้เลย ขอเติมน้ำก่อน ก็ต่อมาคนเดียว

ครบรอบที่สี่ ได้สิบโลนิด ๆ แวะจิบน้ำ กินเกลือแร่ เติมกล้วยตากชิ้นนึง เอาชัวร์ไว้ก่อน แล้วออกไปวิ่งต่อ ตอนนี้คนเริ่มเยอะล่ะ วิ่งมาเจอคณะผู้ร่วมงานโรงเรียนแม่พระฟาติมาเริ่มออกมาเดินกันแล้ว กระจายกันเต็มถนน เด็ก ๆ วิ่งซ้ายวิ่งขวา เดาทางไม่ถูก กลัวเหยียบเด็กอิ๊บอ๋าย ต้องชลอบ้าง เปลี่ยนเลนไปซ้ายบ้าง ขวาบ้าง

วิ่งมาเกือบครบรอบมาเจอคุณพี่ altra กำลังเดินอยู่ข้างหน้า เลยวิ่งไปเทียบสวัสดี แล้วเลยวิ่งคู่กันต่อจนมาถึงจุดวางน้ำ บอกพี่ไปก่อนเลยครับ เดี๋ยวเจอกัน

วิ่งครบเจ็ดรอบเหนื่อยเป็นหมาหอบแดดเลย ใจชักเริ่มงอแง เริ่มหาข้ออ้างเพื่อมาเป็นเหตุให้หยุดวิ่ง เริ่มจาก เอาน่า อาทิตย์ที่แล้วก็ไม่ค่อยได้ซ้อม ถ้าวันนี้วิ่งเยอะ มันอาจจะเจ็บนะ ตามมาด้วย ที่ผ่านมาก็ซ้อมตามโปรแกรมมาตลอด ผ่อนซักวันก็คงไม่เป็นไรน่า แต่ละความคิดมันช่างชวนให้หยุดวิ่ง หยุดเหนื่อย มึงจะมาวิ่งให้เหนื่อยทรมานตัวเองทำไมเนี่ย

ยังดีที่คิดได้ว่า วิ่งมาแล้วเจ็ดรอบ เหลืออีกสามเองนะมึง วิ่งต่อหน่อยน่า (ซึ่งจริง ๆ สามรอบที่เหลือนี่ก็เกือบแปดโลเลยนะ) รอบที่แปดนี่กายละเอียดไปนั่งจิบโค้กเย็น ๆ รอในร้านแล้ว ปล่อยกายหยาบแม่งวิ่งออโต้ไพล็อตไป วิ่งไปไปเจอคุณพี่ altra อีก ก็เลยวิ่งเกาะกันไป คุยกันไปด้วย แกเล่าว่าไปวิ่งเทรลมา ไอ้เราก็สนใจจะไปเทรลปีหน้า เลยถามแกว่าเลือกซื้อเป้น้ำยังไง (ขอบคุณมากครับพี่ 🙏) วิ่งไปคุยไป ไม่รู้แกยังไงนะ แต่เรานี่หอบชิบหาย แต่ดีที่เหมือนมีเพื่อนช่วยให้ผ่านมาได้อีกรอบ จนแกแวะเติมน้ำ

ตอนจะเริ่มรอบที่เก้านี่เริ่มลังเล เชี่ยเอ๊ย จะหยุดดีมั้ยวะ ตัดสินใจวิ่งต่อ สมองนี่โล่ง วิ่งไปมองข้างหน้าอย่างเดียว ดูว่าคนข้างหน้าใส่รองเท้าอะไร รุ่นอะไร ยี่ห้อไหนเจอบ่อย ยี่ห้อไหนเจอน้อย เก็บสถิติไปพลาง ๆ

ใกล้ครบรอบเริ่มมีอาการแปลกใหม่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนฝ่าเท้าซ้ายเริ่มชา ๆ (ไม่เป็นกาแฟ 😂) ชิบหาย นี่จะตะคริวมาหรือเปล่า ลองผ่อนลงนิดนึงก็ดูเหมือนจะดีขึ้น ไปจนครบรอบ แวะเติมน้ำ เจอสิ่งผิดปกติ คือ มีหื่น เอ๊ย ผื่นขึ้น ที่ต้นแขนกับที่ต้นขา เฮ้ย เป็นไรวะ เลยตัดสินใจหยุดก่อน เอาแค่นี้นะ กูได้ข้ออ้างแล้ว 😆 ได้เก้ารอบเท่าเมื่อสองอาทิตย์ก่อน กลัวว่าถ้าวิ่งต่อเดี๋ยวได้มีข่าวพาดหัว

สลด!! นักวิ่งหนุ่มใหญ่วัยเกรียนไม่เจียมสังขาร

ขาดใจตายอนาถสุดอุบาทว์ที่สวนรถไฟ

อาทิตย์หน้าค่อยมาใหม่นะฮะ…

ทดสอบ gps Garmin FR235 และ Apple Watch ที่สวนรถไฟ

ด้วยความอยากรู้ว่า apple watch กับ garmin fr 235 จับระยะ gps ใกล้เคียงหรือต่างกันแค่ไหน วันก่อนลองระยะสั้น ๆ ในหมู่บ้านไปแล้ว เมื่อวานก็เลยลองระยะฮาล์ฟแล้วเปลี่ยนสถานที่ด้วย

การทดสอบคือ ใส่ garmin ข้างซ้าย (ข้างที่ถนัด) ใส่ apple watch ที่ข้างขวา ผลที่ได้ก็ตามรูป garmin รูปแรกได้ระยะ ๒๑.๐๓ โล apple watch รูปล่าง ได้ ๒๑.๖๐ โล

สวนรถไฟ 11 สิงหาคม 2561 Garmin FR235

สวนรถไฟ 11 สิงหาคม 2561 Apple Watch

ไม่รู้เหมือนกันว่าเรือนไหนตรงกว่า เพราะไม่รู้ระยะแน่ ๆ เหมือนกัน ถ้าจะให้ดี รบกวนผู้มีเมตตาซื้อ Suunto ให้อีกซักเรือนเพื่อเอามาเปรียบเทียบนะฮะ… 😆

หมายเหตุ ดูรูปเส้นทางวิ่งแล้วโปรดอย่าคิดลึก เส้นทางวิ่งที่สวนรถไฟเป็นแบบนี้เองนะครับ

วิ่งฝ่าฝนที่สวนรถไฟ-สวนจตุจักร

วิ่งสวนรถไฟ-สวนจตุจักร

วิ่งเมื่อวานโพสต์วันนี้ เช้าเมื่อวานพอมีเวลา ตื่นตีสี่มาซ้อมวิ่ง แถมสบโอกาสดีเลยออกมานอกสถานที่ดี๊ด๊า วิ่งอยู่สวนรถไฟ ทะลุมาสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ออกไปสวนจตุจักร วิ่งวนไปมา (หลงทางป่าววะกรู)

ตั้งใจไว้ ๑๗ โล วิ่ง ๆ อยู่ฝนตก แรก ๆ ก็โปรยปรายชุ่มฉ่ำดี ก็ยังวิ่งต่อได้ อยู่ไปชักแรงขึ้น นี่กรูมาวิ่งนะไม่ได้มาอาบน้ำฝน สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัวก็ไม่ได้เอามา ดูทรงสักพักเห็นว่าฝนไม่น่าจะหยุด งั้นกรูหยุดเองก็ได้ สรุปเลยได้แค่เกือบ ๆ ๑๔ โล

ชีวิตมันก็อย่างนี้ อะไรที่เราคิดเราหวังไว้มันก็อาจไม่ได้อย่างที่หวังเสมอไปนะ สาธุ

#รักใครให้ชวนมาวิ่ง